อัพเกรด ขอแนวทาง320จะวางโบคับ

เป็นหัวหมู่ทะลวงฟันเลยนะครับเนี้ย

ผมจะติดตาม ได้ผลยังไงเล่าสู่กันฟังนะครับ สู้ๆ :yelclap:
 
save เก็บไว้นานเพิ่งนั่งจ้องชัดๆ จึงทราบว่า เป็น เอกสาร ตำแหน่งและรูปแบบ อุปกรณ์ การเจาะ อ่างน้ำมันเครื่อง ที่บริษัท turbo technics เค้าแนะนำไว้ครับ (อันนี้เจาะ 300E)
ก็เอามาแปะในกระทู้นี้ สำหรับคนที่หาแนวทาง วางโบ จะได้ทำตามมืออาชีพเขาไปเลย
ปล. แต่มันก็เก่ามาก(เขียนไว้ใน title box ปี92:p)ไม่รู้สมัยนี้เขาปรับเปลี่ยนไปบ้างแค่ไหนนะครับ :)
[
TTOIL.jpg
 
Last edited:
นี่ก็น่าสนใจครับ เดี๋ยวนี้มี cast manifold สำเร็จรูปขายกันหลายรุ่น port waste gate ครบถ้วนไปเลย ทนทานหายห่วงกันไป
ของ บีมเมอร์ ตัวนี้ centre port ไอเสีย ต่างจากของ m104 ประมาณ2.5ซม แต่พอเฉลี่ยนจากซ้ายไปขวา พบว่าสูบอื่นโอเคหมด สูบ1กับสูบ6 จะเบี่ยงไป 1.5ซม ก็ไม่มีปัญหา ยังไงเราก็ต้องตัดทำ flange ใหม่อยู่แล้ว จัดflange หนาซัก 20มิล ปาด หน้าport ให้เอียงไปหา รูแล้วเชื่อมก็จบครับ
ราคาพอรับได้ 6000กว่าบาท ;) เป็นอีกทางเลือกหนึ่งครับ
e36-tm.jpg

TM-B-01.jpg

อันนี้ ดูของฝรั่งแล้ว มาออกแบบของเราเองบ้างครับ ผมพยายามปรับให้ ระยะทางท่อเฮดเดอร์เท่ากันอยู่ สนุกไปอีกแบบ แบบสมมาตรทำง่าย แต่จริงๆเทอเบอร์จะอยู่เหนือ สูบ2 คงต้องปรับแต่งอีกเยอะแหงๆ:bonk:
headerdesign.jpg
 
Last edited:
ตอนนี้กำลังหมกมุ่นเรื่อง cfd ครับ
ยิ่งอ่านยิ่งสนุกครับ ตอนนี้กำลังศึกษาโปรแกรม solidworks อยู่
เนื่องจากไปอ่านฝรั่งเค้าคุยกัน อ่านแล้วมันคัน อยากออกแบบ endtank ของ intercooler และ header เองให้เจ๋งๆไปเลย
เ้ค้าแนะนำให้ใช้ โปรแกรม solidworks
ข้อมูลที่เค้าเอามาแชร์ การไหลของมวลอากาศ ในระบบส่งลมตามท่อทั่วไป ซึ่งก็เหมือนกับ ใน inter ตัวซ้ายหรือที่ขายๆกันทั่วไปตามท้องตลาด จะเห็นได้ชัดว่าเกิดกระแสลมวนด้านบนและลมร้อนไหลผ่านในตัวอินเตอร์ได้ไม่เอาอ่าว ส่วนตัวขวาทางวิศวกรได้ทำการแก้ไขสั่งทำendtank เพิ่มครีบกระจายลมเข้าไป ผลลัพธ์ออกมาสุดยอดครับ
HRSG_Transition_Duct_Page_1.jpg

จะเห็นได้เลยว่าถ้าปล่อยลมเข้าไปใน inter แบบทื่อๆ มันจะไปอั้นอยู่ตรงกลางไม่กระจายไปทั่ว แต่รูปทางขวาเติมครีบไปความเร็วการไหลอากาศก็สมดุลตลอดหน้ากว้างตัว inter เลยครับ ผมไปไล่ดูมีแค่บางสำนักเจ้าดังๆเท่านั้นที่ เสริมครีบกระจายลมด้านใน แบบนี้
HRSG_Transition_Duct_Page_2.jpg

