E240 AV ตากลม คุณชายปวรรุจของน้าหมู

Switch แป้นเบรค

อายุการใช้งานของ switch แป้นเบรคของเทียบ อยู่ประมาณ 21000 กม. ระยะเวลา 22 เดือนค่ะ มีอาการไฟเบรคค้างตอนสตาร์ทเครื่อง เป็นซัก2-3 วัน รีบเปลี่ยนใหม่ดีกว่า

ของเทียบ 650 บาท ของแท้เบิกห้างราคา พันนิดๆ ถ้าร้านอะไหล่ลดเปอร์เซ๋นต์ให้ ก็ไม่ถึงพันค่ะ คราวนี้น้าหมูเลยขอเบิกห้างมาใช้ค่ะ

Part number A00115459509
 
ไปขุดเอาเรื่องทำรถเมื่อปลายปีที่แล้วมาเล่าค่ะ หลังจากที่ขี้เกียจเขียนไปพักใหญ่ๆ

หลังจากทีเปลี่ยนแคทมาตอนได้รถมาใหม่ๆ ตอนนั้นเอาของรุ้น 202 (part number A202 490 17 36) มาใส่แก้ขัด ใส่มาได้ปีกว่าก็เปลี่ยนแคทอีกรอบคราวนี้ ได้แคตตรงรุ่นของ E240 ตากลมจากพี่อ้วน ศรีราชา เป็นแคตที่ใหม่มาก เนื่องจากพี่เขาเคลมประกันชั้นหนึ่ง ในราคาเต็มที่ 77,000 บาท และใช้ได้ไม่นานก็ถอดออกเพราะเปลี่ยนเครื่องE55 แบบนี้ก็เสร็จน้าหมูซิ รีบคว้ามาทันใด เป็น part number A210 490 40 14

และแล้วความมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้นอีกครั้ง แคตตาไลติคตรงรุ่นทำให้รถเงียบขึ้น วิ่งได้สมู๊ท ปรู๊ดปร๊าด กินน้ำมันน้อยลง และไม่มีกลิ่นเหม็นจากท่อไอเสีย เป็นความรู้สึกล้วนๆ ค่ะ จนกระทั่งเมื่อเดือนที่แล้วเอารถไปขึ้นไดโน่มาอีก ถือว่าเป็นการพิสูจน์สมมุติฐานที่ว่ารถตัดแคทแล้วแรง ที่เล่าขานต่อๆ กันมา

ผลคือ รถที่ติดแคท ไม่ได้ทำให้กำลังม้า แรงบิดลดลงแต่อย่างใดเลย แต่ในทางตรงกันข้าม มีแรงม้าสูงสุดมากกว่าถึง 3 ตัว และมีแรงบิดที่ดี (ไม่มีกราฟเปรียบเทียบ ลืมขอมาค่ะ)


Cat%20for%20240_zpswnrd6asc.png

สงสัยพี่อ้วนใส่ยาม้า3เม็ดครับน้าหมู
 
สวัสดีครับ
ผมสมาชิกใหม่ครับ

ได้นั่งไล่อ่าน เรื่องราวของกระทู้ Namoo มาหลายวันแล้ว ได้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับMB ตระกูล w210 av และไม่av มากขึ้นกว่าเดิมมากครับ

อยากจะบอกว่า Namoo เหมือนพี่คนหนึ่งที่ผมเคยรู้จักในสมัยหนึ่งเลย
สมัยที่ผมยังขับPeugeot คันกระจ้อย

แกก็จะเป็นผู้หญิงที่ มีความรักและชอบใส่ใจใน สิ่งละอันพันน้อยกับพาหนะที่ครอบครองประมาณนี้เลย :)
ได้อ่าน ได้เห็น ก็เลยนึกถึง....ไม่มีอะไรนะครับ

ขอบคุณในข้อมูลที่มีประโยชน์มากๆ และจะเข้ามาติดตามเรื่อยๆครับ
 
สวัสดีครับ


อยากจะบอกว่า Namoo เหมือนพี่คนหนึ่งที่ผมเคยรู้จักในสมัยหนึ่งเลย
สมัยที่ผมยังขับPeugeot คันกระจ้อย

แกก็จะเป็นผู้หญิงที่ มีความรักและชอบใส่ใจใน สิ่งละอันพันน้อยกับพาหนะที่ครอบครองประมาณนี้เลย :)
ได้อ่าน ได้เห็น ก็เลยนึกถึง....ไม่มีอะไรนะครับ

ขอบคุณในข้อมูลที่มีประโยชน์มากๆ และจะเข้ามาติดตามเรื่อยๆครับ

ถ้าพี่ผู้หญิงในเปอร์โยคลับคนนั้นที่มีรถชื่อ ขาวตุ่น 405sri มี205คันเล็กสีแดง กับ 306s16 สปอร์ตสีดำ..

