กู้สภาพ ปลาวาฬ 140 (สมาชิกที่ขอนแก่น ครับ)

ผมสั่งซื้อจากอีเบย์เป็นของUSED แต่ระบุว่าเทสแล้ว ใช้ไม่ได้คืนตังค์!
W140WiperRelay_zps7fde60ce.jpg

แต่พอไปดูที่รถ(มัวยุ่งตกแต่งภายใน ไม่ได้เช็ดตรงเครื่องเลย แต่ดูน้ำ ดูท่อยางแก็สทุกสัปดาห์)ก็ตามรูปนี้
W140NearFrontFuseBoX_zps3b4314ab.jpg

จากรถท่าน จขกท.เหนือกล่องฟิวส์จะเห็นเลย ของผมดูเรียยบและมีสายสวิทต์อะไรตัวนึง(ใครทราบบอกด้วยครับ) หรือต้องถอดสายนี้ แล้วรื้อกล่องที่อยู่ข้างใต้ ถอดฝาล่างขึ้นมา ??
ปล.ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย หากที่ตอบ กท.ท่านมาแทรก ผมเข้ามาหาความรู้จากเรื่องที่กำลังรีวิวด้วย โดยเฉพาะแผ่านกันร้อนฝากระโปรง ของผมก็ห้อยแล้วครับ555

ลองเปิดฝาครอบออกแล้วทำความสะอาดหน้าคอนแทคของ รีเลย์ด้วยคอนแทคคลีนเนอร์ และกระดาษทรายเบอร์ละเอียดสักหน่อย น่าจะกดีขึ้นนะครับ
 
รถผมเป็นรุ่นS280 ฝาดำ ห้องเครื่องก็เลยไม่เหมือนของท่าน แต่บอดี้เดียวกันพวกช่วงล่างส่วนใหญ่คล้ายกัน ไม่ทราบท่าน จขกท.ได้เปลี่ยนยานเต้าคานหรือยัง ถ่ายภาพมาให้ดูบ้างนะ ขอบคุณล่วงหน้าครับ
 
รถผมเป็นรุ่นS280 ฝาดำ ห้องเครื่องก็เลยไม่เหมือนของท่าน แต่บอดี้เดียวกันพวกช่วงล่างส่วนใหญ่คล้ายกัน ไม่ทราบท่าน จขกท.ได้เปลี่ยนยานเต้าคานหรือยัง ถ่ายภาพมาให้ดูบ้างนะ ขอบคุณล่วงหน้าครับ

ยังไม่ได้เปลี่ยนยางเต้าคานครับ เพราะสภาพยังดีอยู่ เคยถามราคาจากร้านอะไหล่ น่าจะเป็นของเทียบ หน้า-หลัง ราคาหมื่นต้นๆครับ ถ้าผมจำไม่ผิดนะครับ และช่างประจำก็บอกว่า อย่าไปยุ่งกะมัน ถ้ายังใช้งานได้ดีอยู่ครับ
 
6. ยางสายหม้อน้ำซึม หยดน้ำเขียวๆ เป็นน้ำยาหล่อเย็นครับ ต้องเปลี่ยนทั้งเส้น

p/n 019-222-00-08 : 1 ชุด 980 บาท





 
ผมมีวิธีป้องกันสนิมใต้ท้องรถกับท่อไอเสียมาแนะนำเพื่อนสมาชิก
ผมซื้อสเปรย์กันสนิมที่ โฮมโปร ดังรูปข้างล่าง ราคา กระป๋องละ 395 บาท



มาฉีดลองดูก่อนที่บริเวณใต้ยางอะไหล่ทั้งหมด และ หม้อพักไอเสียตัวสุดท้าย

ซึ่งก็ดูสีดำ สวยดี พอใช้งานดูสังเกตที่ท่อไอเสีย หลังจากวิ่งมากว่า 200 กิโลเมตร ไม่มีอาการหลุดร่อน ยังยึดติดดีกับท่อไอเสีย อืม ใช้ได้ วันนี้เลยมีโอกาส พ่นกันสนิมที่ท่อไอเสียต่อบางส่วน ช่างประจำยังบอกสีตัวนี้ดี ราคาไม่แพงแถมคุณภาพเกินตัวทีเดียว

