190E AT โอเวอร์ฮอลมา5เดือนเกียร์ไม่มีแรงได้ไงครับ

chatchai-19

New member
เมื่อวานเพิ่งตอบกระทู้ของพี่อีกท่านไป วันนี้เจอเข้ากับตัวเองครับ แต่รถไม่ได้อยู่กับผมครับ ผมเอาไปทำสีครับ พรุ่งนี้นัดรับรถ แต่เมื่อเย็นเขาโทรมาบอกว่า เกียร์ใส่แล้วรถไม่วิ่งทั้งD,R,3,2,L(เขาบอกมาอย่างนั้น)แล้วเขาแก้ไขเบื้องต้นคือเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ให้ใหม่ น้ำมันที่ถ่ายออกมาเขาบอกว่าสกปรกและสีดำ(ทั้งๆที่ทำเกียร์มาใหม่ทำไมสีน้ำมันเกียร์มันเป็นแบบนี้) และเขาบอกว่าเมื่อยกรถขึ้นให้ล้อลอยพอเข้าเกียร์ดู ล้อก็หมุนปกติ แต่พอเอาลงแตะพื้นเท่านั้นเข้าเกียร์แล้วเหยียบคันเร่งรถไม่วิ่ง งงๆๆๆๆมากๆ ผมก็ถามว่าก่อนกน้านั้นมีอากากระตุกมั้ย?น้ำมันเกียร์มีหยดตาพื้นมั้ย?รอบเครื่องเป็นอย่างไง เขาบอกว่าปกติดีทุดอย่าง แต่อากาศที่เกิดขึ้นนั้นมันเป็นแบบฉับพลันมาก ซึ่งทุกๆเช้าและเย็นช่างสีก็จะขับเข้าออกอู่ทำสีเป็นประจำ และไม่เคยเอาไปใหนเรา นอกจากขับเข้าเก็บที่จอดรถ ระยะทางประมาณ 50เมตร ก็ขับเข้าออกแบบนี้หลายวัน(น่าจะมากกว่า20วันครับ เดานะครับ) ก่อนที่จะเป็นช่างสีก็จะขับเข้าที่จอดรถตามปกติ จอดแล้วเข้าPไม่กี่นาทีก็เข้าDเพื่อจะขยับรถเข้า เหยียบคันเร่งรถดันไม่วิ่ง โยกแล้วโยกอีกก็ไม่วิ่ง ต้องเข็นเอา
รายการที่มาแล้ว
-โอเวอร์ฮอลเกียร์ใหม่ เปลี่ยนผ้าครัชทั้งหมดทั้งชุดเล็กและใหญ่ และเปลี่ยนเบรคแบนด้วย กรองใหม่ น้ำมันใหม่
-ยางบูชคันเกียร์2ตัว
-สายแวคคัมเกียร์ใหม่

ตอนนี้งงและสับสนมากๆครับ เกียร์เพิ่งทำมาใหม่ วิ่งแค่ 3,500 km เอง พี่ๆช่วยแนะนำด้วยครับ แต่เช้าพรุ่งนี้จะเข้าไปที่อู่ทำสี และโทรแจ้งช่างที่ทำเกียร์อู่เดิมแล้ว และก็อยู่ในระยะประกันเกียร์ด้วย

-การลากรถต้องทำแบบใหนครับ ใช้ความเร็วไม่เกิน? เอาล้อใหนลงพื้นครับ

ทั้งหมดนี้ปัญหารที่เกิดขึ้นรถอยู่ที่อู่ทำสีครับ ไม่ใช่อยู่กับผมครับ แต่ก็ถามช่างทำสีที่ขับรถนั้นเขาก็แจ้งอาการและแก้ไขเบื้องต้นดังที่กล่าวมาข้างต้นครับ
 
