ที่เคยเปลี่ยนสายหัวเทียน ฝาจานจ่าย หัวเทียน วาล์วกักตัวบน และปั๊มติกเพราะปั๊มรั่วตะเข็บ ส่วนตัวไม่คิดว่าจะเป็นที่หัวฉีด คาใจที่หัวเฮด แต่ที่งงคือก่อนเอารถเข้าทำสีก็วิ่งน้ำมันได้ปกติแต่ใช่เวลาทำสีนานมากเอารถออกมานี่น้ำมันดันมีปัญหาซะแล้ว เคยถอดสายดูที่หัวเฮดมันก็มีน้ำมันมาครบทุกหัว และที่เอารถเข้าอู่เพราะเห็นน้ำม้น มันหยดลงพื้นมากแต่พอเข้าอู่เช็คกลับไม่เจอจุดรั่วเลย ตอนนี้เลยรอว่างๆจะไล่ระบบใหม่ รวมทั้งแก็สที่มีปัญหาวิ่งยาวๆดันหม้อต้มเย็นจนเครื่องดับ อันนี้ก็ปัญหาใหม่ก็จะสั่งหม้อต้มมาเปลี่ยนใหม่เลยมาถามเพื่อนๆว่าใครที่เคยเจอปัญหาแก้ตรงจุดไหนกันบ้าง
ผมขอประเด็นเดียวครับ กรณีหม้อต้มเย็นจนเครื่องดับ คงหมายถึงเย็นจนน้ำแข็งเกาะ
ก่อนจะสั่งหม้อต้มมาเปลี่ยนหม้อต้มใหม่ฝากตรวจเช็คสายน้ำร้อนที่เข้า/ออกหม้อต้ม
เพื่อไปอุ่นแก๊สเสียก่อนครับ เพราะอาจแค่ท่อนำน้ำร้อนตีบตัน หรือตรงข้อต่อนำน้ำร้อน
ที่หม้อต้มมีตระกันหรือสนิมมาเกาะมากจนรูตีบได้ด้วย เป็นผลให้น้ำร้อนวิ่งผ่านได้น้อย
หม้อต้มก็ย่อมจะเย็นเป็นน้ำแข็งครับ (ข้อต่อท่อหม้อต้มมักเป็นวัสดุพลาสติก นานเข้า
ก็หมดอายุขัยกรอบหักง่ายๆ หากพบว่ามีตีบตันแล้ว หรือสามารถแก้ปัญหาหลักที่หม้อต้ม
เย็นได้แล้วก็ซื้อมาสับเปลี่ยนพร้อมกันไปเลยครับ)
(ขอแถมนิดครับ คัน 190 E 1.8 ของผมก็ประเภทสายจอด เมื่อนำออกมาใช้งาน
ผมรับรู้ได้ว่ามีอาการติดไม่ครบสูบ ก็ใช้วิธีง่ายสุดคือไล่ดึงสายหัวเทียนออกทีละสูบ
และพบปัญหาที่สูบ 4 ไม่มีการจุดระเบิด ถอดหัวเทียนมาพบมีเขม่าสีดำกว่าหัวอื่นมาก
เมื่อเอาหัวเทียนใหม่มาเปลี่ยนก็จบเครื่องยนต์เดินเรียบดี อย่างไรก็ตามไม่นานนักก็มี
อาการเดียวกันอีก ผมไปค้นเอาหัวเทียนที่เคยเปลี่ยนออกมาเปลี่ยนก็จบอีก ตอนนี้
เป้าหมายหลักผมเล็งไปทีหัวฉีดสูบ 4 คาดว่าคงจะทำหน้าที่ฉีดน้ำมันได้ไม่ดีเสียแล้ว
ส่วนจะแค่ไหนนั้น โดยจะสามารถฟื้นฟูได้ไหมก็อีกเรื่องหนึ่ง มีโอกาสสะดวกก็จะลอง
หาหัวฉีดอื่นที่ดีๆ มาสับดูครับ)