หน้าตาของ endtank ยอดนิยมของอินเตอร์คูลเลอร์ที่ขายๆกันอยู่ จะเห็นข้อแตกต่างระหว่างการมีครีบแยกลมและไม่แยกอย่างชดเจน ผมวิ่งไปดูมาแล้วครับ ร้านดังๆที่ขายอินเตอร์ จับพลิกมองเข้าไปในช่องรับลม ไม่มีครีบอย่างที่ว่านี่ซักอัน
end_tank_cfd.jpg

นอกจากครีบภายในแล้ว ตัวendtank เองนี่ก็สร้างความแตกต่างในการกระจายลมอย่างเหลือเชื่อครับ
endtank ที่ดีที่สุดตอนนี้เท่าที่ผมนั่งอ่านมี2แบบ ก็คือแบบ back door และ แบบ side door ครับ
ในรูปนี่เป็น cfd ของ endtank แบบ backdoor เป็นรูปแบบที่ไม่นิยมเนื่องจากกินที่ติดตั้ง แต่จากผลการทดลองนับว่าเป็น endtank ที่ดีที่สุดเลยก็ว่าได้
188398_160081464050179_100001449788054_343054_3230795_n.jpg

fins.png


ซึ่งก็คือแบบนี้ครับ backdoor แบบtaper เข้าใจไม่ยากครับ ลมร้อนจะวิ่งชนผิวเอียงของ endtank ก่อนจะกระจายออกตลอดแนววิ่งเข้าสู่ครีบระบายความร้อน แทบไม่มีที่สร้างลมวนเลย แต่ไม่ค่อยเห็นหรือติดรถมาเท่าไหร่ เพราะมันกินเนื้อที่ ออกแบบท่อให้เดินไปมายากครับ
honda-acura-b-series-backdoor-drag-intercooler-content-1.jpg

ส่วนนี่ก็เป็นแบบที่นิยมและมีข้อดีไม่แพ้กันคือ side door หรือ parallel ถ้าหน้าตาแบบนี้เลยไม่ไหวครับ ใช้งานจริงไม่ได้เรื่อง

Thanks: ฝากรูป
พอเข้าซิมูเลชั่นแล้วพบว่า ลมวนจนย่อนกลับมาเลยครับ เกิดทั้ง trap ลมหมุนไม่ไปไหน เกิดทั้งแรงดันทำให้ บูสตก (ฮาา ผมว่าเค้าอาจตั้งใจนะ แหม ลมหมุนเข้าออกหลายรอบคลายร้อนได้ดียิ่งขึ้น55)

Thanks: ฝากรูป
ซึ่งแน่นอนครับเค้าก็ทำการแก้ไข ปรับปลายถังให้สอบลง พร้อมเพิ่มครีบแบ่งอาการหน้าถังกับหลังถัง อันนี้ผมอ่านจากหนังสือคุณคอร์กี้ เค้าถือว่าสำคัญเลยเพื่อจะกระจายลมให้มีระดับใกล้เคียงกันที่สุด

Thanks: ฝากรูป
โดยเค้าดัดแปลง อาศัยการคำนวนตามนี้นี่เองครับ ไม่ใช่ว่าปรับไปตามมีตามเกิด ต่างกันหน้ามือเป็นหลังมือ

Thanks: ฝากรูป
รายละเอียดปลีกย่อยข้อมูลมีอีกจมเลย แต่อ่านมากเดี๋ยวเบื่อครับ ผมพอจะสรุปง่ายๆได้ว่า
แนวทางในการเลือกซื้อสำเร็จก็มี 4 แบบครับ
1.เลือกแบบแนวนอนแคบๆ สูงไม่เกิน6" แบบนี้ลมที่มาจากท่อขนาด 2.5" วิ่งผ่านได้โดยมีลมอั้นและลมวนบ้างเล็กน้อย แต่เนื่องจากความสูงของinter ไม่มากนักก็พอจะรับได้
2.เลือกแบบ parallel แต่ให้มองหาแบบที่ endtank สอบลงไปหาปลายแบบนี้พอจะหาซื้อได้ครับ และมักจะได้ ผิว endtank โค้งๆด้วยนับว่าเป็นแบบสำเร็จที่ ตั้งตั้งไม่ยากและได้ผลลัพธ์ที่โอเค
3. เลือกแบบ backdoor ครับ ซึ่งอันนี้จากหลายเวปที่ผมเห้นเขาทำ cfd นับว่าเป็นชนิดที่ดีที่สุด และถ้าเลือกได้ให้มองหาแบบที่ ผนังหลังที่ลมวิงชนมีองศาเอียง และ สอบเข้าหาครีบจะดีที่สุด
4. ซื้อ แกน intercooler มา แล้วมาสั่งทำ endtank เองไปเลย แบบนี้ข้อดีคือสามารถซื้อ core ใหญ่ๆ แล้วเลือกออกแบบ endtank แบบมี fin ข้างใน หรือแบบ endtank แบบแคบ หรือแบบที่แทบไม่มี endtank เลย แบบนี้เป็นแบบที่ดีเทพอยู่ในรถ แรลลี หรือ F-1 แต่ผิวต้องโค้งสมบูรณ์แบบจริงๆจึงจะเยี่ยม
หวังว่าจะมีประโยชน์กับเพื่อนๆที่สนใจครับ
 
