E240 AV ตากลม คุณชายปวรรุจของน้าหมู

ตอนใช้ 124 ก็มีเครื่องมืออ่านโค๊ดแบบง่ายๆ นับดวงไฟเอา ที่คุณเอดส์ได้กรุณาทำให้ใช้ฟรีๆ พอเปลี่ยนมาใช้คุณชายตากลมก็นึกถึงเครื่องอ่านโค๊ดง่ายๆ แต่ไม่เห็นมีใครทำ ก็ได้แต่ติดไว้ในใจตลอดเวลาว่ามันต้องมีซิ อาศัยที่ชอบดูยูทูปของ Kent Bergma ซึ่งเป็นช่างซ่อมเบ๊นซ์ที่อเมริกาบ่อยๆ มีตอนนึงเขาแนะนำเครื่องอ่านโค๊ดราคาถูก สีแดงๆ และบอกว่าไม่จำเป็นต้องใช้ของแพงสำหรับเจ้าของรถ เอาแค่พอรู้ว่าอะไรเสีย เคลียร์โค๊ดได้ก็พอ อย่างน้อยก็ลดขอบเขตการเดาลงไปได้มาก แต่เขาไม่ได้บอกว่ายี่ห้ออะไร รุ่นไหน

รู้แค่นี้ก็เพียงพอที่จะค้นหาต่อแล้ว เพราะ ได้ซูมเข้าไปว่าเขาใช้ยี่ห้ออะไร ก็พบว่าเป็นยี่ห้อ Autel MS300 แต่รถตากลมรุ่นใหม่ จะใช้สาย OBD2 ที่มี 38 pin ก็เลยต้องหาแบบ 38 Pin to 16 Pin OBDII Diagnostic Adapter Cable for Mercedes Benz มาอีก ก็ต้องสั่งสายส่วนควบเพิ่มมาด้วยอีกรายการนึง

หลังจากนั้นก็เป็นเรื่องไม่ยากที่จะหาแหล่งออนไลน์เพื่อสั่งของ เลือกเอาที่ส่งมาใกล้ๆ หน่อยค่าส่งจะได้ไม่แพงมากนัก น้าหมูสั่งมาจากสิงคโปร์ค่ะ ค่าของสองชิ้นประมาณพันบาท ค่าส่งก็แล้วแต่ว่าจะสั่งกี่อัน และจะให้ส่งเร็วแค่ไหน ถ้ารอได้ เขาก็มีแบบส่งฟรีด้วย

พอไปรษณีย์มาส่งของครบ ก็อดไม่ได้ที่ต้องลองทันที ดับเครื่อง  เอาสาย OBD2 มาต่อกับเครื่องอ่านโค๊ด เปิดฝากล่องฟิวส์เพื่อเสียบ  บิดสวิทซ์กุญแจ  อ่านค่า

อ่านค่าแล้ว มีค่าผิดปกติสองตัว รหัสที่ขึ้น คือ P0173, P0170 คู่มือบอกว่า fuel trim malfunction bank 2 และ fuel trim malfunction bank 1ตามลำดับ ก็ได้ทำการเคลียร์โค๊ด และค้นต่อในอินเตอร์เน็ทว่าสาเหตุอะไร มีให้อ่านเยอะค่ะ

ตอนนี้เคลียร์ Fault code ไปแล้ว พรุ่งนี้วิ่งไปทำงาน จะลองเช็คใหม่อีกที

เนื่องจากเครื่องนี้เป็นรุ่นต่ำสุด ถูกสุด มันจะฟ้องว่าอะไรผิดปกติเฉยๆ ไม่สามารถอ่านค่าได้ แต่มีความสามารถในการลบ Fault code ได้ น้าหมูคิดว่าเป็นของชิ้นนี้เป็นของที่คุ้มค่ามาก ควรมีติดรถไว้ ราคาไม่แพง ใช้ง่าย ไม่ต้องจับสตาร์สองครั้งก็คุ้มแล้ว

Autel%20and%20OBD2%20no%20price_zpslgwvserh.png


Test%20car_zpscaejzefg.jpg

อยากได้อ่ะ น้าหมู :cool::cool::cool:
 
