300eเดินไม่ครบสูบนะครับ

jonatan

New member
ตามนั้นเลยนะครับคือเดินไม่ครบสูบช่างแนะนำให้เทส และเปลี่ยนหัวฉีดใหม่ เลยอยากรู้นะครับว่าเราควรเช็คหรือเปลี่ยนอะไรบ้างเพราะก็เปลี่ยนไปหลายตัวแล้วแต่ช่างมาจุดประเด็นที่หัวฉีด ส่วนตัวคิดจะไปแก็ส100%แล้วขี้เกียจมาไล่ระบบ แต่ก็อยาทำให้ระบบน้ำมันมันนิ่ง
 
เห็นชื่อคุ้นๆ
ช่วยตอบสักหน่อยล่ะกัน

ถ้ายังรักK Jet
ต้องไปให้ถูกอู่
ถึงจะรอด!

ถูกจับเปลี่ยนไรไปบ้างแล้วครับ?

จะว่าไป ก็หาหัวฉีดมือ2
จับมาลงอ่างUltrasonicล้างหน่อย
ก็น่าลองให้ช่างหายคาใจ

ดูหน้าอะไหล่มือ2
คุ้นๆว่ามีขาย
แต่ไม่รู้ยังเหลือไหมนะ?
หัวละร้อย..ถูกเหมือนฟรี

เอาข้อมูลที่เคยเช็คราคาเมื่อ2ปีก่อน
ของใหม่100%
ก็หัวละ700 คูณ6
ลูกยางอีกวงละ100 คูณ6เช่นกันครับ
 
Last edited:
เห็นชื่อคุ้นๆ
ช่วยตอบสักหน่อยล่ะกัน

ถ้ายังรักK Jet
ต้องไปให้ถูกอู่
ถึงจะรอด
ถูกจับเปลี่ยนไรไปบ้างแล้วครับ?

จะว่าไป ก็หาหัวฉีดมือ2
จับมาลงอ่างUltrasonicล้างหน่อย
ก็น่าลองให้ช่างหายคาใจ

ดูหน้าอะไหล่มือ2
คุ้นๆว่ามีขาย
แต่ไม่รู้ยังเหลือไหมนะ?
หัวละร้อย..ถูกเหมือนฟรี

เอาข้อมูลที่เคยเช็คราคาเมื่อ2ปีก่อน
ของใหม่100%
ก็หัวละ700 คูณ6
ลูกยางอีกวงละ100 คูณ6เช่นกันครับ

ช่วยแนะนำอู่ที่เชี่ยวชาญระบบ k jetหน่อยครับ
สตาร์ทยาก&เบาดับครับ
แถว รามอินทรา ลาดพร้าว โชคชัย 4 ขอบคุณล่วงหน้าครับ
 
ที่เคยเปลี่ยนสายหัวเทียน ฝาจานจ่าย หัวเทียน วาล์วกักตัวบน และปั๊มติกเพราะปั๊มรั่วตะเข็บ ส่วนตัวไม่คิดว่าจะเป็นที่หัวฉีด คาใจที่หัวเฮด แต่ที่งงคือก่อนเอารถเข้าทำสีก็วิ่งน้ำมันได้ปกติแต่ใช่เวลาทำสีนานมากเอารถออกมานี่น้ำมันดันมีปัญหาซะแล้ว เคยถอดสายดูที่หัวเฮดมันก็มีน้ำมันมาครบทุกหัว และที่เอารถเข้าอู่เพราะเห็นน้ำม้น มันหยดลงพื้นมากแต่พอเข้าอู่เช็คกลับไม่เจอจุดรั่วเลย ตอนนี้เลยรอว่างๆจะไล่ระบบใหม่ รวมทั้งแก็สที่มีปัญหาวิ่งยาวๆดันหม้อต้มเย็นจนเครื่องดับ อันนี้ก็ปัญหาใหม่ก็จะสั่งหม้อต้มมาเปลี่ยนใหม่เลยมาถามเพื่อนๆว่าใครที่เคยเจอปัญหาแก้ตรงจุดไหนกันบ้าง
 
อยู่ใกล้ๆกันแค่นี้เอง
อู่ที่ทำแกสจบก็อยู่ปากซอยผมนี่เอง
ส่วนจะทำK Jetให้จบ
ก็ซอยมัยลาภ
แต่ทิ้งรถได้นานๆไหมล่ะท่าน?
จริงๆไม่อยากไกด์ให้ใครเข้าแล้ว
เพราะทำให้คิวยาวยันค่ำ
ไป2ครั้งหลัง...รถตัวเองไม่ได้ทำเลย

