E240 AV ตากลม คุณชายปวรรุจของน้าหมู

ประมาณการค่าใช้จ่ายคุณชายในช่วง 6 เดือน ที่ผ่านมา เอาแบบตัวเลขกลมๆ นะคะ จะหนักช่วงสามเดือนแรก ที่ค่าปรับสภาพให้ดีตามมาตรฐานและปรับตามบุคลิกของน้าหมูค่ะ

ประเภทซ่อม รวมค่าแรง ประมาณ 50,000
หมายเหตุ บางอย่างก็ยังไม่ถึงกับเสีย แต่ถ้าสภาพไม่ดี ก็จะจัดการเลยทีเดียว
ช่วงล่าง ประมาณ 20000 เช่น เบรค บู๊ทยางต่างๆ
Oxygen sensor 2 ตัว รวมค่าลบโค๊ด 8000
สวิทซ์แป้นเบรค. 650
โอริงรองหัวฉีด กับยางปากไอเดิล 1500
ลมประตูรั่ว 1500
แอร์ blower + regulator + กรองแอร์ ประมาณ 18000


ประภทอยากเปลี่ยนเอง ไม่ทำก็ไม่เป็นไร ประมาณ 40000
แคท 10000
โช๊ค sachs หน้าหลัง 4400* 2 = 8800
สปริง av เดิม 1200 * 4 = 4800
(โช๊คกับสปริง น่าจะได้เงินคืนเกินค่าใช้จ่ายที่ลงไปจากการขาย B8 กับ H&R ถ้าจะขาย )
ล้อแม็ค AV 16 เท่าทุน เพราะแลกของเก่าไป ไม่มีค่าใช้จ่าย
ยาง บริดสโตน GR 100 215 55 16 ใหม่สี่เส้น 22000
ยางรองขึ้นแม่แรง 4 ตัว ครบชุด 1400

ประเภทนับหนึ่ง ประมาณ 25000
แบต Bosch 4000
น้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ น้ำมันเฟืองท้าย หัวเทียน น้ำยาหม้อน้ำ ประมาณ 20000 (รายการนี้มีหัวแตกแทรกอีกระมาณ 20-30% จากโดนอู่ฟัน กับลองน้ำมันเครื่องตัวใหม่ตามแรงยุเพื่อนฝูง ค่าน้ำมันเครื่องก็ 3600 แล้ว)

ตอนนี้ขับกับเติมน้ำมันอย่างเดียวค่ะ บวกไปบวกมา เยอะเหมือนกันแฮะ หลายรายการที่ทำไป ก็ใช้กันลืมค่ะ ไม่คิดมากค่ะ ถือว่าทำแล้วเหมือนได้ขับรถสมราคาสามล้านกว่าในค่าใช้จ่ายแต่ 1/5

ผมนิยมชมชอบ ความคิดครับ มีแนวทาง มีเหตุมีผลดีเยี่ยมครับ ตามอ่านของน้าหมูมาตลอดเป็นแฟนนานุแฟน ทางวรรณกรรมชองน้าหมู ครับ
 
ขับรถเล่น

น้าหมูบ้ายอค่ะ พอมีคนยอว่าเขียนดี ก็เลยอยากเขียน:p

ในช่วงเวลาเดือนกพ. ทั้งเดือน ที่ผ่านมา น้าหมูใช้เรือยนต์และเดินเท้าเป็นพาหนะหลักในการทำงาน เพราะ .. ทำงานในป่าชายเลนที่เขมรค่ะ เก็บตัวอย่างดิน วัดต้นไม้ ไปตามเรื่องตามราว ถึงแม้จะเปียก จะแดดร้อน สะดุดหกล้ม หนามตำบ้าง แต่ถือว่าเป็นกำไรชีวิตจริงๆ บางแห่งก็สวยยังกะสวรรค์ บางแห่งต้องแอบปาดน้ำตา เพราะสะดุดรากโกงกางหัวคะมำกับโดนหนามตำ:D.