สภาพก่อนพ่นกันสนิม



หลังพ่นกันสนิม (เจอรูท่อไอเสียทะลุ โชคดีที่เจอ มีโอกาสเมื่อไหร่จะไปให้ร้านท่อไอเสียอุดให้ครับ)



ท่อไอเสียซ่อมแล้วครับ



และพื้นที่เก็บยางอะไหล่ + หม้อพักท่อไอเสียตัวสุดท้าย พ่นสีแล้ว สวยทีเดียวครับ

 
Last edited:
หลังจากได้รถมาก็ยำใหญ่รถตัวเอง เกือบทุกระบบจนเกือบสมบูรณ์แล้ว วันนี้ที่ขอนแก่น อากาศเย็นและมืดครึ้ม ฝนทำท่าจะตก ขับรถตอนเช้า พอจอดแล้ว ลงมาดูที่ท่อไอเสีย อั้ยย่ะ พอใจสุดๆ มีไอน้ำออกมาจากท่อไอเสีย พร้อมกับหยดน้ำติ๋งๆ เพราะ การเผาไหม้เชื้อเพลิงสมบูรณ์ ระบบหล่อเย็นสมบูรณ์ ตามสูตรการเผาไหม้ของ สารประกอบไฮโดรคาร์บอน (น้ำมันเบนซิน แก็สโซฮอลล์ 95)

ยกตัวอย่างการเผาไหม้ก๊าซมีเทน ผลิตภัณฑ์ที่ได้คือ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และ น้ำ (เป็นไอน้ำหรือหยดน้ำ) การเผาไหม้เชื้อเพลิงรถยนต์ก็จะทำนองเดียวกันต่างกันแค่สูตรของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนแต่ละประเภทเท่านั้นเองครับ

CH4(g) + 2O2(g) → CO2(g) + 2H2O(g)

และขอขอบคุณคุณแอร์ :):) ที่อนุเคราะห์ฝาปิดแคร้งใต้เครื่องยนต์เป็น Fiber p/n 140-524-01-30 ครับ

:):)


 
Last edited:
ผมชอบสไตล์การทำรถครับของเจ้าของกระทู้
ค่อยๆไล่เปลี่ยนใหม่เกือบทุกชิ้น
แบบของจริง ไม่ได้โม้

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆครับ
 
ขอออนุญาต vote ให้เป็นกระทู้แห่งปีเลยครับ
โดยเฉพาะสำหรับแฟนๆ W140 (..และเครื่องรุ่นใหญ่ ..)

นอกจากจะเป็นแนวทางการปรับปรุงทีละเล็กละน้อย
การวิเคราะห์จากข้อมูล หลากด้าน
อธิบายละเอียดชัดเจน
ภาพประกอบสุดยอด
ใช้เป็นฐานอ้างอิงได้เลยแล้ว
ยังเป็นกำลังใจให้ใครที่คิดจะท้อกับเจ้าปลาวาฬได้เป็นอย่างดีเลยครับ
ท่าน จขกท. อยู่ถึงขอนแก่นเชียวนะครับ...

ต่อไป ใครถามว่า W140 น่าเล่นไม๊
แนะนำให้อ่านกระทู้ของคุณ เสก (ปลาวาฬนิ่มตรูด..) กับกระทู้นี้
จบเลยครับ .. ตัดสินใจได้

ขอขอบคุณอีกครั้งครับ
 
สุดจริงกระทู้นี้ อันแน่นไปด้วยคุณภาพจริงๆครับ ขอบคุณ จขกท.มากคร้าบ(>人<;)
 
ขอขอบคุณทุกกำลังใจ ให้การสนับสนุน เราต้องเรียนรู้ปัญหาจากรถคนอื่น แล้วกลับมาพิจารณารถของเรา และพัฒนา ปรับปรุงรถที่เรารัก และ/หรือ คนที่ลังเลจะใช้รุ่นนี้ให้มีข้อมูลในการตัดสินใจ ได้เพื่อนใหม่ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมทั้งได้แลกเปลี่ยน แชร์อะไหล่รถ ให้กันและกัน :):)