พี่คนนั่นกับ'น้าหมู' ในBON เป็นคนเดียวกันค่ะ.. ดีใจที่ได้พบกันอีกครั้งนะคะ
 
555 นึกแล้ว ใช่เลยจริงสำนวนและวิธีการดูแลรถช่างคุ้นจริงๆ
คาดไม่ผิดเลยครับ

สวัสดีครับพี่ใหม่ ยินดีมากๆครับ สิบกว่าปีแล้วที่ไม่ได้เจอกัน พี่สบายดีนะครับ:):):)
 
ขอข้อมูลเจ้าของกระทู้และพี่ๆ หน่อยนะครับ

ผมอยากทราบว่า ล้อ W210 AV ขอบ 17 แตน ๆ จากโรงงาน ใส่ยาง ขนาดไหนมาครับ ขอขอบคุณ
 
เอาข้อมูลมาให้ครบทุกขนาดเลย ลอกมาจากแคตตาลอกล้อของ w210

ขอบ 18
8j x 18 ET31 235/40 R18
9j x 18 ET35 265/35 R18

ขอบ 17
7.5J x 17 ET37 235/45 R17
7.5J x 17 ET35 235/45 R17
8J x 17 ET37 235/45 R17
8.5J x 17 ET30 235/45/R17

ขอบ 16
7.5jx16 ET41 215/55 R16
 
วาวล์น้ำ Thermostat Element

หลังจากที่ในไลน์กลุ่ม 210 ได้พูดถึงเรื่องความร้อนของเครื่องยนต์และวาวล์น้ำมาเป็นระยะ ก็เลยได้แรงบันดาลใจไปจับตาดูความผิดปกติของรถเรา ตั้งแต่สตาร์ทตอนเช้าเครื่องเย็น วิ่งไป 15 นาที ความร้อนขึ้นเพียง 70 C วิ่งต่อไปจนถึงครึ่งชั่วโมง ความร้อนได้เพียง 80C ความร้อนสูงสุดได้ 88C เท่านั้น ก็เลยคิดว่าจำเลยน่าจะเป็นตัววาวล์น้ำ หรือ temperature element ก็เลยสั่งมาเปลี่ยนค่ะ เป็นวาวล์น้ำของแท้ สำหรับ 87 C (Part number A112 203 02 75) พอถอดของเก่ามาถึงกับอึ้งเลย เน่าสุดๆ ไม่รู้ว่าเจ้าของเก่าเคยเปลี่ยนมาหรือเปล่า ถ้ายังไม่เคย สภาพนี้ก็วิ่งสองแสนกม.

หลังจากที่เปลี่ยนแล้ว อุณหภูมิขึ้นเร็วกว่าเดิม และคงที่ประมาณ 90-93C ถ้าดูจากจอแอร์ หรือ ประมาณหัวเลข 80 ในเกจ์


Thermo%20State%20element_zps1hlekunh.jpg
 
กรองดักไอน้ำมัน Filter charcoal activiated

กรองดักไอน้ำมันก็เป็นอีกตัวที่ไม่เคยเปลี่ยนเลยค่ะ อายุน่าจะเท่ากับอายุรถ วิ่งสองแสนโล อย่างเน่าเลย

ปล. เรื่องอื่นๆ ค่อยทยอยลงนะคะ บางเรื่องที่ทำมานานแล้วก็ลิมลงก็มี เขียนไว้จนได้เป็นเล่มหนา 70 กว่าหน้าแล้ว เป็นบันทึกประจำตัวคุณชายในช่วงสองปีที่ผ่าน

filter%20charcoal%20activited_all_zps0uz50egg.png
 
คงต้องกลับมาปรับใช้กับรถตัวเองบ้าง
ขอบคุณมากครับ น้าหมู
 
Crank shaft position sensor (L5)