คุณชายนอนรอน้าหมูกลับบ้านภายใต้ผ้าคลุมรถด้วยความอดทน ไม่มีใครยอมเอาไปขับเลย เด็กๆ ก็เอาแต่ยาริสกับซิตี้ออก บอกว่าคันนี้อ้วนเกิน หนูไม่กล้าขับ จอดลำบาก แต่ยอมสตาร์ทให้ทุกอาทิตย์ พอน้าหมูกลับมาก็ต้องรับขวัญกันหน่อย พาไปเที่ยวสองอาทิตย์ติดต่อกัน อาทิตย์แรกไปวังน้ำเขียว วันมาฆะก็พาไปเวียนเทียนรอบโบสถ์แบบไม่ต้องรอมืดที่วัดพระพุทธฉายสระบุรี

คุณชายไม่ทำให้ผิดหวังค่ะ ของเหลวยังอยู่ครบไม่แอบรั่วไปไหน สมรรถะยังขับนุ่มนวลสมกับรถตราดาว. ปรับโหมด W(inter) ทั้งๆ ที่เมืองไทยร้อนจัด แดดจัด เพราะหมวดนี้ขับในเมืองได้นุ่มนวลกว่า S มาก ไม่กระโชกโฮกฮาก เกียร์เปลี่ยนไปมาเวลารถติดๆ ขับตอนเช้าๆ เปิดซันรูฟสุด เปิดกระจก และที่ลืมไม่ได้ คือเปิดเพลงฝรั่งยุค 70s พร้อมร้องเพลงคลอตาม ขับไปก็กดปุ่มที่พวงมาลัย เช็คการทำงานของรถไปด้วย วิ่ง 100-120 ล็อกครูซคอนโทรลเป็นบางจังหวะที่โอกาสอำนวย ความร้อนปกติ ประมาณ 90 องศาเศษๆ ตอนวิ่งเร็ว ก็ลดลงมาบ้าง เยี่ยมมาก เพราะความร้อนที่เครื่องยนต์ทำงานได้ดีที่สุดคือ 92 องศา อัตรากินน้ำมันอยู่ที่ 12.2 กม/ลิตร ทั้งสองทริป น้าหมูเติมเอสโซ่ ส่วนในเมืองก็แล้วแต่ว่ารถจะติดมากน้อยขนาดไหน วันที่ติดมากๆ เห็นหน้าปัดแล้วจะเป็นลม 5.6 กม/ลิตร

จบการรายงานแบบแม่บ้านค่ะ ไม่มีคำอธิบายแบบวิศวกรรมยานยนต์ว่าทำไม W ถึงนุ่มนวลกว่า S ทำไม 92 องศาถึงดีที่สุด (ทิ้งท้ายไว้แบบนี้ เดี๋ยวก็มีคนมาต่อให้ ):icon_razz:
 
น้าหมูบรรยายซะเคลิ้มตามเลยทีเดียว ส่วนตัวไม่ค่อยจะได้เปิดมูนรูฟเลยเพราะว่าออกจากบ้านมาเจอแดดและฝุ่นควันเมืองไทยแล้วต้องยอมปิดหลังคาขับต่อไป:(
 
แอร์ ..งานนต้องสังเกตกันต่อไป

แอร์

ช่วง อาทิตย์ที่ผ่านมา แอร์ก็เย็นฉ่ำดี แต่แค่บางทีเท่านี้นที่รู้สึกอุ่นขึ้นมาจนไม่เย็นค่ะ จับอาการแล้ว หาความคงเส้นคงวาไม่ได้ บางทีขับไปสองร้อยกว่ากิโลถึงเป็น บางทีขับไม่กี่กิโลก็เป็น ไม่เลือกเวลาด้วย ครั้งแรกเป็นตอนสายๆ ครั้งต่อมาเป็นกลางคืน แต่พอดับเครื่องจอด สตาร์ทใหม่ ก็เย็นฉ่ำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เป็นแบบนี้มาสองสามหนแล้ว

วันนี้เลยพาไปหาหมอที่สายไหม พอเจอช่าง ก็นิสัยดี ไม่มีเกเรเชียว น้ำยาขาดไปปอนด์นึง เอ้าเติมไป ช่างอู๊ดบอกว่าให้จับอาการต่อไปพร้อมกับสอนให้ดูหน้าจอ ถ้ากำลังมีอาการ น้าหมูก็ต้องเอาสมุดมาจดไว้อย่างละเอียดกันลืม เพื่อจะได้ทำถูกและส่งการบ้านต่อไป