Last edited:
เดี๋ยวพรุ่งนี้จะมาต่อ เรื่อง oil cooler กันครับ ไปคุ้ยอ่านมาเรียบร้อยครับแต่จู่ๆ เวปอัพรูปเกิดเพี้ยนอัพไม่ได้ซะงั้นครับ:confused:

oil cooler มีหลายรูปแบบ ที่นิยมออกแบบกันก็มี3 แนวหลักๆ สำหรับรถบ้าน รถแข่ง รถใช้งานหนัก

ที่เพื่อนๆติดอยู่ของ Hayden Ultra-Coolเป็นรูปแบบ Serpentine Coil หรือเรียกภาษาบ้านๆว่า tube&fin เป็นของรูปแบบพื้นฐานที่สุดของระบบการแลกเปลี่ยนความร้อน เน้นต้นทุนต่ำ และทนทานมากนั่นเอง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยปัญหา pressure drop ซึ่งจะพบเห็นได้ใน แผงระบายความร้อนตู้เย็นสมัยก่อน หรือหม้อต้มน้ำสมัยก่อนนั่นเอง (รังผึ้งแอร์w124นั่นก็ด้วยครับ) เหมาะสำหรับรถบ้าน กับการใช้งานปกติ ช่วยยืดอายุน้ำมันเครื่อง และเครื่องยนต์
แต่ถ้าใครจะอัพเกรดอีกหน่อย ก็คงต้องเลือกใช้แบบDishplate ซึ่งจริงๆ hayden ก็ทำขายครับ ก็คือรุ่น Rapid-Cool แถมพี่แกเล่นบอกในหน้าเวปเลยว่าดีกว่าตัวUltra-Coolถึง 33% แต่ราคาขายกลับไม่แพงกว่าเท่าไหร่เลย ประมาณ หกเจ็ดร้อยบาทเอง :p ข้อเสียคือมันไม่ทนครับถ้าติดตั้งไม่ดี ต้องทำการติดตั้งกันแบบตั้งอกตั้งใจ เรียกว่ามีโครงติดตั้งขายแยกมาให้ด้วยซ้ำ

Oil cool ระบบ plate & fin หรือ Dish plate รูปแบบนี่แหละที่ว่าการออกแบบที่นิยมกัน เป็นรูปแบบที่ใช้ติดตั้งในรถแข่งอย่าง nascar โดยมีต้นกำเนิดมากจากสมัยสงครามโลกครั้งที่สองนั่น ซึ่งออกมาใช้กับเครื่อง สปิรทไฟเออ (แหมอึดอัดใจนะ เพราะรถเราๆอยู่ฝั่งเมชเชอสมิทอะสิ:n43:)

รูปจากหน้าเวปของ Hayden ครับ ถ้าเน้นอึดต้อง tube&fin ถ้าเน้นด่วนต้องplate & fin

Thanks: ฝากรูป

โดยผมนำเสนอ 3ยี่ห้อtop อย่าง Mocal Setrab และ Earls เลือกใช้ครับ ซึ่งสามยี่ห้อนี้มักจะมีขายแบบ used ที่ถอดมาจาก nascar เลยแหละ ราคาก็หวานกรอบ จะว่าไปผมนั่งดูราคาของ oil cooler แบบ plate&fin ยี่ห้อดังพวกนี้ ใน ebay ทั้งค่าของ ภาษี รวมค่าส่งแล้ว ก็ยังอยู่แถวๆ 5พันเอง นับว่าน่าสนใจอยู่ไม่น้อยครับ:thumbup:
เดี๋ยวลงรูปได้จะอัพมาแชร์ข้อมูลกันครับ ว่าหน้าตาเป็นอย่างไร:n40:
ตัวอย่าง oil cooler Earl's Temp-A-Cure หน้าตาเอาเรื่องไม่น้อย
361-21908.jpg