จอดนาน..มักมีงานงอก
190อีผม..ไม่ได้ขยับ1ปีเต็ม
1. สงสัยรีเลย์ปั้มติ๊กเสีย
ใครมีสำรอง..ขอมาสลับดูหน่อยครับ

เข็มน้ำมันก่อนจอด.อยู่ขีดสุดท้าย
เข้าใจว่าในถังยังมี15L
กลายเป็น..น้ำมันในปั้มติ๊กแห้ง

และคราบที่ติดกรองก้นถัง..ลงมาขุ่นๆ
เล่นเอาปั้มหยุดหมุน
ต้องเปลี่ยนชูกใหม่
นี่เพิ่งไปตรวจ ตรอ.มา
เบรกเอ่ย/ค่าCOเอ่ย..ผ่านหมด

K JETถ้าทำจบ
ก็ขับดีนะ..ไม่ปวดหัวมาก
จริงๆ พวกหัวฉีดไฟฟ้า
คันปลาวาฬผมเจอโค้ดสูบ4
ยังหาสาเหตุไม่เจอเลย
 
Last edited:
ที่เคยเปลี่ยนสายหัวเทียน ฝาจานจ่าย หัวเทียน วาล์วกักตัวบน และปั๊มติกเพราะปั๊มรั่วตะเข็บ ส่วนตัวไม่คิดว่าจะเป็นที่หัวฉีด คาใจที่หัวเฮด แต่ที่งงคือก่อนเอารถเข้าทำสีก็วิ่งน้ำมันได้ปกติแต่ใช่เวลาทำสีนานมากเอารถออกมานี่น้ำมันดันมีปัญหาซะแล้ว เคยถอดสายดูที่หัวเฮดมันก็มีน้ำมันมาครบทุกหัว และที่เอารถเข้าอู่เพราะเห็นน้ำม้น มันหยดลงพื้นมากแต่พอเข้าอู่เช็คกลับไม่เจอจุดรั่วเลย ตอนนี้เลยรอว่างๆจะไล่ระบบใหม่ รวมทั้งแก็สที่มีปัญหาวิ่งยาวๆดันหม้อต้มเย็นจนเครื่องดับ อันนี้ก็ปัญหาใหม่ก็จะสั่งหม้อต้มมาเปลี่ยนใหม่เลยมาถามเพื่อนๆว่าใครที่เคยเจอปัญหาแก้ตรงจุดไหนกันบ้าง

ผมขอประเด็นเดียวครับ กรณีหม้อต้มเย็นจนเครื่องดับ คงหมายถึงเย็นจนน้ำแข็งเกาะ
ก่อนจะสั่งหม้อต้มมาเปลี่ยนหม้อต้มใหม่ฝากตรวจเช็คสายน้ำร้อนที่เข้า/ออกหม้อต้ม
เพื่อไปอุ่นแก๊สเสียก่อนครับ เพราะอาจแค่ท่อนำน้ำร้อนตีบตัน หรือตรงข้อต่อนำน้ำร้อน
ที่หม้อต้มมีตระกันหรือสนิมมาเกาะมากจนรูตีบได้ด้วย เป็นผลให้น้ำร้อนวิ่งผ่านได้น้อย
หม้อต้มก็ย่อมจะเย็นเป็นน้ำแข็งครับ (ข้อต่อท่อหม้อต้มมักเป็นวัสดุพลาสติก นานเข้า
ก็หมดอายุขัยกรอบหักง่ายๆ หากพบว่ามีตีบตันแล้ว หรือสามารถแก้ปัญหาหลักที่หม้อต้ม
เย็นได้แล้วก็ซื้อมาสับเปลี่ยนพร้อมกันไปเลยครับ)