1. กดปุ่ม reset ที่แอร์ รอจนหมายเลขด้านซ้ายมือขึ้นเลข 1
2. กดปุ่ม auto เลื่อนให้หมายเลขด้านซ้ายขึ้นเลข 5
3. ดูตัวเลขด้านขวา จะบอกอุณหภูมิ ค่าต้องอยู่ระหว่าง 12-15 องศา ถ้าเกิน 30 องศา แปลว่าคอมเพรสเซอร์ไม่ทำงาน
4. กดปุ่ม auto ต่อไปให้ด้านซ้ายเป็นเลข 7 ค่าจะต้องอยู่ระหว่าง 15-18 เพื่อดูค่าแรงดัน กำลังอัดของคอม. ถ้าค่าต่ำกว่า 10 แปลว่า คอมไม่ทำงาน
5. กด reset อีกครั้ง เพื่อกลับสถานะเดิม

ทีนี้ก็ให้เปิดฝากระโปรง ดูเซ็นเซอร์ของฮีทเตอร์ อ้อ.. ให้เอามือแตะ ไม่ใช้ให้ดูเฉยๆ ค่ะ ถ้าฮีทเตอร์ทำงานจะรู้ว่ามันเต็นตุบๆ วิธีแก้ง่ายๆ ให้ไปลดอุณหภูมิในลดลงมาเยอะๆ หน่อย เป็นว่าเอาซัก 18 องศา ก็น่าจะแก้ได้ ช่างยังเตือนเพิ่มเติมอีกว่าอย่าไปจับตรงแท่งกลมๆ เพราะมันร้อยมาก มือจะพองเอาได้

ถ้าไม่หาย "พี่เอารถมาใหม่นะครับ จะเช็คเซ็นเซอร์แอร์ทั้งระบบ"

image.jpg1_zpsiepoejnn.jpg
[/URL]
 
Last edited:
ไฟซีนอลไม่ติด

วันนี้วันอาทิตย์ ขอเช็ครถซะหน่อยค่ะ เริ่มตังแต่น้ำหม้อน้ำ น้ำมันเครื่อง น้ำมันเบรค เติมน้ำเช็ดกระจก แล้วก็มาถึงการเช็คฟิวส์ เพราะไฟซีนอนด้านขวามันไม่ติด ทุกครั้งที่เปิดไฟ ก็จะมีเสียงเตือนให้เช็คทุกครั้ง. งานนี่อาจจะหมูๆ สำหรับคนอื่น แต่.. วันไม่หมูสำหรับน้ำหมูค่ะ

แค่เปิดกล่องฟิวส์ในห้องเครื่อง ก็เจอความท้าทายแล้ว เพราะดึงฟืวส์ออกมาตัวนึงแล้ว ไม่มีสติ พอตอนจะใส่กลับ แล้วมันตำแหน่ง 17 หรือ 18 หว่า.. รูปก็ลืมถ่ายไว้อีก คว้าไอแพดมาจิ้มๆ ถามเพื่อนๆ ในก๊วน W210 Line group มีคุณ Triwut กับโกย้อย มาให้กำลังใจแต่เช้าเลย

Triwut " มองตรงๆลงไปที่ขาฟิวซ์สีบ มันจะมีขั่วทองแดงรอหนีบขาฟิวซ์อยู่ ถ้าไม่ใช้รู้สึกว่ามันจะมีข้างเดียว ของน้าหมูผมว่าต้องเสียบ18 นะ"
โกย้อย "น้าหมู มันไม่มีขั้วทองแดงครับที่เห็นไม่ต้องใส่"

เมือ่ถ่ายรูปข้อมูลตำแหน่งฟิวส์ที่อยู่ในคู่มือรถ คุณ Triwut ก็คอนเฟิมตำแหน่ง 18 ทีนี้ก้ต้องหาสาเหตุที่ ไฟซีนอลหน้าขวามันไม่ติด คุณเจมส์เคยบอกว่าให้เช็คฟิวส์ข้างคอนโซลคนขับ