ส่วนนี้ก็ Mocal ครับ น่าจะของอังกฤษครับ เทพกันไป
mocul_cooler-1.jpg

สุดท้ายของ Setrab
race-performance-large.jpg
 
Last edited:
ออยแยก สร้างคำถามให้กับ หม้อน้ำพัดลมไฟฟ้า :confused:

เหมือนเดิมครับ อ่านๆๆ อ่านๆๆๆ อ่านแล้วก็คัน
ข้อมูลที่สำคัญ ก็คือ
1. อุณหภูมิของน้ำมันเครื่องที่ 90-120 C
2. อุณหภูมิของน้ำเกียร ที่รับได้นั้นอยู่ตั้งแต่ 80-100 C
3. เอกสารงานวิจัยที่ระบุว่า น้ำมันเครื่องในอ่าง จะมีอุณภูมิเป็น 1.3 -1.45 เท่า ของอุณหภูมิน้ำในหม้อน้ำ

นี่แหละครับที่มาของคำถาม
เพราะวิศวกรเหมือนจะออกแบบให้ หม้อน้ำ ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการควบคุมระดับอุณหภูมิของระบบหล่อเย็นแบบครบวงจรไปเลย

ถ้าเรารักษาอุณหภูมิของหม้อน้ำไว้ที่85 องศาได้ ความร้อนของน้ำมันเครื่อง ก็จะอยู่แถว 110 กำลังหวานกรอบ ความร้อนของน้ำมันเกียร์ ก็อยู่ไม่เกิน 100
แต่หม้อน้ำมันไม่ใช่ทำหน้าที่ระบายความร้อนน้ำมันทั้งคู่เท่านั้น มันยังเป็นตัว อุ่น ให้น้ำมันทั้งคู่มีอุณหภูมิกำลังพอเหมาะด้วย นั่นไง นั่นไง
ประเด็นคือ
เมื่อเราทำการ แยก ออกเกียร และ ออยเครื่อง เท่ากับเป็นการลดภาระ การทำงานของหม้อน้ำลงไป
คำถามก็คือ ถ้าเช่นนั้น หม้อน้ำเดิมของเรา+บังใบพัดลมไฟฟ้า +ออยเกียร +ออยเครื่อง นับว่าเป้นระบบที่ เสถียรดีหรือเปล่า ก็ในเมื่อเอา โหลดความร้อนหายไปจากระบบหม้อน้ำด้วย ออยแยกแล้ว
จะใช้หม้อน้ำเดิม+พัดลมไฟฟ้าได้หรือเปล่า?

เพราะถ้าลงตัว นับว่ามีข้อดีหลายส่วน เช่น
1.หม้อน้ำ124 6สูบ พร้อมใช้ไม่ต้องตัดต่อ แค่ตีบังลม+พัดลมไฟฟ้า แกะคู่หน้าออกเฉยๆ
2. ควบคุมอุณหภูมิ น้ำมันเครื่อง และ น้ำมันเกียร์ ได้ดีเยี่ยม ด้วย bypass valve
3. ได้ครบทั้งพัดลมไฟฟ้า 3500 ออยเกียร์ 3500 ออยเครื่อง 3500 bypass valve3000

เต็มระบบกันเลยทีเดียว
หรือ ถ้าตังเหลือ ก็ยังติดัพดลมให้ ออยเครื่อง ออยเกียร 1000 และ สวิทช์ควบคุมอุณภูมิ 1500