(ขอแถมนิดครับ คัน 190 E 1.8 ของผมก็ประเภทสายจอด เมื่อนำออกมาใช้งาน
ผมรับรู้ได้ว่ามีอาการติดไม่ครบสูบ ก็ใช้วิธีง่ายสุดคือไล่ดึงสายหัวเทียนออกทีละสูบ
และพบปัญหาที่สูบ 4 ไม่มีการจุดระเบิด ถอดหัวเทียนมาพบมีเขม่าสีดำกว่าหัวอื่นมาก
เมื่อเอาหัวเทียนใหม่มาเปลี่ยนก็จบเครื่องยนต์เดินเรียบดี อย่างไรก็ตามไม่นานนักก็มี
อาการเดียวกันอีก ผมไปค้นเอาหัวเทียนที่เคยเปลี่ยนออกมาเปลี่ยนก็จบอีก ตอนนี้
เป้าหมายหลักผมเล็งไปทีหัวฉีดสูบ 4 คาดว่าคงจะทำหน้าที่ฉีดน้ำมันได้ไม่ดีเสียแล้ว
ส่วนจะแค่ไหนนั้น โดยจะสามารถฟื้นฟูได้ไหมก็อีกเรื่องหนึ่ง มีโอกาสสะดวกก็จะลอง
หาหัวฉีดอื่นที่ดีๆ มาสับดูครับ)
 
Last edited:
ขอบคุณทุกความเห็นและข้อแนะนำนะครับ เคลียร์งานจบคงมาไล่ระบบกันอีกที
 
คราวนี้ก็อยู่ที่ จขกท.แล้วล่ะว่า
จะเอาจริงแค่ไหน

ยกตัวอย่างท่านLuckyBKK
มาบอกให้ช่วยพาไปอู่
หน้กกว่าท่านเยอะ..ต้องขึ้นยานแม่ไป

ท่านนี้ไม่เคยท้อ..ทุ่มสุดตัว
จากสายสัมพันธ์ยาวนาน
อีกทั้งเจ้าของอู่มีจรรยาบรรณ
ไม่ทุบหม้อข้าวตัวเอง
หลอกลูกค้าก็ไม่คุ้มเสียชื่อป่าวๆ

ตอนนี้ท่านLuckyแฮปปี้สุดๆ ขับได้เนียนๆ
กะใข้ยาวเลยแต่งภายใน
ทำแผงประตู(ขอบแผงปิดบวม)ทั้ง4บาน

แถมไล่อัดท่อแอร์ใหม่หมด
ก็เท่ากับได้รถฟังก์ชั่นครบๆไม่ต่างป้ายแดง
ใช้ยาวเลยล่ะทีนี้!!!
 
Last edited:
ต่อให้อีกนิด..เรื่องแกส
ไหนๆจะเปลี่ยนหม้อต้มใหม่
ก็จัดชุด..ระบบฉีดซะเรย

เห็นในห้องอะไหล่เช่นกัน
มีกล่องAC 300-6 Premium
ขายพร้อมชุดสายไฟ...แค่1500บ.
เผื่อสมาชิกที่เคยไลน์รูปให้มาอ่านพบ
รบกวนทักไลน์มาอีกที
ผมจะซื้อไว้สำรองเองครับ

ผมเองมีกล่องISA2 แต่ขาดสายไฟ
หัวฉีดเตรียมHANAสีเขียวไว้ตั้งแต่ปีก่อน
แต่ขาดสายไฟ
เลยไม่ได้ทำต่อ

ก็เอา ปสก.จากที่จูนคันปลาวาฬเอง
K Jetก็ติดระบบฉีดได้..ถ้าเข้าใจระบบ
เอากราฟจากอีกคัน
มาเขี่ยเส้นกราฟในจุดที่รถวิ่งดี
ขับไปจูนไป(รอบแรก)น่าสนุกออกครับ
 
Last edited:
วันก่อนรื้อระบบไฟมาเช็คนะครับตั้งแต่จานจ่ายไล่มาถึงหัวเทียน ดูสภาพแล้วต้องเปลี่ยนใหม่หมด เจอไม่ทำงานเลย 2 สูบ เลยเปลี่ยนสายหัวเทียนสำรองที่มีใส่แทน เพราะกดแล้วเหมือนไม่ล็อคหัวเทียน จานจ่ายถอดมาเช็คขัดทำความสะอาดใหม่ เจอขันสกรูแน่นแค่2ตัว เลยจัดการใหม่จนแน่น ลองใช้หัวเทียนเก่าใส่แทน สตาร์ทเครื่องติดง่ายกว่าเดิม เครื่องนิ่งกว่าเดิมมากไม่มีกลิ่นน้ำมันเหมือนแต่ก่อน กดคันเร่งนี่นิ่มเท้าเลยผิดกับก่อนหน้ามากแต่ปล่อยคันเร่งเครื่องจะดับ ลองตัดไประบบแก็ส เครื่องเดินนิ่งสนิท สรุปเบื้องต้นต้องไปซื้อหัวเทียนใหม่มาเปลี่ยน ใส่แล้วค่อยมาไล่อีกที พูดถึงระบบแก็สเคยมีคนเชียร์ให้ไประบบหัวฉีด แต่แก็สเดิมเป็นวาริเบิล มีเอาไอเดิลออก มีใส่เวคคัมช่วยรอบ ระบบแก็สนี่คงมาต่อกันภายหลัง ตอนนี้จะทำน้ำมันให้นิ่งขับได้ก่อน ขอบคุณทุกท่านนะครับ
 