ในไลน๋เริ่มคึกคัก มีพี่โกเมท พี่เอก เจมส์ อ๋อง มาเพิ่มเติม พร้อมกับเป้นโค๊ชออนไลน์ เพราะน้าหมูหากล่องฟิวส์ไม่เจอ ก้มหาใต้คอนโซลก็แล้ว เจอแต่ช่องลมแอร์ พี่เอกก็พยายามอธิบายอย่างอดทน ว่าอยู่ "ตรงหน้าปัดที่ติดกับประตูคนขับครับ"

ในที่สุดเจอจนได้ ก็พี่เล่นไปแอบอยู่ด้านข้างประตูนี่หน่า (เหมาะสำหรับซ่อนเงินเมียมาก. หาให้ตายก็หาไม่เจอ) เช็คตำแหน่งฟิวส์แล้วพบว่า ไฟซีนอลขวาอยู่ตำแหน่งที่ 7 ก็ใช้คีมดึงออกมา ไส้ฟิวสไม่ขาด แต่พลาสติกม้นแตกร้าว โคชออนไลน์บอกให้เอาฟิวส์สำรอง 7.5 A สีน้ำตาล เปลี่ยนเลย .. ดีใจน้ำตาไหล ไฟกลับมาสว่างดังเดิม

ต้องไปหาฟิวส์สำรองมาใส่คืน น้าหมูก้เลยถามก๊วนออนไลน์ว่าราคาเท่าไหร่ โกย้อยเปิดราคามาที่ตัวละ 10 บาท คุณTriwut เกทับที่ตัวละ 3 บาท พี่เอกมาตบสรุปว่า 5 บาท และให้ความรู้ว่าของแท้ขาจะแข็งแรง พลาสติกจะหนา ให้ใช้ตัวนี้ พร้อมสำทับว่า ร้าน 20 บาท ทุกอย่าง อย่าไปซื้อใช้เป็นอันขาด

ขอบคุณโค๊ชออนไลน์และทุกกำลังใจค่ะ

image.jpg1_zpsrojaovzz.jpg



image.jpg1_zpsclee5lqf.jpg


image.jpg2_zpsdztrcceq.jpg
 
Last edited:
ไฟซีนอลต่อ

มีคำถามค่ะ

พอเปลี่ยนฟิวส์แล้ว ไฟซีนอนข้างขวาที่เป็นปัญหาตาม ^ ข้างบน ก้มีอาการ บางทีก็ติด บางทีก็ไม่ติด ฟิวส์ไม่ขาด จะให้ไปเช็คตรงไหนอีก รบกวนชี้แนะค่ะ
 
แสดงว่าบัลลาสไม่ค่อยดีแล้วครับ
อาการคือเปิดแล้วบางทีติด บางทีไม่ติดแต่ปิดแล้วเปิดใหม่จะติด
 
ขอขอบคุณ..น้าหมูมากครับที่ให้ความอนุเคราะห์ฝาปิดน้ำมันเครื่อง Amg มันก็ดีสมชื่อครับจากฝาเดิมซึมนิดหน่อยพอได้อันนี้แห้งสนิทเลยครับ...จาก 124 รุ่นช้างเหยียบ..เหยียบที่อื่นเป็นของปลอมนะครับ..ของแท้ต้องเขาใหญ่
 
แสดงว่าบัลลาสไม่ค่อยดีแล้วครับ
อาการคือเปิดแล้วบางทีติด บางทีไม่ติดแต่ปิดแล้วเปิดใหม่จะติด

อาการผมเริ่มออกมาแสดงตามที่พี่ว่ามาเลยเมื่อเย็นโดนไป1 ครั้งเปิดและปิดก็ติดครับว่าแต่ซ่อมไม่ได้หรือเปลี่ยนสถานเดียวจะได้ทำใจไว้ก่อนคงไม่มีใครขายเป็นข้างด้วยอีกอย่างไม่แยกขายบัลลาสใช่ไหมครับท่านใดเคยประสบช่วยแชร์ด้วยครับ ส่วนของน้าหมูจบอย่างไรครับ :D
 
