E220 W124 จะเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง จะเลือกตัวไหนดีครับ

ไม่ต้องเทียบแบบจริงจังขนาดนั้นก็ได้ครับคุณ peace keeper :D เพราะเราไม่ใช่นักเคมีครับ พิสูจน์ลึกขนาดนั้นให้นักเคมีเขาทำในห้องแล็ปดีกว่า

ในความคิดของผม แค่แบบว่าลองเทียบกันเฉยๆโดยไม่ได้ยึดถือว่ามันแม่นยำแค่ไหนน่ะครับ

เช่น สมมติผมจะซื้อรถเก๋งคันนึง แต่อยากได้ช่วงล่างนุ่มๆหน่อย

ผมก็ตั้งเกณฑ์ไว้ว่า โอเค เทียบกับ เบนซ์ W140 นะ ถ้าแข็งกว่านี้จะไม่ซื้อ

ต่อมา ผมไปเลือกซื้อรถ 2 คัน ระหว่างรถ A กับรถ B

เมื่อลองนั่งดู พบว่า รถ A นั่งแล้วแข็ง ไม่เหมือน W140 แต่ รถ B นั่งแล้วนุ่มใช้ได้เลย ดังนั้นผมจึงเลือกรถ B ครับ ;)

อะไรแบบนี้อ่ะครับ ไม่ได้ไปดูละเอียดมากถึงขนาดต้องสอบถามไปทางบริษัทรถเลยว่าทั้งสองคันออกแบบช่วงล่างมาแบบไหน ค่า K สปริงเป็นยังไง ค่า CG รถ ฯลฯ

เอาแค่พอรู้คร่าวๆน่ะครับ :icon_razz:

เพราะ w140 ก็ไม่ใช่รถที่ดีที่สุดหรอกครับ และเราก็คงไม่รู้ด้วยว่ารถอะไรช่วงล่างดีที่สุด มีแต่รู้ว่า "สำหรับเรา" รถอะไรช่วงล่างดีที่สุดครับ เราแค่นำ w140 ที่เราคิดว่าช่วงล่างดีที่สุด "สำหรับเรา" มาใช้เป็นเกณฑ์เท่านั้นเองครับ


ปล. แก้ไขเว้นวรรค/คำผิด

ก็เห็นด้วยทั้งหมดครับ แต่ขอแย้งและอธิบายในประเด็นที่ผมย้ำไว้ประเด็นเดียวคือ เรื่องน้ำมันเครื่องเป็นเรื่องความเชื่อความชอบแต่ละคนครับ การออกแบบการทดลองต้องให้สอดคล้องครับ จะเอาความรู้สึกว่าโมบิลดีมากแล้วเซ็ตเป็นค่าเริ่มต้นเทียบยี่ห้ออื่น ทำอย่างนั้นไม่ได้ครับ

รถ น้ำมันเครื่อง เปรียบเทียบเป็นแนวคิดกันแบบนั้นอาจจะต่างกันครับ

รถ 140 สิบปีถ้าช่วงล่างดีมันก็ 140 ขับยังไงมันก็สบายกว่าวีออสและ c ครับเพราะมันรถต่างแบบ สิบคนนั่งก็บอกว่ามันนิ่มกว่า เพราะมันนิ่มกว่าเห็นๆไงครับ นิ่มนิ่งแล้วดีครับ ต่างจากดำไม่ดำ ซึ่งยังไม่รู้เลยว่า ดำ แล้วดีหรือไม่ดี ยังฟันธงกันไม่ได้เลยครับ