เรื่องเก่าปีที่แล้ว เขียนเก็บไว้แต่ลืมเล่าค่ะ

19 NOVEMBER 2015;

ขับรถอย่างมีความสุขมากมาหลายวัน หลังจากเปลี่ยน แคตใหม่ เพราะเสียงก็เงียบ วิ่งก็ขึ้น ไม่เหม็น ประหยัดน้ำมัน อีกต่างหาก โดยเฉพาะ ตอนเช้าๆ ไปทำงาน เปิดซันรูฟ รถไม่ติด วิ่งฉิวๆ ได้เห็น 10.4 กม/ลิตรเหมือนกัน

เข้าเรื่องดีกว่า 7 โมงเช้าเลี้ยวเข้าลานจอดรถที่ทำงาน ตึกออลซีซันถนนวิทยุ ก็มุ่งตรงไปที่จอดรถประจำ ซึ่งเป็นซองพอดีตัว พอเริ่มเลี้ยวเพื่อตั้งลำ เครื่องเกิดดับไปซะอย่างนั้น สตาร์ทใหม่ก็ไม่ติด มีเสียงสตาร์ทยาวมาก มั่นใจมากว่าแบตมีแน่ๆ เพราะอายุแค่ขวบเดียว จนยามต้องมาช่วยเข็นเข้าซอง เพื่อนๆ ในกลุ่มเบ๊นซ์คุณชายช่วยกันสันณิฐานหาสาเหตุกันใหญ่ มีทั้งปั๊มติ๊ก L5 วาวล์กักน้ำมัน กรองเบนซิน

ไม่รู้จะทำไง เดินกลับขึ้นตึก ตอบอีเมล์ซักชั่วโมงกว่าๆ ก็ลงไปลองสตาร์ทใหม่ คราวนี้ติดแฮะ แปลว่าถ้าเครื่องร้อนไม่ติด แต่เย็นแล้วติด ก็นั่งทำงานไปเรื่อยๆ จนกระทั้งบ่ายโมงกว่าๆ งานซา โดดงานไปอู่ดีกว่า ขับขึ้นทางด่วนไปลงอู่เลย ก็โชคดีที่ไปแสดงอาการให้ช่างเห็นที่อู่พอดี จะได้หาง่ายหน่อย ช่างลองสลับรีเลย์ปั๊มติ๊ก ก็ไม่หาย ไปเคาะปั๊มก็ยังสตาร์ทไม่ติด ก็เลยจับสตาร์ ก็เจอเป็นที่ crank shaft position sensor (L5) ที่ติดกับฟลายวีล คุมทุกอย่างรวมถึงการจุดระเบิด เปลี่ยนเป็นของ Bosch, Made in Germany


L5_zpsahg3odes.png
 
หม้อน้ำ

เกือบทุกคันในนี้คงจะเคยเปลี่ยนหม้อน้ำกันมาแล้ว ขอเล่าอีกมุมนึงแล้วกัน เรื่องอาจจะเก่าสำหรับคนอื่นแต่ว่าใหม่เอี่ยมสำหรับน้าหมูค่ะ

เพิ่งรู้ว่าหม้อน้ำ BEHR ที่พวกเราใช้มีสองแบบ คุณภาพต่างกัน แถมราคาก็ต่างกันประมาณสองพันกว่าบาท แบบแรกราคาหกพันกว่าๆ จะมีครีบที่ห่างๆ สีเงิน หลอดจะเป้นสี่เหลี่ยม ตะเข็บจะไม่เนียนเท่าไหร่ ไม่ทีท่ออลูมิเนียมเสริมความแข๋งแรงของท่อ

ส่วนอีกรุ่น จะผลิตในฝรั่งเศส ที่มีสเปคและรูปร่างหน้าตาเหมือนของติดรถจากโรงงานเลยค่ะ ครีบจะเป็นสีดำ ถี่มาก หลอดกลม ตะเข็บเนียน มีเสริมความแข็งแรงของท่อตรงที่เชื่อมกับท่อยางหม้อน้ำ ถามองดีตรงปลายของท่อแต่ละขดจะมีลูกยางด้วย ราคาก็แปดพันกว่าบาท

ของแท้ราคาเกินเอื้อม 17900 บาท แต่ถ้าหาของฝรั่งเศสได้ จะไปซื้อของแท้ทำไม เหมือนกันทุกสิ่งอย่าง ร้านอะไหล่ส่วนใหญ่จะมีแบบแรกกันมากมาย แต่แบบที่สองคุณภาพของแท้ ควานหานิดนึงค่ะ แต่ก็ยังหาได้

radiator_zps7jmokzan.jpg
 
Last edited:
พัดลมหม้อน้ำ เช็คราคาของใหม่ด้วย

เรื่องเล่าอีกมุมหนึ่งของการเปลี่ยนพัดลมค่ะ

ไหนๆ ก็เปลี่ยนโครงยางหม้อน้ำที่ขาดแล้วแล้ว ก็เลยเช็คพัดลมไปทีเดียว ยังไม่เสียค่ะ ความร้อนไม่ขึ้น แต่ช่างบอกว่าแกนมันคลอนๆ แล้ว ก็เลยทำทีเดียว