ของน้าหมูยังไม่จบค่ะ วันนี้เช็คแล้วฟิวส์ไม่ขาด ถอดหลอดฝาหลังมาลองเสียบปลั๊กใหม่เผื่อจะไม่แน่น แล้วก้ลองเปิดไฟใหม่ ก็ยังเป็นเหมือนเดิม คือ สว่างได้ซักไม่นานก็ดับ ก้เลยวิ่งไปหาช่าง และลองกันใหม่อีกครั้ง คราวนี้กลับดีแฮะ ไม่เจออาการทั้งๆ ที่ลองเปิดไฟวิ่งตั้งนาน ช่างบอกว่าอาจจะเป็นที่กล่องควบคุมไฟซีนอน ให้ไปลองใหม่ ถ้ายังเป็นอยู่ เสาร์หน้าถอดกันชนสลับกล่องควบคุมกับอีกข้างที่ดี เช็คให้แน่ๆว่าเป็นกล่อง (แล้วใช้เวลาทำใจก่อนจะเสียตังค์อีกครั้งค่ะ:n39:)

อาการนี้ก็คงต้องใช้เวลาค่อยๆ หา และ คงต้องถึงมืออาชีพแล้วค่ะ น้าหมูทำเองต่อไม่เป็นแล้ว

จะมารายงานความก้าวหน้าเป้นระยะๆ ค่ะ
 
ของน้าหมูยังไม่จบค่ะ วันนี้เช็คแล้วฟิวส์ไม่ขาด ถอดหลอดฝาหลังมาลองเสียบปลั๊กใหม่เผื่อจะไม่แน่น แล้วก้ลองเปิดไฟใหม่ ก็ยังเป็นเหมือนเดิม คือ สว่างได้ซักไม่นานก็ดับ ก้เลยวิ่งไปหาช่าง และลองกันใหม่อีกครั้ง คราวนี้กลับดีแฮะ ไม่เจออาการทั้งๆ ที่ลองเปิดไฟวิ่งตั้งนาน ช่างบอกว่าอาจจะเป็นที่กล่องควบคุมไฟซีนอน ให้ไปลองใหม่ ถ้ายังเป็นอยู่ เสาร์หน้าถอดกันชนสลับกล่องควบคุมกับอีกข้างที่ดี เช็คให้แน่ๆว่าเป็นกล่อง (แล้วใช้เวลาทำใจก่อนจะเสียตังค์อีกครั้งค่ะ:n39:)

อาการนี้ก็คงต้องใช้เวลาค่อยๆ หา และ คงต้องถึงมืออาชีพแล้วค่ะ น้าหมูทำเองต่อไม่เป็นแล้ว

จะมารายงานความก้าวหน้าเป้นระยะๆ ค่ะ

แปลว่าถ้าลองสลับแล้วหวยออกเราซ่อมไม่ได้ใช้ไหมครับ ซื้อเฉพาะกล่องก็ไม่มีต้องมาพร้อมไฟด้วยมือสองน่าจะอยู่ใกล้หลักหมื่น ถ้ามีหนทางอื่นๆรบกวนน้าหมูช่วยแจ้งด้วยนะครับ. เอาใจช่วยให้ผลออกมาดีนะครับรอติดตามอยู่ครับ :D
 
เรื่องเล่าจากไลน์ ตอน ESP รอบเครื่องสวิง

ESP รอบเครื่องสวิง

ในกลุ่มก๊วนไลน์ W210-G ก็คุยกันสารพันปัญหาและแชร์ความรู้เรื่องรถกันเป็นประจำทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ เมื่อวันก่อนคุณนิวัฒน์มีเรื่องร้อนใจบอกว่า

"อาการไฟespโชว์ตลอด รอบเครื่องสวิงที่1500รอบ เหยียบคันเร่งไม่ไป รถวิ่งได้ไม่เกิน50 ครับ"