ความคิดเห็นนะครับ เค้าน่าจะทำ เกียร์ มาให้ไม่ดี

ของผม ทำมา ปี ครึ่ง ใช้เป้นหมื่น โลแล้ว ใช้อยุ่ สบายๆเลยตอนนี้

ตอนโอเว้อฮอล เกียร์เค้าทำมาให้อย่างดีเลย เปลี่ยนทุกอย่าง ที่ สภาพไม่ไหวแล้ว


ยังไง อาจเป็นเพราะอย่างอื่นก็ได้ลองเช็ก ดู อโชคดีครับ
 
พี่ครับถ้าจะลากไประยะทางไกลไหมครับ ผมว่าใช้บริการรถสไลด์ดีกว่าครับ

หลังจากทำเกียร์มาเคยเช็คน้ำมันเกียร์บ้างไหมครับ เห็นด้วยตาตัวเองไหมครับ

ถ้าอยู่ในประกันก็เบาใจครับ :D
 
ผมขอออกความเห็นบ้าง

อาการแบบนี้ เดาว่า

สายแว๊คคั่ม จากท่อไอดี เข้า
วาวล์ปรับแรงดันน้ำมันเกียร์ เกียร์ด้านซ้าย หลุด ขาด รั่ว



กระนั้นก็ตาม แม้ว่า หลุด ขาด รั่ว

รถ ก็ ต้องเคลื่อนตัวได้ เพียง แต่ว่า

แรงฉุด ของเกียร์ มันตกลง


ดังนั้น ตอน ฮอลล์เกียร์ เที่ยวที่ผ่านมา
ผมไม่รู้ขั้นตอนประกอบ มีใครไปยุ่งกับ ตัวนี้รึป่าว


แต่ ทดลอง ดังผมกำลังจะว่า ก่อนจะไป ทำงานใหญ่

น่าจะดี



เกียร์ของ190 น่าจะเป็นเกียร์รุ่นเก่า ตัวปรับแรงดัน
อยู่ด้านซ้าย ของเกียร์ มี สายแว๊คคั่ม จากเครื่อง มา
คุม อีกที

การปรับ จะ เห็นว่า ที่ตัววาวล์ นี้ จะมี ยางสีดำ กลมๆ

ให้แกะออกมา แล้ว ดึง สลัก ตัว T ออกมา ครึ่งนึง



แล้ว หมุน ต าม เข็มนาฬิกา ซัก รอบ360 องศา
การหมุน 1 รอบ จะเพิ่ม แรงดันน้ำมันเกียร์
ในระบบ เพื่อ กดผ้าครัช



ลองทำดู


ทบทวนนะคับ

1. ตรวจ สายแว๊คคั่ม จากเครื่อง เข้าสู่เกียร์ ด้านซ้าย


2. ปรับ วาวล์ปรับแรงดันน้ำมันเกียร์ ซัก 1 รอบ
หรือ 1 รอบครึ่ง ได้ ตามชอบ


ถ้า ทำแล้ว ยังมีอาการเดิม

เข้าอู่ซ่อมเกียร์ เดิม ให้ถอดเกียร์มาดู




ปัจฉิมลิขิต

1.การที่ ถ่ายน้ำมันเกียร์ ออกมา แล้ว พบสี ดำคล้ำ บ้าง
เป็นเรื่องปกติ แม้ว่า เพิ่งเปลี่ยนถ่ายไปไม่นาน

2. การที่ให้ปรับแรงดันเพิ่มนั้น

เพราะสงสัยว่า แรงดันน้ำมันเกียร์ ไม่พอ
จะส่งผล ให้ การเปลี่ยนเกียร์ นุ่มนวลเกินไป
และ ระยะเวลาผ้าจับตัว ช้า

จะทำให้เปลืองผ้าครัชมาก

อู่ เกียร์ ชั้นนำโดยตรง มักจะมี การปรับวาวล์ตัวนี้
โดยมีเครื่องวัด และ เทียบกับสเปค

อู่เกียร์ชั้นนำ ที่ ไม่มีเครื่องวัด จะ ใช้ เซนส์ ในการปรับ
แล้ว ทดลองขับขี่ แล้ว ปรับ จน จังหวะจับเกียร์ ดี

อู่ ทั่วไป อาจ ไม่สนใจ ตรงนี้เลย
เพราะ ไม่มีเวลาดูให้ หรือ ไม่รู้
 
ขอบคุณครับพี่ๆทุกท่าน
-น้ำมันเกียร์เเช็คตลอดครับระดับปกติครับ เมื่อเครื่องทำงานระดับก็จะลดลงในขีดบนของก้านวัดครับ
-พรุ่งนี้เช้าจะดูสายแวคคัมครับ ส่วนการปรับแรงดันขอคิดอีกครั้งครับ ตัวนี้เคยเห็นแต่ไม่เคยถอดครับ
-ระยะทางที่จะลากประมาณ40km ครับ แต่ไม่อยากลากมากกว่าผ้าครับจะสึกโดยใช่เหตุ อาจต้องทำวิธีให้ล้อหลังไม่หมุนเอาครับ