ิิัby pass valve เพื่อให้แน่ใจว่า น้ำมันไม่ร้อนไปเย็นไป
jagg4050autobypass2.gif

ติดพัดลมตัวเล็กๆให้ ออย เผื่อขับไปเจอรถติดหนักๆ
fullset.jpg


ซึ่งผมได้ไปตั้งกระทู้ถามแล้ว ว่า มีใครติด oil temp sensor ตอนทำ oil gear บ้างหรือเปล่า เพราะอยากทราบว่า อุณหภูมิน้ำมันเกียร หลังผ่าน เจ้า็Hayden มันเหลือเท่าไหร่กันแน่ๆ ถ้ามันลดลงมากๆ เหลือซัก 60-70c เมื่อน้ำมันไหลกลับเข้าไปในหม้อน้ำ จะยิ่งช่วยลดอุณหภูมิน้ำหล่อเย็นลงไปอีกด้วยซ้ำ หม้อน้ำก็จะกลายเป็นตัวอุ่นน้ำมันเกียร์แทน เรียกว่า คุ้มยิ่งกว่าแฟลตปลาทอง

คำตอบ? ไม่มีใครตอบครับ เดาว่าไม่มีใครติดตั้ง oil temp sensor นั่นเอง
เดี๋ยวผมลองเองครับ :D เรื่องเล่นเองเจ็บเองนี่ผมถนัดครับ
 
Last edited:
หม้อน้ำ + พัดลมไฟฟ้า ไม่มีพัดลมเครื่อง ไม่มีออยด์เกียร์ เมื่อใส่กับเครื่อง 320 ไม่โบ ต้องใช้หม้อน้ำที่ใหญ่กว่าของแตน คือใช้ของวอนโว่ จึงจะพอดีกัน ...พอดี คือพัดลมไฟฟ้าไม่ต้องทำงานมากๆ และ ที่อากาศร้อนๆ ก็ยัง " เอาอยู่ " คือ ไม่เกิน 100 และ พัดลมยังพอจะได้พักมั่ง


ทีนี้พอเป็นเครื่อง 320 มีโบ ชุดข้างบนก็เอาไม่อยู่แล้ว ต้องเปลี่ยนพัดลมใหม่ให้ใหญ่กว่าเก่าตัวนึง จะเปลี่ยนเป็นใหญ่ คู่ก็ไม่ไหว เพราะ เนื้อที่จำกัด



ทีนี้พอเอาออยด์เครื่องไปฝากไว้ที่หม้อน้ำด้วย เวลาวิ่งไม่เร็วก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเมื่อใดกดหนัก กดยาว ความร้อน นมค.จะชี้โด่ชี้เด่ ทีนี้ก็พาลให้น้ำร้อนมากยิ่งขึ้นไปด้วย แล้วก็พาลให้นมก. ร้อนหนักไปด้วย


แล้วอ้ายเรื่องคุมอุณหภูมิ นมค , นมก ก็ไม่น่าสนใจซักนิด ที่ฝาหรั่งเค้าเขียนน่ะ มันสำหรับเมืองหนาว ของเรา เอานมค. ให้อยู่แถวๆ 90 - 100 กะลังสวย ส่วนนมก. ให้อยู่แถวๆ 50 - 60 ก็จะดีคับ

อแดปเตอร์ ของ นมค. บางรุ่นจะมีบายพาสอยู่แล้ว ของเบนซ์ ก็ดูเหมือนว่าจะมีด้วยนะ
 
ไปเช็คตามพี่4 แนะนำ แท่นน้ำมันเครื่องของ300Dมี by pass valve จริงๆครับ ^^

วันนี้จริงๆ จะมานำเสนอข้อมูลเรื่อง sensor ต่างๆที่สำคัญสำหรับรถวางโบครับ ไม่ว่าจะเป็น oil temp/ IAT/ EGT /oil pressure/AFR ว่าราคาของหรือตำแหน่งติดตั้งต่างๆเป็นอย่างไรบ้าง
แต่แล้ว ก็ต้องหยุดไว้ก่อน เพราะโทรศัพท์แจ้งว่ามีของมาส่ง
เย่ๆๆๆ ซานต้าครอสมาเร็วกว่าที่คิดครับ :D
เห็นกล่องแล้ว แอบ ลุ้นๆ เอ้ ใช่ป่าวหว่า หน้ากล่องที่เคยเห็นไม่ใช่แบบนี้ :n39:
Picture001-1.jpg

แต่พอแกะออกมาก็ยิ้มแกล้มปริครับ ตัวจริงเสียงจริง:p
Picture002-1.jpg

แกะออกมาดู อ้อออนี่เองเหรอ เจ้าแกนเทพ ที่เค้าว่าอยู่ใน อินเตอร์ดังหลากหลายยี่ห้อ
Picture003-2.jpg