ปั๊มน้ำ

วันนั้นเป็นวันอาทิตย์ได้ใส่บาตรตอนเช้าวัดพระรามเก้าและไปกินข้าวเที่ยงกับเพื่อนแจ้งวัฒนะ สนุกสนานค่ะ ก็ไม่มีอาการอะไรให้เห็น เพราะไม่ได้เปิดฝากระโปรงดูอะไรเลยหลังจากจอดคลุมผ้าไว้อาทิตย์นึงเต็มๆ น้ำไม่ได้ดูเลยว่าพร่องไปขนาดไหน ตอนขับกลับบ้านก็ไม่มีอาการอะไร ความร้อนไม่ขึ้น พอตอนถอยรถเข้าบ้าน เสียงดังสนั่น ก็รีบจอดเปิดฝากระโปรงดู เสียงมาจากปั๊มน้ำ พร้อมกับเสียงน้ำโครกครากข้างใน คราบน้ำกระจายเต็มห้องเครื่องด้านหน้า..รีบยกมือไหว้แม่ย่านางที่ช่วยอั้นไว้ได้จนมาตายรัง ..ขอบพระคุณเจ้าค่ะ

ปั๊มน้ำเดิมของแท้ติดรถทำจากอลูมิเนียม เพราะเห็นปั๊มว่า ALUMAC ซึ่งเป็นโรงงานผลิตอลูมีเนียมชั้นนำ ตัวปั๊มน้ำมีหลายเกรดเหลือเกิน มีของเทียบราคาจากร้านอะไหล่ประมาณ 2200 ของแท้ราคาเต็มจะเป็นลมได้ เพราะอยู่ที่ 18000 บาท เพื่อนๆ บอกว่าของเทียบก็พอแล้ว มันไม่ได้ทำงานหนัก เจ้าของร้านอะไหล่ลบอกว่าของเทียบอายุการใช้งานประมาณสองปี ถ้าคิดอย่างนักเศรษฐศาสตร์ ต้องคิดความคุ้มค่าในระยะยาวด้วย ก็เลยลองคิดเล่นๆ แบบคนว่างงาน ได้ดังนี้ค่ะ

• ปั๊มน้ำของแท้ ราคาพิเศษมาที่ 13280 บาท น้ำยากันสนิมเบ๊นซ์แท้ 400 ค่าแรง 800 รวมต้นทุนเท่ากับ 14480 อายุการใช้งาน 14 ปี หรือใกล้ๆ สองแสนกิโลเมตร
• ปั๊มน้ำของเทียบราคา 2200 น้ำยากันสนิมเบ๊นซ์แท้ 400 ค่าแรง 800 รวมต้นทุนเท่ากับ 3400 เปลี่ยนได้ 4.25 ครั้ง ถึงจะเท่ากับต้นทุนของแท้ในเวลา 8 ปี ถ้าจะคิดอายุการใช้งานที่ 14 ปี ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเท่ากับ 23800 บาท คิดแบบคร่าวๆ ไม่ได้คิดแบบมีเรื่องต้นทุนของเวลา ค่าของเงินและราคาของสินค้าในอนาคตมากำกับ
• เมื่อพิจารณาสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเงิน intangible cost เช่น การเสียกลางทาง การเสียหายรุนแรงที่เกิดจากเครื่องฮีท ค่ารถลาก และอื่นๆ ต้นทุนที่มองไม่เห็นดูเหมือนจะมีมากเช่นเดียวกัน .
• ต้นทุนทางด้านสิ่งแวดล้อมก็มีนะ การใช้ของเทียบสร้างของเสียให้เกิดขึ้นในระบบหลายครั้ง ไม่แน่ใจว่าของเหล่านี้จะถูกนำไปรีไซเคิลหรือเปล่า