ต่างจากน้ำมันเครื่องครับ เวลาผ่านไปไม่เท่าไรคุณสมบัติมันเปลี่ยนครับ ลองดูรถที่มีตัววัดความสิ้นเปลืองครับ รถที่เปลี่ยนน้ำมันเครื่องมาใหม่ๆจะสิ้นเปลืองน้อยกว่า และผมทดสอบมาหลายยี่ห้อไม่ว่ายี่ห้อไหนเปลี่ยนมาใหม่ๆก็เปลืองเท่ากัน ต่างจากเท้าเราครับ เราขับน้ำมันเครื่องเก่ามาเดือนนึงแล้วเปลี่ยนเป็นของใหม่ยังไงมันก็ลื่นครับ เราเปรียบกับความรู้สึกเมื่อหมื่นกิโลที่แล้วนั้นคนเราจำไม่ได้แน่นอนครับ ไม่มีตัวเลขวัดครับ เราคงเคยทดลองเรื่องมือร้อนเย็นจับเปลี่ยนไปมาในที่สุดมันก็วัดพลาด ความรู้สึกคนเอาแน่ไม่ได้ครับ อย่างมากที่ทำได้ง่ายคือ ลงทุน วันเดียวกันนี่แหละ เปลี่ยนน้ำมันเครื่องสองรอบ เทียบกันเลยจะความรู้สึกหรือวัดจับเวลาก็ได้ในเรื่องความลื่น อย่างนี้เป็นต้นครับ หรือใช้ไปนานๆเข้าเล็ปได้ยิ่งดีครับ

ผมจึงสรุปว่า เปลี่ยนมาใหม่ๆยังไงก็ลื่นครับ ลื่นกว่าเดิมไม่ว่ายี่ห้อไหนครับ

ดังนั้นประเด็นที่ผมจะเรียนคือ ที่ว่าน้ำมันเครื่องอะไรดีที่สุด บอกไม่ได้ครับ จึงบอกว่าเซ็คค่าโมบิลมาเปรียบแบบนั้นไม่ได้ครับ ถ้า ปตท บอกว่า ดำน่ะดี เอาโมบิลมาเทียบยังดำไม่เท่า เพราะเขาดีที่สุดถึงดำ แล้วจะทำยังไงกันครับ นั่นคือประเด็นว่า มันวัดไม่ได้ครับ ไม่งั้น ปตท ก็แย่กว่าร่ำไป หรืออันไหนใสนาน ก็ดีกว่าใสไวกว่าร่ำไปครับ

พี่พูดน่ะถูกเลย เราคงไม่ไปวัด ตรงประเด็นเลยครับ เราใช้ความรู้สึกไงครับ ซึ่งความรู้สึกของคนผมบอกว่า เชื่อถือไม่ได้ครับ ดังนั้นสรุปว่าอันนี้ดีกว่าอันนั้น ความรู้สึกล้วนๆที่พี่ตัดสินใจครับ ดีที่สุดของพี่ไงครับซึ่งผมและทุกคนก็เคารพความเห็น แต่จะเอามันไปเป็นมาตรฐานว่ามันดีที่สุดทางข้อเท็จจริง อันไหนไม่เหมือนมันดำมากกว่าคือแย่กว่า ไม่ได้ ผมแย้งในจุดนั้นต่างหากครับ

เพราะน้ำมันเครื่องใช้ความรู้สึก ค่านิยม ความชอบ ความเชื่อ ส่วนนึงก็รับอิทธิพลมาจากโฆษณาไงครับ พอโฆษณามากคนใช้แยะมาก น้ำมันมันมาตรฐานก็มีคนบอกต่อมากครับ นั่นแหละครับ เรื่องความรู้สึกล้วนๆครับที่จะใช้เป็นมาตรฐานในการวัดไม่ได้ครับ

เข้าใจประเด็นพี่ครับ เพียงแต่ผมมองต่างมุมเท่านั้นเองครับ

ผมจึงบอก จขกท ว่า ยี่ห้อดังๆมาตรฐาน ดีทุกยี่ห้อครับ ชอบไหนเลือกนั้นเลยครับ มันเป็นเรื่องความเชื่อส่วนบุคคลล้วนๆครับ ดีหมดแหละครับทุกยี่ห้อ ยกเว้นยี่ห้อนึงที่ผมไม่เอาครับสำหรับความเชื่อของผมครับ
 
Last edited:
อ่าฮะ ขอบคุณคุณ peace keeper นะครับ:n45: ที่ช่วยนำเสนออีกมุมมองนึงที่ผมอาจจะยังไม่ทันได้นึกถึงน่ะครับ :ylsuper:
 