จริงๆความคิดเรื่อง สั่งแกนinter มาทำ endtankเอง ไม่เคยอยู่ในหัวผมครับ แต่ว่า อินเตอร์เทพๆอย่าง Buschur / ARC / Nisei /AMS / Greddy ที่พร้อมใช้ ค่าตัวนี่จับต้องไม่ได้ครับ รวมค่าขนส่งและภาษี ปาเข้าไปครึ่งแสน เกินเอื้อมจริง ก็เล็งไว้แค่ อินเตอร์มือสองของ skyline ในไทยสภาพสวยๆราคาเกือบๆหมื่น
แต่ก็ดั้นไป search เจอ ที่เขาขายแยกเฉพาะแกนอินเตอร์ครับ ปรากฎว่าราคาถูกไปเกือบครึ่งแหนะ ประกอบเข้าไปเจอ กระทู้ที่พี่4 แนะนำร้านทำอินเตอร์เข้าให้ เอามานั่งขบคิดแล้ว เรื่องแวะข้างทางมันเหมาะกับผมนัก ไม่ใช่จะมีโอกาสติด เทอโบกันบ่อยๆ ติดทั้งทีเล่นมันให้สนุกกันไปเลยดีกว่า เลยตัดสินใจเสี่ยงกันซักตั้งครับ ขึ้นอินเตอร์เองไปเล้ย เดี๋ยวได้ความอย่างไรจะ มาเล่าสู่กันฟังต่อไปครับ :crazy:
 
Last edited:
ในที่สุด Dancing with the Devil ก็มีตัวตายตัวแทน อิ อิ :)
 
;)เพิ่มเติมอีกหน่อยสำหรับเรื่อง oil นะครับ เค้ามี section ให้ดู จะเห็นข้อแตกต่างชัดเจนครับ
เรื่องข้อดีข้อด้อย บางทีเค้าเขียนเชียร์ขายของ เราสนใจแค่ หลักการทางวิทยศาสตร์ของมันก็พอครับ
ผิวสัมพัสยิ่งมาก ก็ยิ่งถ่ายเทความร้อนได้มาก :D
ประเด็นน่าจะเป็นเรื่อง ของขนาดที่เล็กลงได้ 33% ทำให้ติดตั้งแอบๆ ไม่ถ่ายลมร้อนไปใส่หม้อน้ำแหละครับ

แหมร่ายมาซะเยอะลืมบอกไปเลยครับว่า oil cooler เกียร แต่ละขนาด นั้นเค้ามัก จะให้ค่า GVW มาคับ ซึ่งก็คือค่าGross Vehicle Weight ก็ให้ดูของรถเราครับว่า GVW เท่ากับเท่าไหร่แล้วก็เลือก oil ที่ค่าใกล้่เคียงครับ สำหรับ w124 ก็อยู่ประมาณ 2200KG หรือ 4906lb ครับผ้ม ซึ่ง oil เกียรทั่วไปที่ขายๆ ยังไงก็เอาอยู่สบายครับ:n42:

สำหรับเพื่อนๆที่กำลังจะติด ให้ลองมองหา ยี่ห้อ Tru-Cool ดูครับ เค้ามีสรรพคุณคือ ถ้าอุณหภูมิน้ำมันเกียรเย็นไป (หนืดเหนียว) จะby pass ข้ามออยกลับไปที่เกียรเลย แต่ ถ้ากำลังร้อน (บางลื่น) ก็จะไหลผ่านเข้ามาได้ ซึ่งดีกว่า by pass valve แบบ thermostat ซึ่งมีอายุจำนวนครั้งการปิดเปิด ครับ แต่เจ้าระบบ หนืด ลื่น นี่ไม่มีอายุครับ อิอิ :yelclap:

Untitled-1-2.jpg

Untitled-2.jpg


ปล. ขอเว้นเครดิตนะครับเพราะเอามาจากเวปซื้อขายเดี๋ยวกลายเป็นการเชียร์ของ :D
 
Last edited:
;)เพิ่มเติมอีกหน่อยสำหรับเรื่อง oil นะครับ เค้ามี section ให้ดู จะเห็นข้อแตกต่างชัดเจนครับ