อีกประเด็นนึงครับที่ผมมานั่งคิด
-คันส่งเกียร์หลุดจากรูหรือป่าวครับ หรือว่าน็อตปรับตั้งคันส่งเกียร์หลุดเคลื่อนตัว เพราะผมสังเกตุหลังจากที่รับรถใหม่หลังจากทำเกียร์มา เสาด้านเกียร์ที่ใช้มือโยก เสามันไม่ค่อยเข้าช่องตามตัวอักษรเท่าไหร่ครับ มันจะเกยๆล็อคตัวอักษรคึ่งนึง แต่มันก็ไม่หลุดไปที่ตำแหน่งอื่น พี่ๆว่าแบบนี้น่าจะมีส่วนอีกทางนึงได้มั้ยครับ

พรุ่งนี้เจอรถน่าจะมองออกแน่นอนครับว่างานเข้าหรือไม่เข้ากันแน่
 
เมื่อวานเช้าๆไปดูรถที่ร้านทำสีแล้วครับ ก็หาสาเหตุไม่เจอ ติดเครื่องเข้าเกียร์ก็ไม่มีการขับ แต่ฉุดรอบลงมานิดเดียวเหมือนกับเกียร์จับนะครับแต่จับไม่หมด ยกรถขึ้นกมดูสายแวคคัมข้างเกียร์ก็ไม่หลุดหรือขาด และส่วนที่มาจากท่อไอดีก็ไม่หลุดและขาด ต้องเอาไปให้ช่างร้านเดิมแก้ไขแล้วหละครับ เรื่องแบบนี้ไม่อยากแก้ไขที่อื่นเพราะช่างเขาก็มีชื่อเสียงแต่ดันมาฟลุคโดนที่รถเราเอง ก็คิดนะครับว่าช่างเขาคงแก้ไขให้ได้แน่ๆ เลยโทรเรียกรถสไลต์ขึ้นไปส่งที่อู่ ช่างเขาก็รีบทำการแก้ไขให้ทันทีตอน10โมงเช้า ล้างสมองเกียร์ แต่น้ำมันเกียร์สีขวุ่นนะครับไม่ใสอย่างที่คิดไว้ ล้างเสร็จตอนบ่าย3 ประกอบอย่างพิถีพิถัน ติดเครื่องเติมน้ำมันเกียร์เข้าไปใหม่ เข้าเกียร์ผลคืออาการเดิมครับ ไม่มีแรง งานนี้ต้องยกเกียร์ลงอีกรอบครับ และช่างเขาก็คลายน็อตยึดท่อเหล็กของน้ำมันเกียร์ที่เข้าข้างๆหม้อน้ำด้านบน ดูการไหลของน้ำมันเกียร์ แต่ไหลน้อยครับ ช่างบอกว่าปกติต้องพุ่งจีดเลย ช่างบอกว่าปั้มน้ำมันเกียร์แน่ๆ

พี่ๆครับ งานนี้ผมต้องจ่ายตังเองหรือป่าวครับ อยากทราบหลักการเคลมครับ ว่าอย่างไรที่เรียกว่าเคลมครับ เพราะรถไม่ได้อยู่กับผมแต่เกียร์ไม่ทำงาน ร้านทำสีก็ขับเข้าออกทุกวันก็ปกติ อย่างนี้ใครรับผิดชอบครับ ถ้านอกเหนือจากการเคลมเป็นไปไม้ยครับที่ผมต้องจ่ายเงินใส่ชิ้นส่วนที่ไม่ได้เปลี่ยนครับ แต่ผมว่านะพี่ช่างเขาคงต้องแก้ไขให้สุดความสามารถแน่นอนครับ งานนี้แย่เลยครับ

โดยปกติปั้มน้ำมันเกียร์จะพังง่ายมั้ยครับ ถ้าพัง โอกาสที่จะพังนั้นต้องมีอาการบอกล่วงหน้าสิครับหรือว่าต้องเกิดจากสาเหตุใดครับ เพราะโดยปกติเกียร์จะเสียหรือไม่ทำงาน อาการจะเริ่มฟ้องเป็นลำดับขั้นไป แต่นี่จากปกติดีกลายมาเป็นไม่ทำงานใดๆเลย
 
