W124 300E NewLook

เห็นแล้วเศร้าแทนเลยครับ :n44: ผมก็ป่ะผุทำสีทั้งคัน แต่ใช้เวลาไป 3 เดือนกว่าจะเสร็จ ตอนนี้ก็ยังไม่เสร็จ ยังเก็บงานภายในอยู่เลย แต่ตอนป่ะผุนี่ผมแวะไปอู่บ่อย เลยดูเก็บรายละเอียดกันไปเรื่อยๆแบบไม่รีบ
พื้นรถพี่ผุเยอะขนาดนี้ ผมไม่แน่ใจว่าตอนยกเครื่องได้ดูห้องเครื่องไหมครับ บริเวณซุ้มล้อตรงแถวๆโช็คของผมนี่ทะลุเห็นล้อเลย ช่างป่ะผุบ่นเหมือนกันว่าเยอะ แต่ผมรื้อทั้งคันแล้วค่อยทำครับ เป็นกำลังใจให้ครับ ทำทั้งทีอย่าเพิ่งท้อนะครับ ผมก็ทำไปทำมา ได้มาร์ช มาขับแก้ขัดไปซะงั้น(จริงๆซื้อให้คุณแม่ใช้)

ภาพตอนป่ะเสร็จ กับน้องมาร์ช
ScreenShot2555-09-22at121220AM_zpsb9fa00cc.png

2012-08-28153104_zps125f91a1.jpg
 
วันนี้พี่เอ้มาต่อคับ รอชมผลงานอู่
 
กำลังอยากทำสีเหมือนกันครับ แต่ไม่รู้จะทำอู่ไหนดี:):):) กลัวเค้าเก็บงานไม่ค่อยเรียบร้อย:(
 
มาต่อและครับ

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทุกกำลังใจนะครับที่โพสมาถาม หรือโทรมาสอบถามพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ผมก็คงจะค่อยๆแก้ไขไปทีละนิดล่ะครับ จนกว่างานจะออกมาให้ดีที่สุด ตอนนี้รถมาอยู่ใกล้มือหน่อย ค่อยยังชั่วแล้วครับ เดี๋ยวค่อยฝากงานไว้กับอู่ที่สนิทกันช่วนกันแก้ไขต่อไป

วันนี้จะให้ชมผลงานมูนรูฟครับ ต้องบอกก่อนว่างานติดตั้งระบบกลไกของมูนรูฟของอู่นี้ เค๊าการันตีครับ เพราะว่าเค๊าทำมูนรูฟให้กับรถลูกค้ามามากกว่า 300 คันแล้วครับ ตามที่เคยคุยๆกันกับเจ้าของอู่ ส่วนสภาพของบานมูนรูฟก็อยู่ที่เราจะไปสรรหามาครับ ถ้าเราได้ของที่มีสภาพสมบูรณ์ กระจกไม่มีรอย ขอบสนิท สวิชท์ครบ ก็ถือว่าโชคดีครับ อ่อ...ส่วนรุ่นของมูนรูฟที่ผมเอามาใส่ให้ W124 คันนี้ เป็นบานมูนรูฟของ W210 ครับ เพราะเคยถามคนที่โพสขายของและรับติดตั้งบานมูนรูฟที่โพสไว้ในเว็ปซื้อขาย เขาแนะนำว่า ต้องเป็นบานของรุ่น W210 ถึงจะใส่กับ W124 ได้ และก็ต้องเป็นรุ่นก่อนไมเนอร์เชนจ์ด้วย (อันนี้ไม่แน่ใจนะว่าถ้าเป็นรุ่นหลังไมเนอร์เชนจ์ จะมีปัญหาตรงไหน) ซึ่งรุ่นก่อนและหลังไมเนอร์ ให้สังเกตุที่สวิิชท์แผงไฟด้านบน จะแตกต่างกัน ช่างบอกว่าถ้าหลังไมเนอร์มันจะต้องแปลงสวิชท์อะไรนี่แหละ แต่ถ้ารุ่นก่อนไมเนอร์ก็สามารถยกเอาใต้หลังคาของ W210 มายัดใส่แทนได้ทั้งหมดเลย ไม่ต้องแปลงอะไรให้ยุ่งยาก

[YOUTUBE]watch?v=kljSRFFQ9Z0[/YOUTUBE]