ในเชิงเทคนิคแล้วก็มีความแตกต่างในชิ้นงานเช่นกัน

• เนื้อของชิ้นงานเนียนผิดกัน
• น้ำหนักใกล้เคียงกัน แต่จุดศูนย์ถ่วงของงานต่างกัน ของแทน้ำหนักจะตกที่แกนลูกปืนตรงกลาง
(วงกลมสีเหลือง) แต่งานเทียบ น้ำหนักจะตกลงที่ปลายท่อ (วงกลมสีแดง)

ใครจะเลือกทางไหน เชิญพิจารณากันเอาเองเลยค่ะ

Water%20pump_zpsh6n4nv4c.png
 
Seal Wiper Motor

วันนี้เป็นวันดูแลรถแห่งบ้านค่ะ

ตาดีอีกแล้ว เห็นว่าซีลโดนัทที่ปิดมอเตอร์ปัดน้ำฝนขาด ดีใจที่ของราคาไม่แพงค่ะ 950 บาท แถมเป็นของแท้เบิกห้างอีก เลยกระดี้กระด้าสั่งเลย ให้ช่างเปลี่ยนให้ค่ะ คิดว่าจะง่าย ที่ไหนได้รื้ออกหมดเลย

พลิกวิกฤตเป็นโอกาส คือโอกาสในการบำรุงดูแลรักษามอเตอร์ปัดน้ำฝน เพราะจารบีแห้งสนิท และ ตัวคอนเนคเตอร์สกปรกสุด


Seal%20wiper%20motor_zpssolakshn.png
 
P170

มาเล่าต่อค่ะ
หลังจากที่โค๊ดขึ้น P170 ฟ้องมา ก็ไปหาข้อมูลเพิ่มเติม ได้ความว่าอัตราส่วนของ A/F ratio หรืออัตราส่วนอากาศต่อน้ำมันไมไ่ด้ค่าตามอุดมคติ คือ 14.7:1 แล้ว ในเน็ทแนะนำให้หาว่ามีท่ออะไรรั่วหรือไม่ หรือ mass air flow sensor สกปรกหรือเสียหรือเปล่า น้าหมูก็เริ่มจากของถูกก่อนเลยค่ะ คือลองล้างดูก่อน มีพี่ๆ ในก๊วนแนะนำว่าให้ใช้ CRC เพราะมีสำหรับล้าง MAF โดยตรงด้วย. ก็เลยลองสั่งซื้อมาลองดู (มีหลายยี่ห้อ เลือกกันตามอัธยาศัยเลยค่ะ) ราคา 440 บาท ก็ทำไป ใช้ไปประมาณ 20 บาทมั๊งคะ ผลออกมา.. โค๊ด P170 หายไปค่ะ

image.jpg1_zpsm7aost0a.jpg
 
เยี่ยมเลยครับน้าหมู CRC Mass Air Flow ซื้อจากที่ไหนครับ :)
 
เยี่ยมเลยครับน้าหมู CRC Mass Air Flow ซื้อจากที่ไหนครับ :)

หลังไมค์นะคะ แต่ก็มีหลายร้านที่สั่งได้ทางเน็ท พิมพ์คำว่า 'CRC mass air flow ซื้อ' ก็ขึ้นมาหลายร้านอยู่ค่ะ
 
ตุ๊กตาเพลากลาง

เสียงครืดๆ ตามเสียงหมุนของเครื่องยนต์ แต่มาดังตรงแถวๆ คันเกียร์ เสียงจะเบาๆ ยิ่งเวลาขับแล้วดึงเกียร์มาที่ N ดับเครื่องจะได้ยินชัดเจน ไอ้เสียงนี้ได้ยินมาตั้งแต่วันแรกที่ได้รับรถแล้วค่ะ (ตอนซื้อไม่ได้ยิน เพราะตาบอด หูดับเพราะความอยากได้) ช่างคนนึงบอกว่าเป็นตัวอะไรไม่รู้อยู่ในเกียร์ ไม่เป็นไรหรอก เอาไว้ยกเกียร์ค่อยทำ

อดทนฟังด้วยความอึดอัดใจมาเป็นปี เพราะน้าหมูเป็นคนหูดีมากในเรื่องเสียงผิดปกติ ในที่สุดก็มีวันที่อยุธยาไม่สิ้นคนดี ได้เจอช่างที่สามารถหาเจอค่ะ