เกียร์ ประกันแค่ 6 เดือนเองหรอครับ ของ ผม บอกให้เค้า ประ กัน 1 ปีแหนะ

ช่างซ่อมเกียร์ ต้องรับประกันละครับ อะไหล่ตัวไหน ยังไม่เปลี่ยนเราก็จ่ายไป แต่ ค่า แรง ผม ว่าไม่ควร จะจ่าย

จะซ่อมเกียร์ นี่ งานละเอียดนะครับ ทำแบบ นี้เรา เสีย หาย แล้วคิดว่า ซ่อมอีกที จะหายไหม ผม ว่า ช่าง ซ่อม ไม่ค่อย ชำนาญ นะเนี่ย ระวังหน่อย นะครับ



จะเครมค่าซ่อมกับ อุ่ทำสี ต้อง ทราบ สาเหตุ ก่อน ว่าทำไม เกียร์มัน ถึง พัง

ผมว่าสาเหตุ น่าจะมาจาก ช่างซ่อมเกียร์มากกว่า ซ่อมไม่ดี

ถ้าช่างซ่อม สี ทำเกียร์ พัง รถ ที่ มา ซ่อม ทำสี คง พังทุกคันแหละครับ
 
เสียใจด้วยคับ

ที่ซ่อมเกียร์มาได้ไม่นานก็มีปัญหา



ผมคงไม่กล้า ไปวิเคราะห์ ถึง สาเหตุ
ว่า เกิดจากใคร ตรงไหน เพราะ ไม่ได้
อยู่ ในสถานการณ์ด้วย

คงแค่ อยากถามว่า


ตอนที่ ช่างได้พยายามแก้ไข อาการ

เขาได้ มีการ มา ปรับ โมดูเลเตอร์ ข้างเกียร์ ด้วยไหมคับ





แค่ อยากรู้ แนวคิด การซ่อม ของช่างคับ
 
ถ้าจะลากความเร็วห้ามเกิน50
ระยะทางไม่เกิน50
ไม่งั้นเกียร์ไหม้
 
วันนี้ช่างยกเกียร์ลงและถอดดูชิ้นส่วนภายในแล้วครับ ช่างบอกว่าฝาหน้าแตกครับ เป็นฝาที่ปิดปั้มน้ำมันเกียร์ทำให้น้ำมันไม่มีแรงไปที่วาล์วต่างให้ทำงาน และส่งผลให้ครับจับไม่เต็มที่ผ้าครัชพังหมดเลยครับ ช่างบอกว่าตอนถอดล้างครั้งแรกก็ไม่มีรอยอะไร ใหม่ดี แต่ทำไมแตกได้ ช่างบอกว่าน่าจะเกิดจากการเข้าเกียร์ผิดวิธีแล้วทำให้รถกระชาก แต่ก่อนที่ผมจะมาซ่อมเกียร์ครั้งแรก รถผมกระชากจนยางยอยพังไปหลายตัวแล้วเกียร์ก็ยังมีแรงดันน้ำมันปกติดี ถ้าจะมองว่าการขันน็อตฝาไม่มีเช่นขันแน่นเกินไปหรือว่าขันด้วยแรงที่ไม่เท่ากันก็น่าจะเป็นไปได้ แต่ร้านทำสีเขาก็ไม่น่าที่จะเข้าเกียร์ได้ผิดขนาดนี้ แต่ถึงอย่างไรการเข้าเกียร์ผิดก็ไม่มีผลอะไรต่อเกียร์แน่นอนครับ เพราะระบบในเกียร์ต้องลองรับไว้อยู่แล้ว