ตอนแรกที่เห็นร่องระหว่างบานกระจกกับขอบสักหลาดดูแล้วเหมือนจะไม่สนิท แต่ในความเป็นจริงแล้วถ้าน้ำสามารถซึมผ่านลงไปได้ มันก็จะไหลไปตามรางรอบบานที่อยู่ใต้มูนรูฟแล้วก็ไหลลงรูระบายที่มีอยู่ทั้ง 4 มุม ซึ่งจะมีท่อยางฝังลงมาตามเสาหน้าและเสาหลังลงไปใต้ท้องรถ


บานมูนรูฟชุดที่ได้มานี้ถือว่าสภาพดีใช้ได้ ถึงขอบจะไม่สนิทเป็นบางช่าง กระจกไม่มีรอย ระบบกลไกทำงานปกติ จะมีเสียงแก๊กตอนกระดกบานนิดหน่อยซึ่งยังหาสาเหตุไม่เจอว่าเสียงเกิดจากอะไร


สภาพภายในครับ โดยการเอาโครงของ W210 มาบุผ้าใหม่ ส่วนบานบังแแดดเป็นของเดิมซึ่งจะมีช่องระบายอากาศติดมาด้วย


ภาพตอนเปิดบังแดด


โชคดีอีกอย่างของการนำโครงใต้หลังคาของ W210 มาทั้งชุดก็คือ ได้แผงไฟที่มีความสว่างกว่าตัว W124 เดิม บังแดดแบบมีไฟเหมือนของเดิม แต่ได้ไฟที่เพดานใต้บังแดดมาอีก 2 จุด ทำให้ตอนนี้สว่างโล่เลยครับ


ผมไม่แน่ใจว่านี่คือตัวบังลมของรุ่นนี้รึป่าว ทำไมมันเล็กจัง บางทีอาจจะไม่ใช่ก็ได้


ภาพตอนเปิดกระดกครับ ด้านข้างจะมีขอบยางปิดไว้ซึ่งจริงๆถ้าเป็นมูนรูฟของรถยี่ห้ออื่นทั่วๆไป ผมไม่ค่อยได้เห็นว่าจะต้องมาปิดกันด้านข้างอย่างนี้นะ อาจจะไว้กันฝุ่นหรือละอองฝนอะไรประมาณนั้น..รึป่าว


สภาพภายในรางมูนรูฟครับ เต็มไปด้วยฝุ่นและก็จาระบี ซึ่งอันนี้จำเป็นครับ ต้องมีจาระบีทาๆไว้ เพราะว่ามันจะต้องหล่อลื่นตลอด แต่ของผมตอนแรกดูมันจะเยอะไปหน่อยเลยปาดๆออก ไม่งั๊นดูแล้วเหมือนมันเลอะๆอ่ะ


นี่ครับ.. ที่ว่าเป็นรุ่นก่อนไม่เนอร์เชนจ์ จะเป็นสวิชท์รูปร่างอย่างนี้


ถ้าเป็นรุ่นหลังไมเนอร์เชนจ์ สวิชท์จะเป็นแบบนี้ ซึ้งผมดูแล้วก็ไม่รู้ว่าแค่รูปร่างของสวิชท์ มันจะทำให้การจ๊ำสายไฟระบบมูนรูฟมันยากง่ายต่างกันรึว่าต้องแปลงอะไรมากน้อยแค่ไหนรึป่าว ตามที่ช่างเค๊าบอก
 
Last edited:
ต่ออีกหน่อย


โครงผ้าหลังคาของ W210 มันจะยาวกว่าของ W124 ครับ ฉะนั้นเวลาเอามามาใส่ใน 124 มันก็จะเลยขอบหลังคาออกมาแบบนี้ ซึ่งจริงๆถ้ารู้ตั้งแต่แรกน่าจะแก้ไขความยาวให้มันพอดีก่อนที่จะนำไปบุผ้า แต่ก็อย่างว่าละครับ เราไม่เห็นงานระหว่างทำ ก็เลยตามเลย ก็เลยออกมาแบบนี้เลย


เลยขอบใต้หลังคามายังไม่เท่าไหร่ ไอ้ลอยกาวยางนี่สิครับ..!! ยิ่งผ้าเป็นสีเทาอย่างนี้ก็เห็นชัดเลยสิ
ตรงจุดนี้ผมว่าจะแก้ไขโดยการหากาบบังแดดหลังที่เคยเห็นเป็นชุดแต่งเหมือนรูปด้านล่างมาใส่อ่ะครับ จะดูเข้าท่ามั๊ยอ่ะ