บอกช่างว่าเสียงนี้นะ ตอนแรกช่างก็ไม่ได้ยิน ต้องพาฟังจนกระทั่งได้ยินเสียงดังจางๆ ก็เลยยกขึ้นฮ้อย จับหมุนเพลากลางดู เสียงดังชัดเจนขึ้น ก็สรุปว่าเป็นตุ๊กตาเพลากลาง โล่งอกจริงๆ ..ในที่สุดก็หาเจอ ของใหม่เทียบราคาประมาณ 1800 บาท ของแท้เบิกห้างเกือบหกพันบาท ช่างบอกว่า
“งานนี้ พี่ไม่ต้องแท้ เพราะผมเคยแกะแล้ว ลูกปืนยี่ห้อเดียวกัน”

พอถอดออกมาเปลี่ยน ถึงเห็นว่าลูกปืนฉีกขาดออกจากเบ้าเลย..

ปล. มีเสียงแว่วมาค่ะ-- คนสงสัยว่ารถ 210 E240 มันไม่ดีเหรอ เห็นกระทู้คุณชายซ่อมจัง..ก็คงได้แต่ตอบว่า รถดีมาก แต่ด้วยอายุรถขนาดนี้ ยังไงก็ต้องซ่อม.. อยู่ที่เจ้าของแล้วหล่ะ ว่าคุณอยากจะทำให้ได้กลับมาแค้ไหน..แค่พอขับ หรือ ชุบชีวิต ถ้าทำอย่างหลังแล้ว ..คุณจะรู้ทำไมเราจึงหลงรักดาวสามแฉก

Doll%20bearing_zpsdx8uckzl.jpg
 
กันโคลง E55: มิลลิเมตรเปลี่ยนบุคลิก

พอได้ยินชื่อ E55 ก็เหมือนได้ยินชื่อซุปตาร์แห่งวงการที่คนใฝ่ฝันถึง ช่วงล่างเฉียบคม เครื่องแรงสั่งได้ พอมีโอกาสที่จะได้สัมผัสและเป็นเจ้าของกันโคลงหน้า-หลังของแท้ น้าหมูไม่จะรีรอ รีบคว้ามาทันที..แบบว่า 'ขอสักครั้งหนึ่งในชีวิต' ชุดที่ได้มาขาดประกับกันโคลงหลังไปหนึ่งตัวค่ะ ต้องสั่งจากนอกเพราะในไทยไม่มีค่ะ

ใจร้อนค่ะ ใส่ตัวหน้าได้ ก็ใส่ตัวหน้าก่อน วิ่งไปบางพลัดเลย เพิ่งรู้ว่า เปลี่ยนตัวหน้าแล้ว ไม่ต้องตั้งศูนย์ ทำเสร็จแล้วก็เอาออกมาลองวิ่ง อย่างแรกที่รู้สึกได้ คือ พวงมาลัยคมกริบ หนึบมาก แต่ก็กระด้างพอตัว เพื่อนชื่อช้างจากก๊วนเบ๊นซ์คุณชายฯบอกว่า “ต้องนวดก่อนครับ” เก่งก็มาเสริมว่า “ เรียกว่าให้มันปรับสภาพตัวมันเองซักพักครับ เนื่องจากเหล็กมันยึด ไม่ได้มีแรงตึงมาสักพักใหญ่แล้ว อารมณ์เหมือนโช๊คที่จะถึงจุดสูงสุด เมื่อผ่านช่วง1-2 เดือนแรกที่ใส่ไปแล้ว”

ขนาดของกันโคลง (หน้า,หลัง )
E240 27mm, 18.5 mm
E55 29 mm, 20 mm

รอสั่งปะกับกับลูกยางมาจากเมืองนอกก่อน จะมารายงานความรู้สึกของกันโคลง E55 เต็มชุด อีกครั้งค่ะ