ตอนนี้ช่างบอกว่าต้องเปลี่ยนเกียร์ลูกใหม่ครับ เอาชิ้นส่วนที่ใช้ได้ของเกียร์ลูกใหม่มาใส่แทนของที่เสียหาย เพราะถ้าเทียบกับการเปลี่ยนชิ้นส่วนต่างๆใหม่หมดราคามันสูงมั้งครับ(ผมคิดเอง) ผมก็ถามช่างไปว่าแล้วอย่างนี้ผ้าครัชก็ต้องเอาของใหม่มาใส่ด้วยซิครับ จะเอาของที่ใช้แล้วมาใส่ทำไม ใช้ไปเดี๋ยวก็ต้องยกอีกรอบ ผมไม่มีเงินจ่ายหลายครั้งหรอกครับ ทำแล้วก็เอาของใหม่ใส่ให้แทน ที่ได้มาสภาพดีๆก็คือเสื้อเกียร์ ฝาต่างๆ ปั้ม ส่วนครัชและเบรคแบนหละ มันเป็นชิ้นส่วนที่สึกหรอ ก็ต้องเอาของใหม่ใส่สิครับ แต่ช่างก็บอกว่าเบรคแบนไม่เสียหาย เสียหายเฉพาะผ้าครัชทั้งหมด ถ้าผ้าครัชในเกียร์ตัวใหม่ที่ได้มาดี ก็จะเอามาใส่แทน ส่วนที่ไม่ดีก็ต้องเปลี่ยนใหม่ ใจจริงผมอยากได้ผ้าครัชใหม่หมดครับ แต่ก็น้อยใจนิดๆครับว่า ทำไมต้องมาเสียหลายต่อจังครับ แต่ก็ต้องฟังช่างครับเขามีความรู้มากว่าผม แต่อย่างไงก็อย่าให้เสียอีกรอบแล้วกันครับ เสียเงินไม่กลัวครับ หาใหม่ได้ แต่เสียลูกค้านี่สิครับ น่ากลัวกว่า แต่พี่ช่างเขาก็ช่วยนะครับ ออกคนละครึ่ง เกียร์10,000ออกคนละ5,000นี่ยังไม่รวมผ้าครัชที่จะใช้ได้หรือใช้ไม่ได้นะครับ แต่ผ้าครัชที่ดูจากบิลเดิม กลาง ใหญ่ เล็ก ก็รวมแล้ว 3,000 รวแล้วทำเกียร์2ครั้งนี้ ไม่ต่ำกว่า22,000ครับ เหมือนได้ใหม่ทุกชิ้น ถ้าทำครั้งเดียว

แต่อย่างไงก็ยังเชื่อในชื่อเสียงช่างนะครับ พี่ช่างเขาคงไม่ใจร้ายกับเราหรอกครับ เรื่องแบบนี้ต้องไว้ใจกันครับ อาจเป็นเพราะดวงไม่ดีด้วยมั้งครับ ใหนทำสีร้านทำสีก็เลื่อนนัดมาเป็นเดือน รอจนไม่รู้จะรออย่างไงแล้ว อะไรต่างๆที่เคยดี ทำงานปกติก็ทำงานไม่ปกติ เช่น ฝากระโปรงหลังเปิดก็ไม่ได้ ไขล็อคก็ไม่ได้ มีการบอว่ายังทำไม่เสร็จ แล้วจะเปิดอย่างไงหละ ส่วนประตูเปิดได้ เซนทรัลล็อคทำงาน ยกเว้นกระโปรงหลัง น่าเบื่อครับ ถ้าทนไม่ไหวขึ้นมาคงต้องคุยกันยาวหละครับ

น่าเบื่อครับ
 
เสียใจด้วยคับ

ที่ซ่อมเกียร์มาได้ไม่นานก็มีปัญหา



ผมคงไม่กล้า ไปวิเคราะห์ ถึง สาเหตุ
ว่า เกิดจากใคร ตรงไหน เพราะ ไม่ได้
อยู่ ในสถานการณ์ด้วย