[YOUTUBE]http://www.youtube.com/watch?v=kljSRFFQ9Z0[/YOUTUBE]
 
Last edited:
ผมว่าอู่นี้เก็บรายละเอียดไม่ดี เก้าว่าพี่เข้ามากทมเมื่อไหร่
เรื่องผ้าหลังคาเอาไปทำร้านวิชาญหรือวิชัยการช่างดีกว่าคับพี่
มันจะเนี๊ยบมากๆ อิอิ ไม่ต้องไปใส่กาบข้างหลังหรอกคับ รกๆๆ 555+
 
อู่ชื่ออะไรครับ บอกตัวย่อก็ได้ครับ อยู่แถวไหนครับ ทำไมทำออกมาได้แย่มากๆ

ขอบคุณครับ
 
อู่ชื่ออะไรครับ บอกตัวย่อก็ได้ครับ อยู่แถวไหนครับ ทำไมทำออกมาได้แย่มากๆ

ขอบคุณครับ

ผมว่าไม่ต้องบอกหรอก อ่านไปดีๆ ก้อน่าจะรู้ได้เอง ผมคิดว่าผมรู้แล้ว 555
 
ผมว่าไม่ต้องบอกหรอก อ่านไปดีๆ ก้อน่าจะรู้ได้เอง ผมคิดว่าผมรู้แล้ว 555

รบกวนขอหลังไมค์ด้วยครับ ขอบคุณครับ
 
ซิลิโคนมีฤทธิ์เป็นกรดนะครับ

หลังจากลงไปรับรถขับกลับมาถึงหนองคาย ก็ดึกแล้ว เหนื่อยครับ เลยไม่ได้ตรวจดูสภาพส่วนต่างๆสักเท่าไหร่ วันรุ่งขึ้นเลย จัดแจงตรวจดูรอบๆคัน ปรากฎว่าการเก็บงานไม่เรียบร้อยหลายจุดครับ รื้อไปรื้อมา แทบเป็นลม เมื่อเปิดพรมปูรถออกมา "เซ็งเป็ดชิบ" อู่ไม่ได้ปะผุที่พื้นรถให้ครับ งานเข้าเลยทีนี้ แล้วจะทำไงได้ล่ะครับ รถก็เอากลับมาถึงนี่แล้ว ยอมรับว่าเสียความรู้สึกจริงๆตอนที่เห็นพื้น นี่เท่ากับว่าที่อู่ไม่ได้รื้อพรมออกมาเลยครับ ก็เลยต้องทำใจ เดี๋ยวค่อยว่ากันต่อที่นี่ นี่เป็นอีกประสบการณ์นึงที่ถ้าเราทิ้งรถไว้ให้อู่ทำโดยที่เราไม่ได้ไปติดตามดูทุกๆระยะ เราก็ไม่เห็นงานว่าเค๊าทำไปถึงไหน ทำตามขั้นตอนที่เราต้องการรึป่าว เป็นเพราะผมอยู่ไกล ไม่ได้มีเวลาลงไปติดตามทุกอาทิตย์ ผลงานเลยออกมาแบบนี้อ่ะ เฮ้อ...เซ็ง
อ่ะ บ่นมาได้พักนึงและ มาชมผลงานกันครับ


ดูแป้นเหยีบคันเร่งสิครับ เฮ้อออออ!!!!

ที่พื้นฝั่งด้านซ้ายพอรื้อพรมออกมา เจอรูเพียบเลยครับ
ตอนนี้คงต้องแก้ไขสถานการณ์ไปชั่วคราวก่อนครับ ก่อนที่จะทำการเข้าอู่ปะผุเป็นครั้งที่สอง