Anti%20sway%20bar%20E55_zps1roceohs.png
 
Voice Control

เพื่อนได้มีโอกาสลองรถน้าหมู ก็เกิดจะตาดีมาเห็นก้านเล็กๆ ทางขวามืออีก

[เพื่อน] ก้านอะไรครับ
[น้าหมู] ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ไม่เคยใช้เลย

ก็เลยยกประเด็นไปถามกันในไลน์กลุ่ม เดากันใหญ่เลย น้าหมูก็เลยส่งรูปไปถามช่าง ได้คำตอบมาว่า

[ช่าง] เป็นก้านสั่งงานด้วยเสียงสำหรับวิทยุและโทรศัพท์เท่านั้น ลองโยกดูคับ ไม่พัง กดเล่นในรถได้เลยในรถอ่ะคับ ไม่มีอะไรเสีย เขาทำมาให้ลูกค้าใช้อยู่แล้ว

[น้าหมู] พูดภาษาอะไร

[ช่าง] อังกฤษคับ

ก็ทดลองเล่นกันใหญ่ ลองสารพัด สงสัยสำเนียงจะไม่ได้มั้ง สั่งให้เล่นวิทยุ Audio ด้วยสำเนียงแบบไทย ออ-ดิ-โอ มันคงฟังไม่รู้เรื่อง เพราะ มันถามกลับมาว่า “pardon” ให้พูดใหม่อีกที ก็ใส่สำเนียงดัดจริตไปอีก อ้อ-ดิ-โอ่, ออ-ดิ-โอ๋, อ้อ-ดิ-โอ่ ลองกันหลายรอบ เมื่อเช้าก็ลองอีกที สรุปว่ายังคุยกันไม่รู่เรื่องค่ะ

voice%20control_zpsc1kxh0lw.jpg
 
สงสัยต้องพูดอังกฤษ สำเนียงเยอรมันครับพี่ 555
 
ทำความสะอาดและหล่อลืนซันรูฟ

มีเวลาก็เลยหันมาดูแลซันรูฟอีกครั้งค่ะ เพราะ ซันรูฟก็ต้องมีการหล่อลื่นเสมอๆ ในยูทูปฝรั่งเขาบอกไว้ ช่างบอกให้พี่หมูหาจารบีขาวแบบสเปรย์และแบบเหลวมาให้พร้อม หาอุปกรณ์ในเว็ปก็ได้ค่ะ มีหลากหลายยี่ห้อให้เลือก แต่พอดีมีเทพบุตรขี่เบ๊นซ์ 200 Kom สีทองมาช่วย “ เดี๋ยวผมหามาให้ เจอกันที่อู่เลยนะครับ” เพื่อนไลน์บอกมา สิ่งที่เพื่อนหิ้วมาให้ คือ Super Lube ที่ซื้อมาจากโฮมโปร (240 บาท) และ CRC White Lithium Grease ของ CRC (320 บาท) ให้ลูกน้องไปหามาจากไหนไม่รู้

ก็เริ่มต้นตั้งแต่แปลงสีฟันเก่ากับน้ำสบู่ ขัดทำความสะอาดขอบกำมะหยี่รอบๆ น้ำดำปี๋เลยค่ะ เปลี่ยนไปสามน้ำกว่าจะรอบ หลังจากนั้นก็เอาผ้าเปียกเช็ดทำความสะอาดขอบยาง เป่าให้แห้งๆ พอขั้นตอนนี้เสร็จก็เอาจารบีขาวทารางซันรูฟ ในส่วนที่ป้ายไม่ถึงก็ใช้สเปรย์จารบีฉีดๆ เข้าไปค่ะ ลองเลื่อยเข้าเลื่อนออกซะหน่อย

ส่วนที่เป็นยางก็ใช้สเปรย์ซิลิโคนฉีดไปบนยาง ส่วนที่เข้าถึงก็ฉีดน้ำยาลงบนสำลีแล้วทาเคลือบเลย