Congratulations !
เยี่ยมไปเลยท่านJo
เปิดกระทู้ท่านเอ่ยแต่ช่าง
นึกว่าชอบเข้าอู่ทุกเรื่อง

ลำดับการDIYยอดมาก
ช่างสังเกตเป็นเลิศ
แบบนี้ไม่มีกินข้าวลิงแน่ๆ

190eผมทำท่าจะดับ
เฉพาะตอนเปิดแอร์
ไม่รู้Jackpotที่หุ่นไล่กาอีกป่าว

คันท่านใช้แกส
ช่างอาจเอาน้อตแหย่ล๊อคไว้
เพราะบอกมีต่อแวคคัมเพิ่ม
แบบนี้..น้ำมันคงนิ่งยาก

เปิดใจรับสิ่งใหม่
สมาชิกมาช่วยกัน
เด๋วก็เจอทางครับ
 
Last edited:
งานมุดใต้ท้องให้อู่ทำ เพราะแม่แรงตัวใหญ่คนสนิทยืมไปไม่คืนเลยยกรถไม่ได้ แม่แรงเปลี่ยนยางติดรถ ใช้แล้วมีสิทธิโดนรถทับได้ เคยเจอมันล้มดีนะใช้แม่แรงแบบหมุนของญี่ปุ่น มายกอีกส่วนเพื่อความแข็งแรงไม่งั้นเสร็จมันไปแล้ว เลยเสียเงินคุ้มกว่าครับ
 
ตะเข้ใหญ่3.5ตัน
ลำพังตัวมันหนักเอาเรื่อง
ท่านที่ยืมไปอาจยกมาคืนไม่ไหว

ก็ซื้อใหม่เลยครับ
ตัวสีน้ำเงินๆ ราวๆ 4ใบเทา
ตอนซื้อเด็กร้านยกขึ้นรถให้

แต่ตอนเอาลงจากเบาะหลัง
ผมต้องเอาผ้ายางหนาๆรองข้างใต้
แล้วลากลงมาทั้งกล่อง..กระแทกพื้นดังแคร้งค์
ทุกวันนี้ยังไม่เคบชั่งดูว่ากี่โล
แค่ลากไปมาก็ได้เหงื่อแล้ว
เลยประจำการไว้ใต้รถตลอด

สำคัญมาก
ต้องซื้อขาตั้งมาด้วย2คู่
ยกขึ้นแล้วต้องใช้ขาตั้งยันไว้
ผ่อนตะเข้ลง..พอแตะๆเป็นDoubleSafety
ทำยังวี้แล้วไฮโดรลิคจะทน

งานใต้ท้องรถใครว่าไม่สำคัญ
สมมุติ ปั้มติ๊กเกิดรั่ว/สายน้ำมันฉีก
จะขับไปทั้งเบนซินหยดๆงั้นหรือ?

งานพวกนี้DIYไม่ยาก
ต้องรีบทำก่อนเกิดเหตุร้าย
ไปถึงอู่ใช่ว่าจะได้ทำทันที!!!
หลังๆเห็นบ่นกันเยอะ
แถมคอยืดคอยาวมองรถตัวเอง
เมื่อไรช่างจะมาทำซะที
ท่านที่ไม่Enjoyอยู่อู่ทั้งวัน..DIYเองจะHappyกว่านะ

จับกังมือจะเกิดทักษะขึ้นเอง
อย่างท่อไหลกลับกระป๋องเพาเวอร์
ที่ว่าสวมท่อเข้ายากมาก
ไม่ลองทำจากใต้รถล่ะท่าน?
สวมท่อล่าง..โดยดึงเข้าหาตัว
จะรู้ว่าไม่ยากอะไร
มีพื้นที่ให้เหวี่ยงก็อกแก็ก..ขันแหวนรัดง๊ายง่ายครับ
 
Last edited:
Back
Top