เอาซีลีโคนนี่แหละ อุดตามรูไว้ก่อน อุดไปอุดมาไม่ได้นับด้วยว่ากี่รู

เจอรูนี้เข้าไป เป็นไงล่ะ

ต้องตัดยางมาปะไว้เลย รูค่อนข้างใหญ่

ฝั่งด้านคนขับก็ใช่ย่อยครับ

ผุเข้าไปถึงคัสซีเลยอ่ะ

อุดไปได้สักพัก ก็มาแหวกเจอรูนี้ แทบหงานหลัง

นี่หนูรอดได้เลยนะรูนี้เนี่ย โห....สวดยอดดดดดด

เอาล่ะวะ อุดมันให้หมด อุดจนมือเหม็นกลิ่นซิลิโคนไปหมดแล้วตอนนี้
ที่ต้องทำอย่างนี้ไว้ก่อนเป็นการชั่วคราวเพราะว่า สิ้นเดือนจะต้องใช้รถรัยส่งลูกค้าครับ เลยยังไม่เอาเข้าไปทำพื้นณตอนนี้ เพราะจะต้องให้เวลาทำอีกไม่ต่ำกว่า 2 สัปดาห์ อีกอย่างช่างที่อู่ประจำที่นี่ก็ลางานอยู่ เลยรอไว้ต้นเดือนหน้าหลังจากรับรองลูกค้าเสร็จค่อยเอาเข้าไปทำใหม่ ตอนนี้ขอเวลาไปออกกำลังกายก่อนนะครับ เดี๋ยวจะมาลงจุดที่ว่าเก็บงานไม่เรียบร้อยว่ามีตรงไหนบ้าง เฮ้อ...เหนื่อยเจงๆ
ซิลิโคนมีฤทธิ์เป็นกรดนะครับ(กรดมะนาว) อาจจะมีโอกาสทำให้การผุยิ่งลุกลามนะครับ อาจลองใช้พวกฟินโคทจะดีกว่าครับ หรือลองท่านผู้รู้ช่วยวิจารณ์ด้วยครับ
 
แกะโลโก้มาติดใหม่

วันก่อนเพิ่งติดดาวโลโก้ กับเพลท300E เข้าไปใหม่ เพราะว่าทางอู่ติดมาให้งานไม่เนียนเท่าไหร่ครับ ลืมถ่ายรูปตอนก่อนแกะออกมาครับ เพราะว่าตอนที่แกะออกมาตอนนั้นอยู่บ้านเพื่อน กำลังนั่งวิจารย์ผลงานกันอยู่ ผมมาสังเกตุเห็นกาว2หน้าที่บริเวณดาวโลโก้กับเพลท 300E แล้วทนดูไม่ได้ เลยรีบแกะออกมาก่อน มันก็ประมาณว่าเห็นเป็นขลุยๆสีดำอยู่รอบๆโลโก้อ่ะครับ อีกอย่างตัวรถมันสีสว่างด้วย ทำให้ยิ่งเห็นชัดเลย

เอามาติดกาว2หน้าใหม่ กรีดให้คมแล้วค่อยๆแปะไปด้านหลังให้เล็กว่าตัวหนังสือเล็กน้อยนะครับ


ใช้เป็นกาว2หน้าสีเทา จะได้ดูกลืนกะสีรถด้วย


เวลาติดเข้าไปแล้วงานดูเนียนขึ้นเยอะเลยครับ




อย่างนี้สิ ค่อยดูได้หน่อย
 
อ่านแล้วเพลียแทน เป็นกำลังใจให้ครับพี่ :D
 
ต้องทำใจคับ อยากได้ดีๆ ต้องใจเย็นๆ และแสวงหาอู่ที่เนียนๆ บวกกับสิ่งที่ต้องใช้คือ เวลา
ผมก็เหมือนกัน มันไม่ค่อยมีเวลา เดือนหนึ่งอยู่ ตจว. 20 วัน กลับกทม. 10 วัน (ช่วงนี้แหละที่ทำรถ) หลังจากรถw124 คันเก่าคว่ำ ก็ใช้เวลา 2 เดือน หารถw124คันใหม่กว่าจะได้+อีกเกือบ 1 เดือน กว่าจะวางเครื่องกับติดแก็สเสร็จ นี่ก็รอ อู่ทำสี ที่รอคิว กว่าจะได้เป็นเดือน ก็ได้แต่ก้มหน้าตั้งตารอไป ทำไงได้ ไปอู่อื่นไม่อยากปวดหัว กับปวดใจ งานออกมามันไม่ได้ใจคับ นี่ก็รอทำสีกับกะเปลี่ยนภายในทุกชิ้นพวกขอบยางประตูต่างๆ กับทำสีการ์ปรอบคัน กันชนหน้าหลัง ทำสีฝากระโปรงหลัง อุดรูเสาอากาศกับทำสี อุดรูพื้นกันน้ำเข้า+ทำสีแมกซ์ เปลี่ยนยาง (มันต้องทำพร้อมกัน เลยเซ็ง) นี่ยังไม่รวมไปติดสวิทย์ เซนทรัลล๊อกกับพี่ท๊อปอีก ตอนนี้ เข้าเดือนที่ 4 รถก็ยังไม่เสร็จ ทำใจคับและรอคับ ไม่รู้เดือน5 6 เดือนมันจะเสร็จไหม เวลาทำมันไม่นานคับ แต่รอวันว่างกับคิวช่างให้มันตรงกันมันยากเย็นจริง
อีกอย่างผมทำรถ อู่แพงเกินก็ไม่ไหวคับ แต่ก็ไม่เคยทำอู่ราคาถูกเกินไปคับ ทำอู่ที่ราคาสมเหตุสมผล บางครั้ง ยอมจ่ายแพงกว่า แถมยังต้องรอคิว มันก็ต้องยอมคับ งานพวกนี้มันต้องถูกที่ถูกงานคับ
:n16:เข้าใจความรู้สึกครับ คนทำรถเหมือนกันคับ ไม่ได้ดังใจ มันเซ็ง
 