พรรคพวกในห้อง ก็แนะนำตามประสบการณ์ของตัวเองกันใหญ้
[น้าหมู] เปลี่ยนสวิทที่แป้นเบรคเลยค่ะ 650 บาท แบตมีกำลังไฟอ่อนก็เป็นนะ
[Paul USA] ของผมหาเป็นปีเลย หาไม่เจอ สุดท้ายมาเจอหายที่จับเปลี่ยนบู๊ทคันเกียร์ เปลี่ยาจากด้านบนง่ายมากครับ
[พี่อ้วน ชลบุรี] ของผม เหมือนน้าหมู เปลี่ยนแล้วหาย
[james] ให้ดูเซ๊นเซอร์มุมล้อด้วยครับ
[Paul USA] เสริมมาอีกว่า "มี sensor ที่หม้อลมเบรค กล่องคอนโทรล esp ,yaw rate sensor กล่อง abs อีกนะครับ ถ้ายังไม่หาย"

คุณนิวิฒน์ ลองเปลี่ยนสวิทซ์แป้นเบรค ไม่หาย แบตก็ใหม่ เปลี่ยนมาได้สามเดือนเอง ปวดหัวไปสองวัน สุดท้ายมาแจ้งกับเดอะก๊วน w210 ว่า เจอแล้วครับ "ท่อยางตรงไอเดิ้ล แตกครับ ใช้คอมจับเจอ" ปัญหาได้รับการแก้ไข ยิ้มออกได้:) งานนี้หมดไปห้าร้อยบาท:n45:

 
Last edited:
W210-G

น้าหมูครับ Line group W210-G เป็นกลุ่มเปิดหรือเปล่าครับ ขอเข้าไปด้วยได้ไหมครับ ผมใช้ E240 Elegance
 
น้าหมูครับ Line group W210-G เป็นกลุ่มเปิดหรือเปล่าครับ ขอเข้าไปด้วยได้ไหมครับ ผมใช้ E240 Elegance

กลุ่มเปิดค่ะ. ตามไปแจ้ง line id ที่กระทู้นี้เลยค่ะ เดี๋ยวมีคนดึงเข้าไปเองค่ะ


http://www.benzowner.net/forum/showthread.php?t=76531&page=2
 
ขอบคุณครับ

ขอบคุณครับน้าหมู กระทู้นี้คือแรงบันดาลใจให้ผมหาตากลมมาใช้งานเกือบ 8 เดือนแล้ว ถูกใจมากๆ

W124 คันโปรดยังไม่ทิ้งรอเก็บทำสีทีเดียวเลย
 
เซ่นเซอร์หางหนู

วันนี้มาเปลี่ยนเซนเซอร์หางหนู (A/C Temperature Sensor on Evaporator) ซึ่งเป็นตัวควบคุมการตัดต่อของคอมแอร์ค่ะ อาการนี้สืบเนื่องจากอาการตราวที่แล้วว่า อยู่ดีๆ คอมก็หยุดปล่อยความเย้นมาเฉยๆ ซะอย่างนั้นแหละ แต่เวลาเย็นก้เย็นจัดดีมาก วันนี้มีเวลาก็เลยจัดการซะที ทิ้งไว้นานแล้ว

ที่แปลกใจ คิดว่าช่างจะเปิดฝากระโปรงแล้วเปลี่ยนเซนเซอร์ แต่กลับไปเปิดใต้พวงพาลัย แล้วเปลี่ยนจากด้านใน แต่ไม่สามารถมุดไปถ่ายรูปมาให้ดูได้ค่ะ เกรงใจช่างที่กำลังทำงานอยู่

ชื่อหางหนูดูเหมือนจะถูก แต่ไม่ถูกเลย ตัวเกือบสี่พันบาท ราคาของแท้ แพงกว่าของ BEHR อยู่ 3 เท่า

image.jpg1_zpscgrhr44j.jpg
 
Last edited:
ไฟหน้า..น่าจะจบซักที

ไหนๆ ก็ไปเปลี่ยนเซนเซอร์หางหนู ก็เลยขอให้ช่างช่วยเช็คไฟหน้าอีกทีว่าทำไมมันถึงติดๆ ดับ ยังไม่อยากจะปลงใจว่าเป็นกล่อง แค่จะถอดหลอดมาดู นี่ต้องรื้อกรองอากาศออกมาด้วยเลยเหรอเนี่ย ..เห็นวิธีทำแล้ว น้าหมูคงทำไม่เป็นแน่ๆ แค่เครื่องมือก็ไม่มีแล้ว ..(เลยได่เป่าลมทำความสะอาดกรองเป็นของแถม)