ก็เห็นด้วยทั้งหมดครับ แต่ขอแย้งและอธิบายในประเด็นที่ผมย้ำไว้ประเด็นเดียวคือ เรื่องน้ำมันเครื่องเป็นเรื่องความเชื่อความชอบแต่ละคนครับ การออกแบบการทดลองต้องให้สอดคล้องครับ จะเอาความรู้สึกว่าโมบิลดีมากแล้วเซ็ตเป็นค่าเริ่มต้นเทียบยี่ห้ออื่น ทำอย่างนั้นไม่ได้ครับ

รถ น้ำมันเครื่อง เปรียบเทียบเป็นแนวคิดกันแบบนั้นอาจจะต่างกันครับ

รถ 140 สิบปีถ้าช่วงล่างดีมันก็ 140 ขับยังไงมันก็สบายกว่าวีออสและ c ครับเพราะมันรถต่างแบบ สิบคนนั่งก็บอกว่ามันนิ่มกว่า เพราะมันนิ่มกว่าเห็นๆไงครับ นิ่มนิ่งแล้วดีครับ ต่างจากดำไม่ดำ ซึ่งยังไม่รู้เลยว่า ดำ แล้วดีหรือไม่ดี ยังฟันธงกันไม่ได้เลยครับ

ต่างจากน้ำมันเครื่องครับ เวลาผ่านไปไม่เท่าไรคุณสมบัติมันเปลี่ยนครับ ลองดูรถที่มีตัววัดความสิ้นเปลืองครับ รถที่เปลี่ยนน้ำมันเครื่องมาใหม่ๆจะสิ้นเปลืองน้อยกว่า และผมทดสอบมาหลายยี่ห้อไม่ว่ายี่ห้อไหนเปลี่ยนมาใหม่ๆก็เปลืองเท่ากัน ต่างจากเท้าเราครับ เราขับน้ำมันเครื่องเก่ามาเดือนนึงแล้วเปลี่ยนเป็นของใหม่ยังไงมันก็ลื่นครับ เราเปรียบกับความรู้สึกเมื่อหมื่นกิโลที่แล้วนั้นคนเราจำไม่ได้แน่นอนครับ ไม่มีตัวเลขวัดครับ เราคงเคยทดลองเรื่องมือร้อนเย็นจับเปลี่ยนไปมาในที่สุดมันก็วัดพลาด ความรู้สึกคนเอาแน่ไม่ได้ครับ อย่างมากที่ทำได้ง่ายคือ ลงทุน วันเดียวกันนี่แหละ เปลี่ยนน้ำมันเครื่องสองรอบ เทียบกันเลยจะความรู้สึกหรือวัดจับเวลาก็ได้ในเรื่องความลื่น อย่างนี้เป็นต้นครับ หรือใช้ไปนานๆเข้าเล็ปได้ยิ่งดีครับ

ผมจึงสรุปว่า เปลี่ยนมาใหม่ๆยังไงก็ลื่นครับ ลื่นกว่าเดิมไม่ว่ายี่ห้อไหนครับ

ดังนั้นประเด็นที่ผมจะเรียนคือ ที่ว่าน้ำมันเครื่องอะไรดีที่สุด บอกไม่ได้ครับ จึงบอกว่าเซ็คค่าโมบิลมาเปรียบแบบนั้นไม่ได้ครับ ถ้า ปตท บอกว่า ดำน่ะดี เอาโมบิลมาเทียบยังดำไม่เท่า เพราะเขาดีที่สุดถึงดำ แล้วจะทำยังไงกันครับ นั่นคือประเด็นว่า มันวัดไม่ได้ครับ ไม่งั้น ปตท ก็แย่กว่าร่ำไป หรืออันไหนใสนาน ก็ดีกว่าใสไวกว่าร่ำไปครับ