Untitled-1-2.jpg

Untitled-2.jpg


ปล. ขอเว้นเครดิตนะครับเพราะเอามาจากเวปซื้อขายเดี๋ยวกลายเป็นการเชียร์ของ :D

ทำถึงไหนแล้วครับ :cool:
 
ของทะยอยส่งจากเมกาครับ inter มาถึงอย่างแรก รอชิ้นส่วนอื่นอยู่ครับ :toast:

เสร็จเมื่อไร วิ่งเล่นกันนะครับ ;)
 
SL-CLUB.COM

ว่างๆแวะเข้ามาเลยเอามาให้ดูเป็นแนวครับ ทำไปจะ2ปีแล้วครับของทุกอย่างหาซื้อในนี้ครับพยายามเซ็ตของให้เข้ากันก็พอครับ คันนี้ทำจบที่ 500 กว่าม้า แนะนำว่าให้ใช้ของดีๆแต่แรก อย่าพยายามเซฟเพราะมันจะไม่ทนครับ
 

Attachments

  • IMG_0455.jpg
    IMG_0455.jpg
    30.2 KB · Views: 693
  • img00085-20100707-1345.jpg
    img00085-20100707-1345.jpg
    33.6 KB · Views: 721
  • IMG_0444.jpg
    IMG_0444.jpg
    27.1 KB · Views: 675
Last edited:
SL-CLUB.COM

ถ้าเปลี่ยนคอยล์ได้อยากให้เปลี่ยนด้วยครับเพราะคอยล์เบนซ์ มันทนการจุนไฟหนักๆไม่ไหวของผมพังไป3ชุด
เลยต้องเปลี่ยนเป็นไดเร็กคอยล์
กราฟม้า ที่ HI boost 1.5 บาร์
 

Attachments

  • SL 580 whp.jpg
    SL 580 whp.jpg
    17.5 KB · Views: 706
ก่อง motec :bonk:

กล่อง motec m800 ชุดไฟ standalone ครับแต่คันอื่นใช้ v-proนี่แหละครับม้าจะอยู่แถว400กว่าๆ
 
ว่างๆแวะเข้ามาเลยเอามาให้ดูเป็นแนวครับ ทำไปจะ2ปีแล้วครับ แอร์เย็นเพลงเพราะ ไม่มีปัญหาเลยครับ
แนะนำว่าให้ใช้ของดีๆแต่แรก อย่าพยายามเซฟเพราะมันจะไม่ทนครับ


ขอบคุณมากครับ สำหรับคำแนะนำ ไม่งั้นผมก็ลังเลตลอดครับ :)

waste gate Tial ของแท้ตัวละ 8000+
แต่ของเก๊ก๊อปในนี้ 3000 ก็ซื้อได้แล้ว แถมโพสบอกกันว่าใช้ได้ๆ:n39:
ผมก็ต้องเอามือปิดตา อุดหู ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น เดี๋ยวโรคกำเริบ

ตอนนี้ซื้อของชิ้นละเดือนๆครับ กลางปีละมั้งครับถึงได้ของครบ ลงตัวกับกระเป๋าตังค์พอดี:crazy:

ปล. ชอบท่อ PCV เหนือฝาวาลว์จังคับ ปัญหานี้ผมยังไม่ได้ศึกษาเลย เพราะไม่เคยแงะออกมาดูว่า ช่องระบายไอ นี่มันมีข้อต่ออย่างไร แล้วเดินไปที่ ถังดักน้ำมัน แล้วต่อเข้าไปที่ หน้า เทอโบอีกทีไหมครับ
 
Last edited:
:D พูดถึงโจโฉ โจโฉ ก็มา

เนื่องจากส่ง priority mail อันนี้ lucky ไม่โดนภาษีเลย ประหยัดไปเยอะเลย:p
สภาพห่อพัสดุ แย่สุดๆ คนละเรื่องกับfedex ถ้าของข้างในแตกหักได้ผมว่ากระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปแล้ว
สภาพกล่องแย่ถึงแย่ที่สุด :n26:
Picture015.jpg

แกะออกมา สภาพไม่บุบสลายคับ
Picture016.jpg

หัวใจของ individual study ครั้งนี้
Picture017-2.jpg

Picture018-3.jpg

ลองเอาไปช่างดู แต่ที่แขวนไม่ดีนัก คงคลาดเคลื่อนอยู่ครับ
Picture019.jpg


gt3776-1.jpg
 
Last edited:
Back
Top