image.jpg2_zpsq8xqh6o7.jpg


ไอ้ที่คาดเดาว่าน่าจะเป็นกล่องควบคุมไฟซีนอนเสีย กลับไม่ใช่ แต่เป็นเรื่องที่หลอดเสียแทนค่ะ เป็นสีขาวขุ่นเลย และตอนจะติดก็กระพริบปิ๊ปๆ เหมือนหลอดไฟที่บ้านเวลาจะพังเลย ช่างบอกว่าเคยมีการเปลี่ยนหลอดมาแล้วทีนึง เพราะเป็น OEM ยี่ห้อ Osram XENARC ทำในเยอรมัน สเปกตรงรุ่นตามคู่มือ D2R 35W 66050 ได้คุยกับก๊วน W210-G เกี่ยวกับเรื่องหลอดไฟมาพักหนึ่ง ได้ข้อมูลจากคุณเจมส์มาว่า

"น้าหมูพูดถึงไฟซีนอล .. มีความรู้มาแชร์ครับ เพราะผมโง่ไปรอบนึงแล้ว (เพราะไม่รู้)

เวลาไปซื้อ บางทีร้านมันจะบอกว่า D2R หรือ D2S ใส่ได้เหมือนกัน ซึ่งไม่เถียง ขั้วมันเหมือนกันครับใส่ได้ แต่.....การทำงานของหลอดไม่เหมือนกัน กล่าวคือ D2R จะมีการเคลือบเซรามิค เพื่อบังคับไฟให้สะท้อนในโคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะต่างกับ D2S ที่หลอดไม่มีการเคลือบ ทำให้ไฟจะฟุ้งเวลาฉาย D2S จึงออกแบบมาสำหรับรถที่มีโคมแบบ projector lens ซึ่งตากลมโคมแท้จะไม่ใช่ projector lens .. รุ่นของพวกเราต้องใช้หลอด D2R เท่านั้น"

image.jpg3_zpsmsoonagx.jpg
 
Last edited:
ต้อง H7 เท่านั้น

จดไว้กันลืม
หลอดไฟสำหรับ w210 e240 ต้องเป็น H7 D2R 35 watts เท่านั้น
ของใหม่ที่ใส่ไป ยี่ห้อ Hella D2R P32d-3 uv free 12v/24v 35W made in Hungary

รูป แสดงหลอดไฟ H7



รูป..คุณเจมส์เอามาให้ดู ไม่รู้ว่าต้นฉบับจากไหน ให้เครดิตไม่ถูกค่ะ
 
Last edited:
เปลี่ยนหน้าจอคอมมานด์

จอคอมมานด์ติดรถจากอังกฤษตั้งแต่สิบกว่าปีที่แล้ว เป็นเสื่อม เป็นผ้า โป่งพองตามมุม ทำให้มองหน้าจอไม่ค่อยชัด ก็ทนๆ ใช้ไปค่ะ ไม่รู้จะแก้ไขยังไง แต่ฟังก์ชั่นยังทำงานได้ดี ฟังเพลงจากซีดี ฟังวิทยุได้ไพเราะ

อยู่มาวันหนึ่ง..พี่ช่างบอกว่า "ผมมีคอมมานด์ของญี่ปุ่นยกให้ฟรีๆ เพราะซื้อตู้แอร์และมีจอคอมฯ ติดมาด้วย จะเอามั๊ย.." ดีใจมากค่ะ :n45: แต่บอกว่าขอเฉพาะหน้าจอได้มั๊ย เพราะตัวญี่ปุ่นมีข้อด้อยที่จูนเนอร์ที่รับสัญญานวิทยุไทยได้ไม่ครบทุกช่อง และรถมาจากอังกฤษ ไม่อยากได้หน้าจอญี่ปุ่น:rolleyes: ..พี่ก็สุดใจดี จัดการเปลี่ยนเฉพาะหน้าจอให้ ปลื้มจริงๆ ค่ะ สวยงามเหมือนกับออกมาจากโชว์รูม ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้รับโอกาสดีๆ เช่นนี้