พี่พูดน่ะถูกเลย เราคงไม่ไปวัด ตรงประเด็นเลยครับ เราใช้ความรู้สึกไงครับ ซึ่งความรู้สึกของคนผมบอกว่า เชื่อถือไม่ได้ครับ ดังนั้นสรุปว่าอันนี้ดีกว่าอันนั้น ความรู้สึกล้วนๆที่พี่ตัดสินใจครับ ดีที่สุดของพี่ไงครับซึ่งผมและทุกคนก็เคารพความเห็น แต่จะเอามันไปเป็นมาตรฐานว่ามันดีที่สุดทางข้อเท็จจริง อันไหนไม่เหมือนมันดำมากกว่าคือแย่กว่า ไม่ได้ ผมแย้งในจุดนั้นต่างหากครับ

เพราะน้ำมันเครื่องใช้ความรู้สึก ค่านิยม ความชอบ ความเชื่อ ส่วนนึงก็รับอิทธิพลมาจากโฆษณาไงครับ พอโฆษณามากคนใช้แยะมาก น้ำมันมันมาตรฐานก็มีคนบอกต่อมากครับ นั่นแหละครับ เรื่องความรู้สึกล้วนๆครับที่จะใช้เป็นมาตรฐานในการวัดไม่ได้ครับ

เข้าใจประเด็นพี่ครับ เพียงแต่ผมมองต่างมุมเท่านั้นเองครับ

ผมจึงบอก จขกท ว่า ยี่ห้อดังๆมาตรฐาน ดีทุกยี่ห้อครับ ชอบไหนเลือกนั้นเลยครับ มันเป็นเรื่องความเชื่อส่วนบุคคลล้วนๆครับ ดีหมดแหละครับทุกยี่ห้อ ยกเว้นยี่ห้อนึงที่ผมไม่เอาครับสำหรับความเชื่อของผมครับ

ผมกด thank ให้ ตรง 2 บรรทัดสุดท้ายครับ :D

ความเห็นอื่นคล้ายๆกัน

แต่ 2 บรรทัดล่าง มันเหมือนกันเป๊ะ
 
Mobil 1 ยุคหลังเห็นว่าให้ Esso ผลิต ไม่รู้จิงป่ะ
 
Mobil 1 ยุคหลังเห็นว่าให้ Esso ผลิต ไม่รู้จิงป่ะ

มันก็บริษัทเดียวครับ Exxon Mobil ใน อเมริกา ใช้ชื่อปั๊ม Exxon ด้วย

สำหรับน้ำมันเครื่อง ปัจจุบันใช้ถึง 20,000-30,000 กิโลแล้วครับ ตามคู่มือรถยุโรปก็บอก

เพราะเขาสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อม ใช้ให้นานใช้ให้คุ้ม

ผมใช้ Elf สังเคราะห์ 5W-40 วิ่ง 20,000 กิโล เวลา 1 ปี เปลี่ยนกรองเทียบ man ที่ 10,000 กิโล

ที่ผมเลือกใช้ Elf เพราะ ราคาไม่แพง คุณภาพใช้ได้ ไม่เสี่ยงปลอมเท่าไหร่

เท่าที่เช็คตลอดมันก็ดำบ้าง พร่องบ้าง แต่ขับดี เร่งดี ไม่มีเสียงประหลาด ๆ พอถ่ายออกเติมใหม่ก็ไม่รู้สึกถึงความต่างมาก

น้ำมันเครื่องเขาเน้นที่ การคงประสิทธิภาพตลอดการใช้งาน ส่วนดำ ไม่ดำ ขึ้นอยู่กับสภาพเครื่องเราด้วย และกรองน้ำมันเครื่องจะกรองเขม่าที่เกิดจากการเผาไหม้อยู่แล้ว

ตามการไหลง่าย ๆ อ่าง => ปั๊ม => กรอง => ทั่วเครื่องยนต์ => อ่าง เป็นเช่นนี้ไปเรื่อย เมื่อเราดับเครื่องปั๊มก็หยุดไม่ไหลเข้ากรอง น้ำมันเครื่องที่คาอยู่ตามเครื่องที่มีเขม่าก็ค่อย ๆ ไหลลงอ่างจนดูดำ ๆ อย่างที่เห็น