Last edited:
ผมว่าไม่ต้องบอกหรอก อ่านไปดีๆ ก้อน่าจะรู้ได้เอง ผมคิดว่าผมรู้แล้ว 555

อ่านตอนแรกก็ยังไม่รู้ พออ่านมาเรื่อยๆ ก็ อืมน่าจะใช่นะ แต่ไม่รู้ใช่ออู่เดียวกับที่ผมคิดเปล่าสิครับ

รบกวนพี่เจ้าของกระทู้ PM คอนเฟิร์มหน่อยครับ
 
อู่ควรจะมีจรรยาบรรณและรับผิดชอบในสิ่งที่เค้าทำ อย่างว่าคนเรามีดีมีเลวปนๆ กันไป
อู่บางอู่ที่เราไว้ใจเชื่อใจ บางทียังทำกันได้ ฟันราคาเรา แถมซ่อมไม่จบ จากประสบการณืทำรถมาถ้าเราไม่ได้เฝ้าหรือคอยดูรถอยู่ตลอดส่วนมากจะมีปัญหา

สู้ๆ นะครับ ขอให้อู่ที่ทำไม่ดีแบบนี้เจ๊งไปเร็วๆ เวรกรรมมันมีจริง

เป็นกำลังใจให้นะครับ
 
อู่ควรจะมีจรรยาบรรณและรับผิดชอบในสิ่งที่เค้าทำ อย่างว่าคนเรามีดีมีเลวปนๆ กันไป
อู่บางอู่ที่เราไว้ใจเชื่อใจ บางทียังทำกันได้ ฟันราคาเรา แถมซ่อมไม่จบ จากประสบการณืทำรถมาถ้าเราไม่ได้เฝ้าหรือคอยดูรถอยู่ตลอดส่วนมากจะมีปัญหา

สู้ๆ นะครับ ขอให้อู่ที่ทำไม่ดีแบบนี้เจ๊งไปเร็วๆ เวรกรรมมันมีจริง

เป็นกำลังใจให้นะครับ
อู่บางอู่ที่เราไว้ใจเชื่อใจ บางทียังทำกันได้ ฟันราคาเรา แถมซ่อมไม่จบ จากประสบการณืทำรถมาถ้าเราไม่ได้เฝ้าหรือคอยดูรถอยู่ตลอดส่วนมากจะมีปัญหา
ชอบประโยคนี้จัง โดนใจเหลือเกิน จะบอกว่าก็โดนมาแล้วเหมือนกัน บทเรียนสำคัญเลย
ใจเย็นๆคับ หาอู่ที่ดีฝีมือเนียนๆและก็ทำใจกับการรอคอยเวลาว่างของอู่ เป็นกำลังใจให้สู้ๆคับ
 