ถ้าว่าง ผมจะเริ่มปล่อยอะไหล่ส่วนเกินออก ขอเวลารวบรวมก่อนครับ บางอย่างได้ของไม่ตรงรุ่น บางอย่างซื้อมาสำรองไว้คิดว่าจะเปลี่ยนในอนาคต แต่นานเกินกว่าจะได้เปลี่ยน ปล่อยให้คนอื่นดีกว่า ครับ ขอบคุณครับ :icon_razz::icon_razz:

ว่าแล้วเที่ยวนี้ก็มาเล่าต่อ

พัดลมหน้า อาการคือเวลาทำงานสเต็บ 2 จะหมุนแรงแล้วไม่แต่เฉพาะเสียงลมที่มีเท่านั้น แต่จะมีเสียงลูกปืนพัดลมเริ่มหลวมดัง วิ้งๆเป็นจังหวะ หรือวิ้งต่อเนื่อง ลองหมุนพัดลมดูจะ ฝืด หมุนไม่ลื่น เทียบกับอีกตัวที่ปกติจะลื่น และหมุนได้จำนวนรอบที่มากกว่า ที่เราออกแรงในการหมุนเท่ากันครับ นั่นหมายถึง ลูกปืนพัดลมเตือนที่จะขอเกษียณอายุการทำงาน แล้วครับ

เราก็หามาใหม่ ได้ยี่ห้อ VDO (Made in Singapore) p/n 0-001-500-05-93 : 1 ตัว 2,500 บาท มีอีกยี่ห้อ ร้านอะไหล่บอกโรงงานเดียวกันกับ ยี่ห้อเดิม (ยี่ห้อ AEG)คือ Meyle ตัวนี้จะแพงกว่า 1,000 บาท แต่ร้านแนะนำว่า การใช้งานก็เหมือนๆกัน งั้นเลือกตัวถูกดีกว่า เซฟตังค์ครับ

ของเดิมตัวที่เริ่มมีปัญหา คือตัวขวามือครับ





ผลิตตั้งแต่เดือน 11 ปี 1993 ถึงเวลาเกษียณอายุแล้วครับ



ของใหม่ที่ได้มา เนียนเชียว





 
Last edited:
พัดลม VDO



ก่อนประกอบก็เป่าลมเอาฝุ่นออก แอร์จะได้เย็นเร็วขึ้น



เริ่มทำการประกอบพัดลม 2 ตัว และโครงพัดลม



ติดตั้งเข้าตำแหน่งเดิม





แล้วก็เปลี่ยนตัวต่อไป คือ ฝาปิดถังน้ำฉีดกระจก
p/n A-140-869-00-08: 1 อัน 530 บาท (เบนซ์แท้)





ฝาเดิมก่อนถูกเปลี่ยนออก พลาสติกเริ่มเหลือง และ กรอบ (ถังน้ำฉีดกระจกเป็นของใหม่ครับ ตอนแรกคิดว่าจะมาเป็นชุด เปลี่ยนตอนได้รถมาใหม่ๆ ที่ไหนได้ฝานี่แยกขายต่างหากครับ)



และต้องซื้อ ยางรองมอเตอร์ฉีดน้ำล้างกระจก 1 ตัว (เพราะของที่ติดมากับมอเตอร์ตัวใหม่มักจะรั่วในภายหลัง) p/n A-123-997-36-81: 1 ตัว 80 บาท

 
Last edited:
ทั้งนี้ผมก็เปลี่ยนมอเตอร์ฉีดน้ำล้างกระจกด้วยครับ ของใหม่ p/n 0-202-869-00-21 : 1 ตัว 300 บาท







ของเดิมที่ถูกเปลี่ยนออก





 
ผมก็พึ่งส่ง w140 ไปกู้สภาพที่เดียวกัน ครับ s320 สีบรอนซ์ ขั้นแรกเปลี่ยน ช่วงล่าง ชุดใหญ่ พึ่ง เสร็จ จะเข้าไปดูรถวันนี้แหละครับ ซ่อมยาว คงอีกหลายวัน (ระบบไฟ, ประตู, etc.)
 