ลองเช็คหลังดับเครื่องไม่นาน กับ หลังดับเครื่อง หลายชั่วโมงก็เห็นชัดว่าดำต่างกัน
 
Last edited:
เรื่องน้ำมันเครื่อง พักหลังๆหลายปีมานี่

ไม่ค่อยได้เลือกเลย

ใช้น้ำมันเครื่องที่ตกค้างเก่าในบ้านให้หมดๆไป
ด้วยว่ามันตกรุ่น

พวก ดีเซล ก้อยังเอามาใส่เบนซ์เลย

เลือกเอาเกรดดี- ซินเทติก


เลยได้ลองหลายยี่ห้อ

พบว่า แบรนด์ดังๆ ราคา สูง
มันก้อดีสมตัวนะ

ขับแล้วลื่นดี ระบายความร้อนดี


ส่วนแบรนด์ไหน ถูกหน่อย รู้สึกว่า

พอวิ่งไปได้ระยะทางมากแล้ว เครื่องอืดกว่าแบรนด์ดีๆ



อันนี้ ดูจากรถหลายๆคันนะ
ทั้งเบนซิล-ดีเซล คละเคล้าไป

เกรดดี ราคาแพง จะมีดี สมตัวมัน

ตัวไหนถูก การใช้งาน ก้อตามราคาครับ
 
ของถูกและดีไม่มีในโลก ของแพงก็ใช่ว่าจะดีเสมอไป เลือกใช้ตามความต้องการและเงินในกระเป๋าครับ:p
 
ของถูกและดีไม่มีในโลก ของแพงก็ใช่ว่าจะดีเสมอไป เลือกใช้ตามความต้องการและเงินในกระเป๋าครับ:p

เห็นด้วยครับว่าสินค้านั้นเขาผลิตโดยมีกลุ่มเป้าหมาย บางยี่ห้อเน้นตลาดล่างเพราะมีลูกค้าจำนวนมากที่ไม่พิถีพิถันเรื่องมันลื่นกว่าหรือมันให้ความรู้สึกดีกว่าโดยกลุ่มนี้จะเน้นด้านราคา(ถูก)เป็นหลักดังนั้นผลิตภัณฑ์ที่คนกลุ่มนี้เลือกใช้ก็มาจากเทคโนโลยีพื้นฐานไม่ซับซ้อนจึงทำให้ราคาและคุณภาพไปด้วยกัน ส่วนลูกค้าอีกกลุ่มเป็นระดับกลาง กลุ่มนี้ก็มองผลิตภัณฑ์ที่คิดว่าดีกว่ากลุ่มแรกซึ่งก็แน่นอนว่าได้คุณสมบัติดีกว่านิดนึงแต่ราคาก็ขยับขึ้นมาอีกหน่อยคิดว่าคุณสมบัติของมันยังอยู่ดีจนถึงวงรอบการเปลี่ยนครั้งต่อไป ลูกค้ากลุ่มสุดท้ายเป็นระดับตลาดบนโดยกลุ่มนี้จะสนใจรายละเอียดมากศึกษาข้อมูลด้านเทคนิคมากและมักแสวงหาสินค้าที่คิดว่าดีที่สุดสำหรับรถที่สุดรักสุดหวงเสมอ ส่วนตัวเห็นว่าลูกค้ากลุ่มสุดท้ายค่อนข้างจะเครียดเพราะพยายามหาสิ่งที่คิดว่าดีกว่าเสมอบางตรั้งกว่าจะตัดสินใจเลือกยี่ห้อไหนดีก็ทำเอาปวดหมองอยู่นานและก็แน่นอนว่าเทคโนโลยีการผลิตก็มักจะใช้วิธีตัดแต่งพันธุกรรมเพื่อให้ได้มาซึ่งความอยู่ยงคงกระพันจนถึงที่สุด

ปล. ประเด็นเรื่องน้ำมันเครื่องบางยี่ห้อดำบางยี่ห้อไม่ค่อยดำถ้าเปรียบเทียบบนมาตรฐานเดียวกันก็น่าจะเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจและการเลือกใช้ครั้งต่อๆไป ส่วนตัวผมสังเกตุเห็นว่าตั้งแต่ใช้แก๊สเป็นหลักไม่ว่ายี่ห้อไหนความดำก็ลดลงตามปริมาณCarbonที่น้อยลงกว่าน้ำมัน ส่วนที่ยังเห็นดำดีตลอดก็เป็นคันที่ใช้ดีเซลเพราะปริมาณคาร์บอนมันยังสูง
 