คงแค่ อยากถามว่า


ตอนที่ ช่างได้พยายามแก้ไข อาการ

เขาได้ มีการ มา ปรับ โมดูเลเตอร์ ข้างเกียร์ ด้วยไหมคับ





แค่ อยากรู้ แนวคิด การซ่อม ของช่างคับ

ช่างเขาคงไม่ได้ปรับหรอกครับ เพราะช่างถอดชิ้นส่วนออกมาแล้วครับว่าฝาหน้าที่ครอบปั้มน้ำมันเกียร์แตกครับ ตอนนี้ต้องหาเกียร์ลูกใหม่มาครับ(ขนาดนั้นเลยหรือ)ช่างบอกว่าครัชพังหมด ผมเลยบอกว่างั้นถ่ายรูปให้ผมไว้แล้วกัน อีกอย่างผมอยู่ต่างจังหวัดครับ ไม่มีเวลาไปดูเขาด้วยครับ แต่เขาก็กันเองทั้งครอบครัวครับ ขนาดทานข้าวกลางวันยังชวนกันนั่งทานด้วยกันเลยครับ(ภรรยา พี่เขา ทำกับข้าวเลี้ยงทุกวัน) แต่ผมก็กล้าๆกลัวๆแล้วครับตอนนี้ว่า จะมีปัญหาอีกมั้ย เงินก็ไม่ใช่น้อยๆที่จ่ายไป ตอนนี้เครียดครับ เช่น จะเชื่อดีมั้ย แล้วจะเป็นอีกมั้ย ที่จ่ายไปคนละครึ่งกับของใหม่มันจริงมั้ย อันนี้ก็ต้องเชื่อใจช่างเขาแล้วครับ เพราะชื่อเสียงพี่ช่างเขาฝากไว้กับผมแล้ว แต่ผมก็ไม่ค่อยเอามาใส่ใจมากเท่าไหร่ ในเมื่อถ้าพี่ช่างเขาจริงใจเราก็ถือว่าโชคดีครับ
 
ขอถามพี่ๆที่มีความรู้หน่อยครับ
ถ้าฝาหน้าแตก น้ำมันมันจะรั่วออกภายในระบบอย่างเดียวใช่ใหมครับ
ถ้าแตกแบบนี้เกิดจากอะไรครับ เพราะฝาหน้ามันอยู่ในเกียร์ปิดปั้มอีกที
ถ้ามันแตกน้ำมันเกียร์ก็ต้องรั่วออกมาข้างนอกหรือป่าวครับ แต่นี่ไม่เห็นน้ำมันหยุดออกมาเลยครับ
ถ้าปั้มสร้างแรงดันไม่ได้ เวลาเข้าเกียร์แล้วเร่งเครื่องต้องการให้รถวิ่งนานๆ ผ้าครัชทั้งจะพังมั้ยครับ

แล้วฝาหน้าแตกเกิดจากอะไรครับ
 
ยังไง ให้ช่างเช็กให้ละเอียดด้วย จะได้ไม่ ต้องมาทำอีกรอบ

ปรกติช่างบอกว่า ว่า ถ้าน้ำมันเกียร์มันไม่ขาด เกียร์ พัง ยากครับ

แต่ของผมเนี่ย น้ำมัน เกียร์ ขาด เลยพัง เพราะ ฉะนั้น ต้องหมั่น ตรวจเช็ก ระดับ น้ำมันเกียร์ครับ

โชคดีครับ
 
วันนี้ไปดูกับตาแล้วครับ ว่าแตกอย่างไง อต่เสียดายครับที่ไม่ได้เอากล้องไปด้วยครับ แต่จะรายงานให้มองเห็นภาพพอเข้าใจแล้วกันครับ

ชิ้นที่แตกคือ ฝาหน้าของปั้มน้ำมันเกียร์ ซึ้งฝานี้จะมี2ด้าน หน้าและหลัง จะเป็นฝาอะลูมิเนียมตัวมันจะกดสปริงตัวเล็กๆที่มีขนาดเท่าด้ามปากกา มีเป็น10กว่าตัวครับ(ด้านเดียว) มันหักคึ่งเลยครับ และมันก็เสียดสีกับหม้อปั้มจนกินเป็นรอยลึกมากครับ ส่วนฝาด้านหลังนั้นปกติครับ และที่เลวร้ายกว่านั้นคือผ้าครับทุกแผ่นไม่เหลือร่องรอยของผ้าครัชให้เลยครับ เหลือแต่แผ่นเหล็กล้วนๆทั้งหมด แผ่นเหล็กกั้นระหว่างผ้าครัชถูกเสียดสีกันจนเป็นรอยน่ากลัว ง่ายๆคือใช้ไม่ได้โยนทิ้งอย่างเดียวครับ ส่วนที่ใช้ได้คือ เฟืองภายในเกียร์ เสื้อเกียร์ สมองกล ทอร์ค