Last edited:
ต้องทำใจคับ อยากได้ดีๆ ต้องใจเย็นๆ และแสวงหาอู่ที่เนียนๆ บวกกับสิ่งที่ต้องใช้คือ เวลา
ผมก็เหมือนกัน มันไม่ค่อยมีเวลา เดือนหนึ่งอยู่ ตจว. 20 วัน กลับกทม. 10 วัน (ช่วงนี้แหละที่ทำรถ) หลังจากรถw124 คันเก่าคว่ำ ก็ใช้เวลา 2 เดือน หารถw124คันใหม่กว่าจะได้+อีกเกือบ 1 เดือน กว่าจะวางเครื่องกับติดแก็สเสร็จ นี่ก็รอ อู่ทำสี ที่รอคิว กว่าจะได้เป็นเดือน ก็ได้แต่ก้มหน้าตั้งตารอไป ทำไงได้ ไปอู่อื่นไม่อยากปวดหัว กับปวดใจ งานออกมามันไม่ได้ใจคับ นี่ก็รอทำสีกับกะเปลี่ยนภายในทุกชิ้นพวกขอบยางประตูต่างๆ กับทำสีการ์ปรอบคัน กันชนหน้าหลัง ทำสีฝากระโปรงหลัง อุดรูเสาอากาศกับทำสี อุดรูพื้นกันน้ำเข้า+ทำสีแมกซ์ เปลี่ยนยาง (มันต้องทำพร้อมกัน เลยเซ็ง) นี่ยังไม่รวมไปติดสวิทย์ เซนทรัลล๊อกกับพี่ท๊อปอีก ตอนนี้ เข้าเดือนที่ 4 รถก็ยังไม่เสร็จ ทำใจคับและรอคับ ไม่รู้เดือน5 6 เดือนมันจะเสร็จไหม เวลาทำมันไม่นานคับ แต่รอวันว่างกับคิวช่างให้มันตรงกันมันยากเย็นจริง
อีกอย่างผมทำรถ อู่แพงเกินก็ไม่ไหวคับ แต่ก็ไม่เคยทำอู่ราคาถูกเกินไปคับ ทำอู่ที่ราคาสมเหตุสมผล บางครั้ง ยอมจ่ายแพงกว่า แถมยังต้องรอคิว มันก็ต้องยอมคับ งานพวกนี้มันต้องถูกที่ถูกงานคับ
:n16:เข้าใจความรู้สึกครับ คนทำรถเหมือนกันคับ ไม่ได้ดังใจ มันเซ็ง

จริงครับ ทำรถทั้งคันแบบนี้มันต้องใจเย็นๆจริงๆ ค่อยๆทำไป อู่ที่รับทำก็มีส่วน ช่วงเวลา 2 เดือนครึ่งที่ทำไปนี่ ผมก็คิดถึงรถมันจะตาย แต่ตอนที่ไปที่บ้านคุณท็อปติดรีโมทให้ เห็นมี 124 คันนึง คุณท็อปบอกคันนั้นทำเป็นปีเลยครับ กว่าจะเสร็จ โห...เป็นผมนี่คิดว่ารถหายไปแล้วนะเนี่ย แต่งานออกมานียนเลย
 
มีอะไรมาให้ดูอีกและ

ประมาณต้นเดือนหน้าคงจะได้มีเวลาว่างเอารถเข้าไปทำพื้นที่อู่แถวบ้านที่รู้จักกันซักทีล่ะครับ ทีนี้คงจะได้ใกล้ชิดหน่อย บางทีว่างๆจากงานก็อาจจะไปนั่งรื้อนั่งชำแหละอะไรกะเค๊าได้มั่ง แต่ตอนนี้มีอะไรมาให้ดูเพิ่มเติมนิดนึงครับ วันก่อนช่วงเย็นว่างๆไม่มีไรทำ ก็เดินมาดูฟิลม์ที่กระจกหลังรถ เพราะว่าเดี๋ยวหลังจากทำพื้นเสร็จ จะเอาไปติดฟิลม์ใหม่ทั้งคัน ก็เลยไปสังเกตุดูว่าถ้าช่างติดฟิลม์จะต้องถอดอะไรออกบ้าง ก็เหลือบไปเห็นไฟเบรคดวงที่สามด้านหลังครับ ผมลองเอามือไปขยับๆ (ไม่ได้แรงมากเลย) เท่านั้นแหละ หลุดออกมาเป็นชิ้นๆเลยครับ



เห็นมั๊ยครับ เกิดอะไรขึ้น มีกาว2หน้า กับกาวยางดำๆแปะให้มันติดกันไว้อยู่ นี่ถ้าผมไม่ไปยุ่งอะไรกับมัน ก็คงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชิ้นส่วนต่างๆบ้าง


นี่แสดงว่าช่างไม่มีความรู้ในเรื่องการถอด/ประกอบชิ้นส่วนเลย ถึงได้เป็นแบบนี้



ผมประกอบคืนได้เท่านี้แหละครับ เอากาววิทย์หยอดๆไป แต่ใส่กลับเข้าไปไม่ได้อ่ะ ปล่อยไว้โล่งๆอย่างนั้นแหละ ดูสภาพแล้วไม่น่าเอาใส่กลับเข้าไปเลย
 
Back
Top