อย่าลืมอีกอย่างนะครับ น้ำมันเครื่องใครจะดีกว่าหรือไม่อย่างไรก็แล้วแต่ ระวังน้ำมันเครื่องปลอมด้วยนะครับ ไม่ใช่เลือกยี่ห้อที่ดีที่ชอบ แต่ดันเจอปลอมนี่อาจจะจุกได้

หลังๆมานี่ผมขับเข้า shell เอาแค่ semi ตลอด ไม่ใช่ว่าดีที่สุดแต่เชื่อว่าคงไม่เจอปลอม(ปั้มญาติกัน คงไม่เล่นกันเอง)
 
น้ำมันปตท 0 w 40 ซื้อในเวปมาส่งถึงที่ แถมบัตรเติมนำ้มัน แกลลอนละ ห้าร้อยบาท ผมว่าก็คุ้มดีนะ

ใช้มาเป็นหมื่นโลแล้วรู้สึกว่ารถติดๆแรงดันน้ำมันเครื่องลดลงช้าเหมือนกันครับ ดีกว่า 30 w 40

จอดไม่ทันไรตกลงมาเหลือหนึ่งขีดแล้วเครื่องมันก็สั่นๆประจำ:D
 
แนะนำว่า Shell Helix Ulltra 5W-40 เป็นน้ำมันเครื่องเกรดสูง ช่วยป้องกันเครื่องยนต์สึกหร่อ
 
ผมว่าเปลี่ยนเป็นถามว่า "w124 E220" ปัจจุบันเลือกใช้น้ำมันเครื่องอะไรมั่ง" ดีกว่ามั้ยครับ เพราะจะให้ฟันธงว่าอันไหนดีกว่ามันยากครับ อยู่ที่ความรู้สึกส่วนตัวของแต่ละคนน่ะ
ส่วนตัวผมใช้ Mobil1 10W-40 5000-7000 กิโลเปลี่ยนทีนึงน่ะครับ
 
ผมก็ลองน้ำมันเครื่องมา หลายยี่ห้อ, หลายเกรด, ทั้งไทย ทั้งเทศ
ส่วนตัวผมใช้หลักการ 4 อย่าง

1. เลือกยี่ห้อที่มีมานาน เป็นที่รู้จัก

2. ซื้อจากร้านประจำ ไว้ใจได้ว่า ไม่ปลอม แบบว่าเป็นลูกค้ามานานหลายปี ของที่ซื้อไปใช้ไม่เคยเจอปัญหาเลย

3. ราคาเหมาะสม ไม่ถูกเกินไป, ไม่แพงเกินไป ... ถ้าราคาถูกกว่าท้องตลาด ก็ต้องมีเหตุผลรองรับว่าทำไม เช่น ของดี แต่ไม่ทำตลาดมาก ไม่โฆษณาเยอะ ต้นทุนจะได้ลงไปในเนื้อน้ำมันได้เต็มที่ เป็นต้น

4. ความรู้สึกที่จับได้จากเครื่องยนต์ที่เราใช้งานทุกวัน โดยต้องการ น้ำมันเครื่อง ที่คงความรู้สึกดีได้นานตลอดจนถึงการเปลี่ยนถ่ายครั้งต่อไป หมายถึงว่า หลังจากเปลี่ยนถ่าย ก็ไม่รู้สึกว่า มันดีกว่าก่อนเปลี่ยนถ่ายอย่างชัดเจน ไงครับ
 
น้ำมันเครื่องดีไม่ดี ราคาถูก ไม่ว่ากัน
แต่กลัวน้ำมันเครื่องแพง แล้วคุณภาพไม่ดี เพราะไปมีต้นทุนเรื่องอื่นๆ ซิครับ อันนี้รับไม่ได้
เหมือนซื้อ เบอเกอร์ ราคาแพง แล้วพบว่า มันเป็นอาหารขยะน่ะครับ