พี่ๆครับ พี่ท่านใดพอมีความรู้ช่วยชี้แจงให้หน่อยครับว่า ฝากดตัวหน้าที่แตกนี้ น่าจะเกิดจากสาเหตุใดครับ ถ้าในความเข้าใจผมนะครับคือ เกิดจากการเข้าเกียร์ผิด เช่น เข้าเกียร์RไปDในขณะที่รถไม่จอดสนิท หรือ เข้าเกียร์พลาด จะเข้าDแต่เผลอไปเข้าNก็เร่งเครื่องส่งแต่รถไม่วิ่งรอบสูงมาก ก็รู้ว่าเข้าผิดเลยรีบเหยียบเบรคแล้วมาเข้าDในขณะที่รอบเครื่องยังสูงมากอยู่ แรงดันน้ำมันเกียร์ในปั้มจึงเกิดแรงดันสะสมทันทีทันใด ทำให้เกียร์กระชากและแรงดันก็ถ่ายไปยังชิ้นส่วนที่เปาะที่สุดนั่นคือฝาหน้า มันก็เสียดสีจนสึก ขนาดเล็กลงไม่เท่ากันเพราะรอบสูง สปริงตัวเล็กๆที่ดันได้มันก็ดันฝาแตกเลย ส่วนผ้าครัชที่ไม่เหลือชิ้นดีเลย ก็น่าจะเกิดจากพยายามจะเร่งให้ไปแต่แรงดันน้ำมันเกียร์สร้างไม่พอ ผ้าครัชจึงจับตัวไม่เต็มที่ มันก็สีแผ่วๆ สุดท้ายก็เหลือแต่เหล็ก (แต่ก็สงสัยว่า ต้องสีนานแค่ใหนผ้าครัชถึงจะหมดจนเหลือแต่เหล็กครับ)

ถ้าให้ผมเทน้ำหนักเรื่องเกียร์พังนะครับ ผมว่าร้านทำสีนะครับ เพียงแต่ว่า ไม่ยอมรับหรือป่าวครับ ถ้าเป็นช่างนั้นไม่น่าเป็นไปได้ครับ เพราะว่า ถ้ามันแตกมันต้องแตกตั้งแต่ผมรับรถแล้วครับ แต่นี่รับรถแล้วเอากลับบ้านเกียร์เปลี่ยนนิ่มปกติ ไม่มีรากรอบไม่มีกระตุก ไม่มีอาการใดๆที่เริ่มผิดแปลกให้เห็นเลยครับ แล้วทำสีก็นานมากๆ 2เดือนยังไม่เสร็จ พอเกียร์มีปัญหา ร้านทำสีเขามีการมาเปลี่ยนถ่ายน้ำมันให้ใหม่ด้วยนะครับ และเปิดอ่างน้ำมันเกียร์+ล้างสมองเกียร์ให้อีกต่างหาก(โดยที่ไม่ได้ยกสมองออก) แทนที่จะทิ้งไว้เพื่อไว้เป็นหลักฐาน ไม่ต้องยุ่งอะไร ให้ช่างผู้ชำนาญงานมาวิเคราะห์จะดีกว่า อีกอย่างน้ำมันเกียร์ผมไม่มีรั่วไม่มีขาดใดๆทั้งสิ้น ถ้ารั่วถ้าขาดผมจะรับรถมาทำไมให้ปวดหัวเล่นๆหละครับ

อยากบอกตรงๆครับว่า เครียดครับ เสียดายเงิน และไม่อยากให้ใครจับรถอีกเลยไม่ว่าใครๆทั้งนั้นนอกจากช่างซ่อมเบนซ์จริงๆ เกียร์พังนี่คือหัวใจของรถเลยนะครับ ราคาไม่ใช้พันสองพัน ใครนึกอยากจะขับก็ขับ แต่พี่ช่างเขาดีมากครับ ช่วยออกให้เยอะมากๆ ตอนนี้ก็ต้องทำใจครับ และต้องหายเงินมาซ่อมเกียร์ในส่วนที่ต้องการให้ดี เพราะไม่อยากถอดหลายรอบครับ
 
ผมว่ามันไม่น่าจะจากไปอย่างทันทีทันใดอ่ะสิครับ เข้าเกียร์ออกตัวแรงแล้วเกียร์พังส่วนใหญ่เป้นอาการสะสมทั้งสิ้น
ก็อดแปลกใจไม่ได้ว่ามันจะไม่ทนขนาดนั้นเลยเหรอ
แต่ก็ขอให้หายไวๆนะครับ
 
ขอให้หายเป็นปกติเร็วๆครับ
ขอความกรุณารายงานผลให้ทราบด้วยนะครับ
 
Back
Top