คิดอยู่นานว่าจะซ่อม จะมือสอง จะเบิกห้าง หรือ จะใช้ OEM ดี อย่างแรกที่ทำก็เช็คราคาก่อน มือสองสภาพภายนอกสวย แต่ไม่รู้ใช้งานมานานแค่ไหน จะจับแอมป์ก็ทำไม่เป็นอีก ราคาประมาณ 2500 บางคนก็ซื้อมาสามพันกว่าๆ พร้อมโครง :( แต่สิ่งที่เราต้องการจริงคือพัดลม โครงเดิมยังใช้งานได้ดีอยู่ ก็เลยเช็คราคาพัดลมดีกว่า ของติดรถเป็นยี่ห้อ Bosch แต่ที่ได้มาเป็นของ Meyle ซึ่งเป็นยี่ห้อของเยอร์มันเช่นกัน และก็เป็นตามคาดอีกแล้ว Meyle มีผลิตสองแหล่ง ถ้าผลิตในเอเซียราคาประมาณ 3500 ผลิตที่เยอร์มันและ QC โดยเยอร์มัน (มีสติกเกอร์ติดรับรอง) ราคาจะขึ้นไปอีกหน่อยเป็น 4750 บาท ก็เลือกเอาค่ะ เดาได้เลยน้าหมูเลือกของเยอร์มัน ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นมีการขูดพาร์ทนัมเบอร์ทิ้งด้วน สัณณิฐานว่าเป็นพาร์ทแท้ของเบ๊นซ์ที่ Meyle ทำให้ ทีนี้ก็ได้ของ OEM แท้ๆ แล้วคุณชาย

ถอดมาประกอบ เอาโครงเดิมไปล้างทำความสะอาด พร้อมฉีดซิลิโคนสเปรย์ สีดำก็ฉ่ำขึ้นมาดูเป็นของใหม่เอี่ยมทั้งพัดลมและโครงทีเดียว

ฝากข้อคิดเพื่อนสมาชิกนิดนึงว่า เช็คราคาของใหม่ก่อนนะคะ ก่อนที่จะไปซื้อมือสอง :)

radiator%20motor_zps2iilpylp.jpg


ตอนที่ทำหม้อน้ำ ก็เห็นแล้วว่าพลาสติกดำๆ ที่เป็นโครงหม้อน้ำมันแข็งและขาดกระจุย จับเป็นขาด สงสัยจะอยู่กับรถมาตั้งแต่เกิด :p ก็เลยเปลี่ยนใหม่ซะเลย part number A210 500 08 16 ราคาสองพันนิดๆ

Air%20Baffle_zpsmvfvrmoy.jpg
 
Last edited:
Additives สำหรับเกียร์และพวงมาลัยพาวเวอร์

การดำเนินการครั้งนี้เป็นการตัดสินใจแบบลังเลบวกกับนิสัยชอบทดลองโดยส่วนตัว เพราะคู่มือเบ๊นซ์ไม่แนะนำให้ทำแบบนี้ ท่านผู้อ่านโปรดใช้วิจารณาณค่ะ:rolleyes:

Liqui Moly ATF Additive

เกียร์ออโตเมติกคันนี้ได้รับใช้มากว่า 220,xxx กม. แล้ว การเปลี่ยนเกียร์โดยส่วนรวมยังคงนุ่มนวล มีการกระตุกบางจังหวะโดยเฉพาะเกียร์ต่ำเวลารถติดๆ บ้าง ตัดสินใจขอทดลองของหน่อยค่ะ เพราะโดยชื่อชั้นแล้ว Liqui Moly ก็ไม่ขี้เหร่เป็นแบรนด์ดังของเยอร์มัน ประกอบกับชอบอ่านชอบทดลองพวก additive อยู่พอสมควร หวังว่าจะช่วยให้เกียร์อยู่กับเรานานๆ ไป ลงทุน 1200 บาท ถ้าได้ระยะทางเพิ่มซักแสนโลก็คุ้มแล้ว คราวนี้ก็เลยขอเลือกลอง AFT Additive ของ Liqui Moly ที่ใส่ได้กับน้ำมันเกียร์และน้ำมันพาวเวอร์ จะช่วยรักษาสภาพยาง ทำกลับให้นิ่มด้วย (ตามโฆษณา) ก็เลยจัดใส่ไปหนึ่งหลอด 250 ml สำหรับน้ำมัน 8 ลิตร โดยใส่ไปตรงที่วัดน้ำมันเกียร์ ผลการใส่ ATF Additive มาได้หนึ่งพันกิโลเมตร รู้สึกเกียร์เปลี่ยนได้นุ่มนวลขึ้น แต่อาการกระตุกบ้างตอนรอยต่อเกียร์ 1และ 2 ยังมีเหลืออยู่บ้างเล็กน้อย ไม่ได้หายไปหมดซะทีเดียว ก็คงใช้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงเวลาเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์คราวหน้า ถ้าดีก็จะใส่ต่อ แล้วจะมารายงานเป็นระยะๆ แล้วกันว่ายังดีอยู่หรือไม่นะคะ

Omega917

Omega917 เป็นสารเติมแต่งที่มีคุณสมบัติช่วยยืดอายุของเกียร์และแร็คเช่นเดียวกับ ATF Additive ของลิควี่โมลี ก็เริ่มหาข้อมูลอ่าน แต่ข้อมูลจากผู้ใช้งานจริงมีน้อยมากทั้งในไทยและต่างประเทศ เท่าที่พบจากข้อมูลเก่าๆ คือรถซีตรองในประเทศไทยใช้ตัวนี้เพื่อหยุดอาการรั่วของแร็ค โดยใส่ไป1/3 กระป๋อง ซึ่งก็ตรงกับคำชี้นำของผลิตภัณฑ์ที่ให้ใส่ 60ml ผลลัพธ์คือแร็คหยุดการรั่ว อีกตัวอย่างคือในอเมริกาที่คนยกรถเล่าให้ฟังว่ารถ Scania ที่มีการรั่วที่ servo เขาเท ATF ใส่ก็รั่วออกมามาก พอช่างเมคานิคของ Scania มาก็ทำการใส่ ATF เข้าไปครึ่งนึงและใส่ Omega 917 เข้าไปผสม ปรากฏว่าอาการรั่วค่อยๆลดลง และบอกว่าScania ใช้ผลิตภัณฑ์ตัวนี้เมื่อมีการซึมที่แร็คเป็นมาตรฐานการซ่อม

แต่ส่วนใหญ่ที่อ่านแล้ว ต่างคนต่างลังเลว่าจะใช้กันดีหรือเปล่า ส่วนหนึ่งก็บอกว่าเป็นพวกน้ำมัน snake oil ราคาคุยเยอะ พวกช่างก็บอกว่าแก้ปัญหาไม่ตรงจุด ทำไมไม่ซ่อมแร็ค (ก็จริงเนอะ) อีกพวกนึงบอกว่าถ้ามันรั่วมากๆ ก็เอาไม่อยู่หรอก ถกกันในคาร์คลับต่างประเทศพอสมควร

:rolleyes:น้าหมูจะเอายังไงดี หาข้อมูลอยู่นานมากเพราะแร็คด้านซ้ายเริ่มซึมนิดๆ หลังจากวิ่งมา 220,500 กม. เมื่อหกเดือนที่แล้วตอนเอารถเข้าเช็คช่วงล่างที่บางพลัดก็ไม่มีอะไรรั่ว ต่อมาอีกห้าเดือนปั๊มพาวเวอร์รั่วก็ตัดสินใจเปลี่ยนใหม่เป็นของยี่ห้อ Luk made in Germany Part Number 541 0073 10 ทีนี้พอใช้ไปซักพัก ปั๊มน่าจะมีแรงดันดีก็เลยทำให้แร็คเริ่มซึมนิด (คิดตามหลักตรรกศาสตร์แบบหมูๆ) ก็ตัดสินใจแบบหมูไม่กลัวน้ำร้อน เพราะยังไงก็ต้องซ่อมอยู่แล้วในอนาคต ขอลองซักหน่อยใส่ไป 60ml ในกระปุกน้ำมันพาวเวอร์ แล้วก็ทำตามคำแนะนำของโอเมก้าที่ให้วิ่งประมาณ 160 กม. หรือประมาณ 1 อาทิตย์เพื่อให้สารเติมแต่งเข้าไปคลุกเคล้าให้ทั่ว ก็เลยเอาไปวิ่งสระบุรีไปวัดไหว้พระ