อีกวิธีที่คุณจะได้ใช้น้ำมันเครื่องที่ดีโดยตลอด
เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องก่อนกำหนดอายุซิครับ
เนื่องจากน้ำมันเครื่องใหม่ๆ มันจะมีคุณสมบัติที่ดี (พอๆกัน)
แล้วจะค่อยๆเสื่อมไปตามอายุการใช้งาน
ดีไม่ดี อยู่ที่ยี่ห้อไหนยืนอายุได้นานกว่ากัน

ถ้าเป็นน้ำมันเครื่องเกรดธรรมดา กำหนด 5000 กิโล
ก็เปลี่ยนถ่ายซะตอน 4000-4500 กิโล
ถ้าเป็นน้ำมันเครื่องเกรด 10000 กิโล
ก็เปลี่ยนซะตอน 9000 กิโล ประมาณนี้
รถคุณก็จะได้รับการหล่อลื่นที่เต็มประสิทธิภาพ ครับ

ผมพูดจริงนะครับ
 
น้ำมันเครื่องดีไม่ดี ราคาถูก ไม่ว่ากัน
แต่กลัวน้ำมันเครื่องแพง แล้วคุณภาพไม่ดี เพราะไปมีต้นทุนเรื่องอื่นๆ ซิครับ อันนี้รับไม่ได้
เหมือนซื้อ เบอเกอร์ ราคาแพง แล้วพบว่า มันเป็นอาหารขยะน่ะครับ

อีกวิธีที่คุณจะได้ใช้น้ำมันเครื่องที่ดีโดยตลอด
เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องก่อนกำหนดอายุซิครับ
เนื่องจากน้ำมันเครื่องใหม่ๆ มันจะมีคุณสมบัติที่ดี (พอๆกัน)
แล้วจะค่อยๆเสื่อมไปตามอายุการใช้งาน
ดีไม่ดี อยู่ที่ยี่ห้อไหนยืนอายุได้นานกว่ากัน

ถ้าเป็นน้ำมันเครื่องเกรดธรรมดา กำหนด 5000 กิโล
ก็เปลี่ยนถ่ายซะตอน 4000-4500 กิโล
ถ้าเป็นน้ำมันเครื่องเกรด 10000 กิโล
ก็เปลี่ยนซะตอน 9000 กิโล ประมาณนี้
รถคุณก็จะได้รับการหล่อลื่นที่เต็มประสิทธิภาพ ครับ

ผมพูดจริงนะครับ

เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยครับ
ผมเห็นหลายท่านใช้น้ำมันเครื่องกันเกินมาตรฐาน
เช่น 5000 ก็เปลี่ยนที่ 7000 โล
หรือ 10000 โล แต่ก็ไปถึง 20000 โล
ผมเชื่อว่าอายุน้ำมันเครื่องมันถึงครับ
แต่อย่าลืมมองส่วนประกอบอื่นๆ ด้วย
ตัวที่สำคัญก็คือ กรองน้ำมันเครื่อง
ปกติผมเปลี่ยนน้ำมันเครื่องที่ 12000
ใช้กรองน้ำมันเครื่องมาหลายยี่ห้อแท้ เทียม
อยากบอกว่าอายุกรองน้ำมันเครื่อง
แค่หมื่นโลก็หรูแล้วครับ

ก็เลยอยากฝากไว้
น้ำมันเครื่องที่เสื่อมสภาพแล้ว
จะข้นเหนียวมาก อย่าประหยัดกันเลยครับ
เพราะเคยโดนมาแล้ว
เครื่องพังเพราะน้ำมันเครื่องไม่ขึ้นไปหล่อลื่น
 
ขอถามเป็นความรู้หน่อยหนึ่งนะครับ

น้ำมันเครื่องเกรด API-SM กับ API-SN ตัวไหนเกรดสูงกว่ากันครับ

ขอบคุณ
 
SN สูงกว่า SM ครับ

โดยจะดูตัวอักษรตัวท้าย คือ N กับ M โดวจะเริ่มเรียงจาก A ไปเรื่อย ๆ ตอนนี้มาถึง N แล้ว