ทำความสะอาด หล่อลื่นและใช้บ่อยๆ แล้วจะไม่พัง ของยิ่งแพงก็ต้องยิ่งใช้ค่ะ

sunroof-All_zps5d7um7d5.png
 
Last edited:
ลูกหมากปรับระดับไฟหน้า

การเขียนหนังสือเรื่องราวเกี่ยวกับคุณชายกลายมาเป็นงานอดิเรกของน้าหมูโดยไม่รู้ตัว เขียนไว้อ่านเองเวอร์ชั้นนึง และ ตัดมาลงในกระทู้ส่วนนึง เพราะต้องเซนเซอร์บางส่วน..อาจจะทำเป็นเล่มอ่านในหมู่เพื่อนฝูงอีกซักหน่อย เขียนเล่นๆ ก็ปาไปหลายหลายสิบหน้าแล้ว

ถ้าจำได้ในกระทู้ก่อนๆ ได้เขียนถึงตัวปรับระดับไฟที่อยู่ด้านหน้าไปแล้ว ก็มาสรุปๆ สั้นตามรูปแล้วกัน สวนที่จะเขียนในวันนี้ จะเป้นตัวที่อยู่ด้านหลัง ...ที่คิดว่าจบ แต่ไม่จบแฮะ

เจมส์ ไลน์มาบอกว่า “พี่ครับ..มันมีลูกหมากปรับระดับไฟตัวหลังด้วย ของผมหักไปแล้ว ดูด้วยนะครับ”

มีโอกาสได้ดูก็ตอนเปลี่ยนกันโคลงหลังนี่แหละค่ะ และแล้วตัวยึดมันก็หักไปหนึ่งด้านจริงๆ ไหนๆ ก็ทำมาแล้วครึ่งแรกมาแล้ว ครึ่งหลังก็เลยต้องจัดตามไปด้วย จ่ายไปอีก 1380 บาท สำหรับพาร์ทแท้ เพราะลูกหมากตัวหน้าจะทำงานสัมพันธ์กันกับตัวหลัง เมื่อมีทั้งสองตัวติดตั้งเรียบร้อบก็ตั้งระดับสูงต่ำของไฟอีกหน่อย ก็เป็นสรุปจบสมบูรณ์

ปล. ถ้าช่างมีฝีมือดัดแปลงเก่งๆ ก็ทำได้ค่ะ มีคนทำมาแล้วค่ะ
รูปแรก สำหรับด้านหน้า
รูปสอง สำหรับด้านหลัง

Zenon%20level_1_zpsbp8i66qr.png


Zenon%20level_2_zpsz65vhagh.png
 
โอ้ มันสุดยอดจริงครับมีSensorทั้งหน้าหลัง เพื่อปรับระดับไฟหน้าให้เหมาะสม
ใส่แล้วรบกวนน้าหมูทดสอบให้หน่อยซิครับ ว่า มันทำงานยังไง
อาจรบกวนลุงป้าน้าหลานซัก 2 คน เปิดฝากระโปรงหลัง
แล้วนั่งบนขอบฝากระโปรงด้านใน เหมือนเราบรรทุกหนักท้ายห้อย
อยากเห็นจังครับว่า ไฟหน้าคุณชาย ปรับให้มากน้อยขนาดไหน

ขอบคุณล่วงหน้าครับ

ถ้าดี คงต้องหามาใส่210รถคุณพ่อบ้างแล้ว:n12:
 
ผ่านมาพอดี ปั๊มน้ำรั่ว อาการเดียวกัน เลยจ้ดของแท้ไปครับ มีคราเบนซ์ กับนัมเบอร์ โดนไป 9400 ครับ
 
กันโคลง E55 : ช่วงล่างเปอร์โย 405 MI16 ในE240 w210

จากที่ใช่กันโคลงหน้าE55 ไปเกือบเดือน ถึงจะได้ใส่กันโคลงหลัง เพราะ รอลูกยาง (Part number 210326 0481) กับประกับเดินทางมา ตอนนี้เวลาผ่านมาระยะนึง ก็เลยขอมาเล่าประสบการณ์ตรงค่ะ