วิ่งมาได้สองอาทิตย์ หรือห้าร้อยกว่ากิโลเมตรแล้ว น้ำหนักของแร็คยังเบาดีมากอยู่ ว่างๆ จะแวะเอารถไปเช็คนิดนึงว่าจะหายซึมหรือเปล่า

ปล. จะใส่รูปตามทีหลังนะคะ ยังอัพโหลดไม่ขึ้น
 
Last edited:
น่าสนใจดีครับ
ขอบคุณข้อมูลมากครับน้าหมู:n45:
 
ท่อดักอากาศ

มองไม่เห็นเลยว่าท่อดักอากาศเข้าที่อยู่ข้างหม้อน้ำยึดติดกับโครงยางหมอน้ำขาดก่อนเข้าสู่ที่กรองอากาศ อาจจะเป็นเพราะมันสีดำและขาดตรงรอยย่นๆ พอดี จำเป็นต้องเปลี่ยนเพราะจะมีผลกับมวลอากาศที่จะเข้าสู่ Mass Air Flow เห็นท่อนเล็กๆ ราคาแพงเอาเรื่องเลยค่ะ ประมาณสองพันต้นๆ ต้อง air freight มาอีก มันจะใส่เข้ากับยางของโครงหม้อน้ำและล้อคพอดี

ใครจะคิดว่ารูรั่วๆ จะมีผลต่อสมรรถนะเครื่องยนต์มาก ขับเดิมๆ ก็ไม่รู้สึกอะไร พอเปลี่ยนเข้าไปเท่านั้น กลับขับดีขึ้นไปอีก รถเบาวิ่งดี แถมกินน้ำมันน้อยลงด้วย อาจจะเป็นเพราะสัดส่วนอากาศไหลเข้าเหมาะเจาะตามที่ผู้ผลิตกำหนดมา (หามานานแล้วว่าทำไมพักหลังรถกินน้ำมันผิดปกติ..ดีใจมาก:p)

Air%20duct_zpswi7oycz5.jpg
 
สวัสดีครับพี่ๆ รถผม W210 AV e240 ก็ครบ 200000 km. แล้วเหมือนกัน คิดว่าจะไปเข้า(อู่) แบบศูนย์เบนซ์ ต้องเปลี่ยนอะไรบ้าง ค่าใช้จ่ายน่าจะมีซักเท่าไหร่ได้ครับ
รถอาการเติมน้ำมันเติมถัง จะเหม็นกลิ่นน้ำมันช่วงหัวเครื่อง เหยียบคันเร่ง มีเสียงกระดุ๊กดัง ตึ๊ก เบรคก็ดัง
 
Last edited:
มาช่วยNamooตอบ

ตามอ่านมาตลอด
เพราะชอบที่Namooจะสืบราคาอะไหล่เทียบ
ทำให้รู้ว่าอีก2ปีผมจะหารุ่นนี้มาเล่นบ้าง
อย่างแครงซ์ชาพเซ็นเซอร์ผมก็มีตัวนึง
ว่าจะแปลงจากปลั๊กกลมปลาวาฬ
มาเป็นเหลี่ยม
แต่ใช้กันไม่ได้ รอบไม่เท่ากัน

แต่ส่วนใหญ่อ่านดูแล้วพอจะDIYไหว
ทำไงได้ตุนเครื่องมือไว่เยอะ555
ถ้าไม่กลัวมือดำทำเองเลย
ทุกวันนี้เครื่องM104ไม่แชลเลนต์แล้ว

คุณวิโรจน์ลองเลียบๆเคียงๆไปอู่ใหม่ของช่างศ.ก็ได้
อย่างที่Namooก็ใช้ที่นี่
สุ่มๆเข้าอู่มีตราเบนซ์เดี๋ยวมีจุก
แถมพูดจาระคายหูด้วย
แบบที่Namooเขียนไว้แรกๆผมก็เจอมา555
 
Last edited:
ครบสองแสนโล จะทำแบบซ่อม หรือ แบบป้องกัน preventive measure คะ ถ้าซ่อมถึงๆ รถเบ๊นซ์เป็นรถที่คืนสภาพกลับได้ใกล้เคียงใหม่ได้มากที่สุดค่ะ

ปล. ตอนนี้ซ่อมอยู่สองสามอู่ค่ะ อู่ช่าง ศ. แน่น หาคิวเบียดไม่ค่อยได้
 
Back
Top