ส่วนดีเซล จะเป็น CF ครับ

ข้อมูลจากเวบ gasthai จากลิงค์ก็แล้วแต่ความเชื่อมั่นครับ ซึ่งคนที่เขียนกระทู้เสียไปแล้วนะครับ เสียดายที่ผลเทสเป็นเอกสารอย่างทางการยังได้โพสให้ดูกัน

แต่ผมสังเกตว่า สมัยนี้รถสมัยใหม่ในต่างประเทศจะมีระยะเปลี่ยนถ่าย น้ำมันเครื่องนานขึ้น เช่น ใช้ถึง 20,000 หรือ 30,000 กิโล ประกอบกับการอ่านข้อมูลการบำรุงรักษาของรถที่ขายในเยอรมันในนิตรสาร ซึ่งเขาเข้มงวดมาก

อย่าง Ford ในไทยให้ถึง 15,000 กิโล Chev บางรุ่น 20,000 กิโล

แล้วสมัยก่อนกรองน้ำมันเครื่อง มีประสิทธิภาพไม่สูง จึงให้เปลี่ยนที่ 10,000 กิโล ส่วนน้ำมันเครื่องจะรู้กันที่ 5,000 กิโล ค่อยมา 10,000 กิโล และยังพัฒนาต่อ

แล้วผมก็ทดลองด้วยตัวเองมาแล้ว ใช้ถึง 20,000 กิโลในระยะเวลา 1 ปี หรือ เกินไม่เกิน 2-3 เดือน โดยเปลี่ยนกรองที่ 10,000 กิโล แล้วยังใช้อย่างปกติไม่มีอะไรผิดสังเกต

ซึ่งผมคิดว่าเทคโนโลยีมันก็พัฒนาตามการเวลา ทุกอย่างย่อมมีประสิทธิภาพดีขึ้น สามารถใช้งานได้นานขึ้น เว้นแต่จะมีข้อยกเว้นในบางกรณี

ทั้งนี้ การใช้แล้วแต่ความเชื่อมั่นของแต่ละท่าน ใครบังคับไม่ได้

ขอแก้คำ เพราะการแสดงไม่สมบูรณ์ (สระลอย ซ้ำ)
 
Last edited:
ผมเล่นทุกยี่ห้อ ที่ราคาพอประมาณ ยกเว้น

ปตายเอะ :n24:

เพราะกลัวและเกลียดค่ายนี้หลายอย่าง

พยายามเอา เกรดที่สูงที่สุด

ตอนนี้ที่เห็นบ่อย ๆ ก้อน่าจะเป็น SM......ส่วน SN ยังไม่ค่อยเจอ

เน้นเปลี่ยนบ่อย คับ

ถ้า ระยะไมล์ไม่ถึง ก้อเอา หกเดือนเป็นหลัก

เพราะรถทั้งสามคัน ได้วิ่งออกกำลังกายทุกวัน

ไม่ต้องกลัวว่า นมค จะบูด :ylsuper:

ตอนนี้ 124, 140 ใช้ ยี่ห้อไรจำไม่ได้ ป๋องเหล็ก สี่เหลี่ยม ของยุ่น

มีคนใจดี ช่วยจัดหามาให้ :n12::n45:

citroen evasion ตอนแรก ๆ ก้อเติมยี่ห้อนึง full syn วิ่งไปวิ่งมา

นมค หาย ช่างบอกให้ใช้เบอร์หนืด ๆ หน่อย ใสไปไม่ดี หายบ่อย

เลยเอาอีกยี่่ห้อมาเติม เป็น semi เสียด้วย :ylsuper:

ส่วนใหญ่ไปเปลี่ยน นมค ผมจะไม่เอาไปด้วย จะให้อู่หาให้

ช่วยอู่บ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ (อู่ต้องไว้ใจได้นะคับ)

ถ้าจะเอา นมค ไปเอง ก้อจะไปทำอย่างอื่นด้วย :ylsuper:
 
Back
Top