กันโคลงหน้าใช้ลูกยางเดิมติดมากับเหล็ก เนื้อยางมันค่อนข้างแข็ง พอใส่ไปทีแรก แทบจะถอดออก เพราะมีความกระด้างมาก:mad: แต่เฟิม เพื่อนๆ ก็คอยปลอบใจว่า ให้เวลามันนวดตัวเองไปก่อน รอมาเป็นเดือนก็ยังไม่ได้ที่ซักที ก็จำเป้นต้องรอนานนิ เพราะ เดินทางบ่อยๆ (น้ำมันถังนึงใช้ 18 วัน) จนกระทั้งลูกยางตัวหลังมาถึง จึงได้ใส่กันโคลงหลัง ก็ยังรู้สึกกระเทือน ใช้ความอดทนแบบเดิม คือนวดลูกยางไปเรื่อย ความนุ่มนวลคืนมาได้เร็วกว่ากันโคลงหน้ามาก เพราะมันคือลูกยางใหม่ เนื้อยางนิ่มค่ะ

ขับไปหงุดหงิดไป จนถึงกับประกาศขายกันโคลง จนกระทั่งวันนึง รถเริ่มเข้าที่ ..

กระโดดดีใจตัวลอย เพราะ นี่แหละ คือ สิ่งที่อยากได้ รถมีความเฟิมมากขึ้น ผสมผสานกับความไม่กระด้าง เนื่องจากไม่เคยขับยี่ห้ออื่นมากนัก ก็จะเปรียบได้แค่ว่า ช่วงล่างชุดนี้ (สปริง AV+โช๊คบิลดำแกนสั้น+ กันโคลง E55) เหมือนช่วงล่างของเปอร์โย 405 MI16 สิงห์ยกขาค่ายฝรั่งเศสอันลือลั่นในอดีต

สุดท้าย ดีใจที่ไม่มีคนมาซื้อกันโคลงไปตอนที่ประกาศขายรอบแรกค่ะ ไม่งั้นเสียใจตายเลยว่า เมื่อมันจะเข้าที่แล้ว มันให้ความรู้สึกและสมรรถนะที่ดีมาก 😍

เอาข้อมูลมากฝาก ขนาดของกันโคลงหน้า, กันโคลงหลัง ของW210 (หน่วยเป้น มิลิลิเมตร) วัดจากรถเพื่อนฝูงในก๊วน

E200Kom 26.3, 16.3
E240 27, 18.5
E55 29, 20.5
 
สเต็ปต่อไป น้าหมูต้องลงเครื่องE55 แล้วน่ะครับ ถึงถูกต้องตามสเปค อ่ะครับ คริ คริ :D
 
สเต็ปต่อไป น้าหมูต้องลงเครื่องE55 แล้วน่ะครับ ถึงถูกต้องตามสเปค อ่ะครับ คริ คริ :D

สำหรับน้าหมูนั้นเสตปเปลี่ยนเครื่องผมว่าคงยาก ทางที่ดีแนะนำเปลี่ยนรถแล้วพี่รอรับบัตรคิวรับต่อรถน้าหมูยังง่ายกว่าเลยครับ:n08:
 
หลอดไฟคอนโซล

หายไปสองเดือนไม่ได้มารายงานความคืบหน้าของการดูแลรักษารถเลยค่ะ เรทติ้งตกเลย:p ก็ดูแลตามปกติทั่วๆ ไป มีเปลี่ยนคอยล์กับสายหัวเทียนชุดใหม่ชุดนึง แล้วก็หลอดไฟตรงลูกบิดไฟหน้า เพราะไฟมันดับ เห็นแล้วขัดใจจริงๆ เลยต้องถอดออกมาเปลี่ยนหลอดค่ะ ค่าหลอดประมาณ 60 บาท ตอนถ่ายรูปก็ลืมดูอีกว่ามันกี่วัตต์ แต่บอกร้านเขาไปก็ได้ว่าเอาหลอดขุ่น อ่อนใจหน่อยค่ะ ตรงจะเปลี่ยนแค่หลอดเดียวต้องรื้อออกหมดเลย ไม่รู้ว่าตัดสินใจถูกหรือเปล่า ได้อย่างเสียอย่าง เพราะแกะมาแล้วแตก ต้องมานั่งทำงานศิลปะด้วยกาวตาช้างซ่อมอีก