ขอบคุณค่ะ:n45:

Command_1_zpsbxq9imu3.png


Command_2_zpshmy9169v.png
 
Last edited:
ถูกพาดพิงค่ะ

อ้างถึง:
Originally Posted by ekachai_v View Post
หายากถึงยากสุดๆ รถสมบูรณ์จริงๆ คงไม่มีคนขายหรอกครับ
รถที่ขายออกมายังไงก็ต้องเก็บงาน จะมากหรือน้อยอยู่ที่สายตาและความรู้คนซื้อครับ
ดูรถน้าหมูเป็นตัวอย่าง เจ้าของเดิมบอกว่าดูแลอย่างดี เอาไปไม่ต้องทำอะไรเลย เล่นน้าหมูซะเกือบหน้ามืด ลองกลับไปอ่านกระทู้น้าหมูดู เอาที่ต้องทำนะ ไม่เกี่ยวกับที่คัน

น้าหมูตอบ

ถูกพาดพิงค่ะ
อยากจะบอกว่า คำว่าดีของแต่ละคนมีมาตรฐานไม่เหมือนกัน บางคนเรียกรถที่วิ่งได้ว่าดี ถึงแม้ว่าจะมีเสียงกุกกักบ้าง ดีของบางคนต้องเนี๊ยบจริงๆ รถมือสองยังไงก็ต้องเก็บงานในสองส่วน คือ ซ่อมและนับหนึ่ง ส่วนนับหนึ่งเราไม่ถือว่าเป็นคะแนนตัดสินว่ารถดีหรือ ไม่ดี เพราะต้องทำทุกคัน ส่วนนี้ก็ประมาณสองหมื่นกว่าบาท

ส่วนที่จะบอกว่ารถได้รับการดูแลมาดีหรือไม่นั้น น้าหมูมองที่สี ความสะอาด และตัวถังก่อน อันนี้ต้องเนี๊ยบ และการซ่อมในสามเดือนแรก ถ้าซ่อม(ไม่นับ preventive measures) ไม่เกินห้าหมื่น จะถือว่ารถดีค่ะ ส่วนอาการที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นเป็นเรื่องของอายุกา รใช้งานของชิ้นส่วนต่างๆ เอามานับไม่ได้ว่าเราซื้อรถดีมาขับหรือไม่

เวลาอ่านกระทู้คุณชาย ต้องพิจารณาแยกแยะการซ่อม preventive measure การนับหนึ่ง และมิติเวลาด้วย ไม่นับการคันเอง เนือ่งจากกระทู้นั้นได้บอกเล่าความเป็นมาตั้งแต่ได้ร ถจนถึงปัจจุบัน รวมเวลาก็ 9 เดือน ค่ะ

รถดีในคำจำกัดความของน้าหมู คือ structure และ function จะต้องสมบูรณ์แบบตามมาตรฐานโรงงาน หรือภาวะสมดุลย์ห หรือภาวะที่รถยังทำงานตามฟังก์ชั่นได้เป็นอย่างน้อย (จำใจรับถ้าหาอะไหล่ไม่ได้ซ่อมโครงสร้างไม่ได้)

น้าหมูใช้ทฤษฎี Theory of Change ในการดูแลรถ คือ
ถ้า Structure ดี Function ดี. = ภาวะสมดุลย์ ปกติ
ถ้า Structure ไม่ดี แต่ Function ยังได้ = เตือนภัย เช่น จอคอมมานห้าจอพอง ไม่สวย แต่ยังทำงานได้ดี
ถ้า Structure ดี แต่ Function ไม่ได้ = เสี่ยงภัย เช่น ที่ปัดน้ำฝนดูดี แต่ปัดไม่สะอาดหรือไม่ทำงาน
แย่ทั้ง Structure และ Function = วิกฤต เช่น หม้อน้ำรั่ว โอเวอร์ฮีท
 
Last edited:
Back
Top