console%20light_zpstgzqeudg.jpg
 
หายไปสองเดือนไม่ได้มารายงานความคืบหน้าของการดูแลรักษารถเลยค่ะ เรทติ้งตกเลย:p ก็ดูแลตามปกติทั่วๆ ไป มีเปลี่ยนคอยล์กับสายหัวเทียนชุดใหม่ชุดนึง แล้วก็หลอดไฟตรงลูกบิดไฟหน้า เพราะไฟมันดับ เห็นแล้วขัดใจจริงๆ เลยต้องถอดออกมาเปลี่ยนหลอดค่ะ ค่าหลอดประมาณ 60 บาท ตอนถ่ายรูปก็ลืมดูอีกว่ามันกี่วัตต์ แต่บอกร้านเขาไปก็ได้ว่าเอาหลอดขุ่น อ่อนใจหน่อยค่ะ ตรงจะเปลี่ยนแค่หลอดเดียวต้องรื้อออกหมดเลย ไม่รู้ว่าตัดสินใจถูกหรือเปล่า ได้อย่างเสียอย่าง เพราะแกะมาแล้วแตก ต้องมานั่งทำงานศิลปะด้วยกาวตาช้างซ่อมอีก

console%20light_zpstgzqeudg.jpg

ไหนๆ ก็เปลี่ยนหลอดไฟแล้วทำไม๊ ทำไมไม่เปลี่ยนหลอดไฟในห้องโดยสาร หลอดไฟประตูทั้ง 4 บาน รวมถึงหลอดไฟในฝากระโปรงท้ายเป็นหลอดแอลอีดีไปด้วยเลยหละค้าบ แหม่แอบไปทำรถไม่ยอมบอกกันแบบนี้เลยจัดอะไหล่ให้คุณชายไม่ทัน:mad:
 
ดวงยังดี

กลับจากประชุมแถวๆ สะพานควายค่ะ จอดติดไฟแดงเฉยๆ ก็มีมอไซค์เบียดๆ มาชนกระจกมองข้างด้านคนนั่งซ้ายมือ เนื้อกระจกหลุดเลย ห้อยต่องแต่ง ตัวครอบไฟคล่อกแคล่ก ก็เปิดกระจกคุยยังไม่ลงจากรถค่ะ เขาบอกว่าแฮนด์มันเกี่ยว ยกมือไหว้ขอโทษแล้วไปเลย

ก็ไม้รู้จะทำยังไง ก็เลยลงจากรถเอากระจกไปเสียบๆ ไว้ที่เดิมก่อน ขับประคองๆ มาจนหาที่จอดรถได้ เปิดท้ายรถ ไม่มีเทปกาว มีแต่หนังสติ๊ก ถุงพลาสติก กล่องของขวัญเซ้นทรัล

ยืนคิดสามวินาที เอาแบบนี้แล้วกันเนอะ. เอาพอไปได้ไม่ให้เนื้อกระจกหล่นหายระหว่างวิ่งไปหาช่าง ก็เลยเอาหนังสติ๊กรัด แกะสติ๊กเกอร์ที่สีแดงๆ ที่ติดกล่องของขวัญมาแปะตรงขอบกระจกกบตัวฝาครอบ แล้วเอาถุงพลาสติกครอบ หนังยางรัดอีกที ทีนี้ก็พอมั่นใจได้ว่าเนื้อกระจกไม่หลุด

ขับไปก้นึกว่า กี่ตังค์หล่ะทีนี้ .. ถึงมือช่างก็ใจตุ้มๆต่อมๆ

ช่าง: ลองพับกระจกคับ ลองเปิดคับ
น้าหมู: ลุ้นใจจดใจจ่อ กระจกยังพับและเปิดได้
ช่าง: โชคดีคับ ไม่มีอะไรหักเสียหาย กระจกหลุดเฉยๆ พับอีกทีคับ ผมจะใส่กระจกคืนให้

image_zpsiifw5g43.jpeg


image_zpsy9d7loey.jpeg
 
Back
Top