ตัวสุดท้ายที่เปลี่ยนเที่ยวนี้คือ ลูกรอกสายพาน p/n 0-119-200-14-70: 1 ตัว 1350 บาท สาเหตุที่เปลี่ยนเพราะว่าเราไม่ทราบว่าเจ้าของเดิมเปลี่ยนมาเมื่อไหร่ และตัวนี้สำคัญทีเดียว ถ้าลูกปืนลูกรอกแตก หรือหลวมมาก สายพานหลุดทันที งานนี้ มี กินข้าวลิงกลางทาง ถัดมาสายพานหลุดฟาดกับอุปกรณ์ตัวอื่น อาจะทำให้เสียหายได้เช่น โครงบังลมของพัดลมฟรีปั้ม หรืออุปกรณืตัวอื่นที่เราคาดไม่คิด ปัญหาที่จะเจอถัดมา เครื่องฮีด เพราะสายพานหลุดก็ไม่สามารถหมุนพัดลมฟรีปั้ม ความร้อนขึ้นทันที โอ้ว ปัญหานี้เรื่องใหญ่เลยนะครับ ดังนั้นเปลี่ยนดีกว่า

ตำแหน่งลูกรอกสายพาน



เปลี่ยนแล้วเรียบร้อย



ของใหม่ที่ได้รับ







ของเดิมตรวจเช็ค เริ่มมีอาการหลวม และฝืดนิดหน่อย ดีแล้วที่เปลี่ยนออกครับ





ปัญหาสุดท้ายที่เจอใหม่คือ เสียงวาล์วไฮดรอลิก พึ่งจะเป็น 2-3 วันที่ผ่านมาเอง รอบเดินเบาจะดัง แต็กๆ ตลอด ถามช่างบอกใช้ไปเถอะ เครื่องเบนซ์มันทน มีแค่เสียงให้รำคาญเท่านั้น
เลยตัดสินใจเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องใหม่ลงไป รวมทั้งช่างประจำบอกแค่ไขปัญหาอย่างง่ายขั้นแรก คือ เติมหัวเชื้อน้ำมันเครื่องเข้าไป ซึ่งก็ทำแล้ว แต่ต้องใช้รถไปสักระยะ ที่จริงนั่งในรถก็ไม่ได้ยิน เพียงแต่ พอออกมานอกรถมันก็ดัง เอาฟะ ขอใช้ให้คุ้มสักปี พอปีที่สอง ค่อยเปลี่ยนถ้วยวาล์วไฮดรอลิกทั้ง 8 สูบเลย เพราะกะจะใช้ยาว ดีไม่ดีอาจจะเปลี่ยนตอนเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเที่ยวหน้า เที่ยวนี้ขอใช้รถไปก่อน ตั้งแต่เปลี่ยนพัดลมใหม่กับลูกรอกสายพานนี่เครื่องเงียบลงเยอะ ถ้าไม่เจอปัญหาวาล์วไฮดรอลิกแล้วล่ะก็ แฮปปี้แน่นอนครับ :):)
 
Last edited:
ผมก็พึ่งส่ง w140 ไปกู้สภาพที่เดียวกัน ครับ s320 สีบรอนซ์ ขั้นแรกเปลี่ยน ช่วงล่าง ชุดใหญ่ พึ่ง เสร็จ จะเข้าไปดูรถวันนี้แหละครับ ซ่อมยาว คงอีกหลายวัน (ระบบไฟ, ประตู, etc.)

ผมเห็นรถคุณแล้วครับ เก็บงานเยอะพอสมควร (เกือบทุกระบบเลย) หวังว่าคงได้ทำความรู้จักกันนะครับ
ปอลอ ช่างบอกว่ารถคันนี้มาจาก สกลนคร มีโอกาสเมื่อไหร่จะไปเที่ยวครับ :):)
 
Last edited:
วันนี้ขับรถไปมหาสารคาม ช่วงถนนโล่ง ลองวิ่งที่ 150 กม./ชม. พอถึงที่หมาย ยังไม่ดับเครื่อง ตกใจเหมือนกัน เสียงแต็กๆ หายไปที่รอบเดินเบา ลองดับเครื่อง สตาร์ทอีกรอบ เสียงวาล์วไฮดรอลิกหายแล้ว เย้ เงียบ + แรง มาแล้ว แฮปปี้มากมาย...:n45::n45:

ขอขอบคุณคำแนะนำจาก ช่างประจำที่ทำให้รถผมกลับมา เงียบ + แรง ....:):)

หัวเชื้อน้ำมันเครื่องที่ผมใช้ยี่ห้อ PROLONG ซื้อที่เซ็นทรัลขอนแก่น 1 ขวดใหญ่ 12 oz = 354 ml (เพราะขนาดเครื่องมากกว่า 3,000 cc [5,000 cc] เซลล์เลยบอกใช้ขวดใหญ่ดีกว่า) 2,200 บาท

 
Last edited:
วันนี้เช็คบิลช่วงล่างไป 59,xxx รู้สึกว่าคุ้มค่าเงินจัง นานมาแล้วที่ไม่ได้คุยกับช่างซ่อมรถ ที่เป็นช่างซ่อมรถจริงๆ (แต่ตอนนี้ยังต้องซ่อมอีก 55+)
 
วันนี้เช็คบิลช่วงล่างไป 59,xxx รู้สึกว่าคุ้มค่าเงินจัง นานมาแล้วที่ไม่ได้คุยกับช่างซ่อมรถ ที่เป็นช่างซ่อมรถจริงๆ (แต่ตอนนี้ยังต้องซ่อมอีก 55+)

มีถ่ายภาพตอนซ่อมเหมือน จขกท.มั้ยครับ ถ่ายภาพทำรีวิวอีกสักจ้าว ผมชอบอ่านครับ หรือถ่ายอะไหล่ที่เปลี่ยนก็ได้ ช่วงล่างพวกแพท้ายอะไรยังเงี้ยะ เชื่อว่า สมช.อีกมากก็อยากเห็นครับ
 
ตัวสุดท้ายที่เปลี่ยนเที่ยวนี้คือ ลูกรอกสายพาน p/n 0-119-200-14-70: 1 ตัว 1350 บาท สาเหตุที่เปลี่ยนเพราะว่าเราไม่ทราบว่าเจ้าของเดิมเปลี่ยนมาเมื่อไหร่ และตัวนี้สำคัญทีเดียว ถ้าลูกปืนลูกรอกแตก หรือหลวมมาก สายพานหลุดทันที งานนี้ มี กินข้าวลิงกลางทาง ถัดมาสายพานหลุดฟาดกับอุปกรณ์ตัวอื่น อาจะทำให้เสียหายได้เช่น โครงบังลมของพัดลมฟรีปั้ม หรืออุปกรณืตัวอื่นที่เราคาดไม่คิด ปัญหาที่จะเจอถัดมา เครื่องฮีด เพราะสายพานหลุดก็ไม่สามารถหมุนพัดลมฟรีปั้ม ความร้อนขึ้นทันที โอ้ว ปัญหานี้เรื่องใหญ่เลยนะครับ ดังนั้นเปลี่ยนดีกว่า

ตำแหน่งลูกรอกสายพาน



เปลี่ยนแล้วเรียบร้อย



ของใหม่ที่ได้รับ







ของเดิมตรวจเช็ค เริ่มมีอาการหลวม และฝืดนิดหน่อย ดีแล้วที่เปลี่ยนออกครับ




ของแท้ติดรถเหล็กลูกรอกจะหนาและเหนียวกว่าของเทียบนะครับ
แนะนำให้เอาอันเก่าไปเทียบลูกปืนดีๆใส่ ชัวร์กว่าครับ
 
ของแท้ติดรถเหล็กลูกรอกจะหนาและเหนียวกว่าของเทียบนะครับ
แนะนำให้เอาอันเก่าไปเทียบลูกปืนดีๆใส่ ชัวร์กว่าครับ

ขอบคุณที่แนะนำครับ:n45::n45: แต่ของเก่าอายุอานามก็ 20 ปี แล้ว ด้านที่สัมผัสกับสายพานนั้นสึกจนเป็นร่องสายพานแล้วครับ (เปลี่ยนสายพานของแท้ใส่ อายุการใช้งานของสายพานอาจจะสั้นลงได้ครับ เพราะขอบร่องสายพานเดิมไม่เรียบเสมอกับสายพาน ทำให้สายพานจะยืดที่ขอบมากกว่าปกติ ขอผมกลับบ้านก่อน แล้วจะถ่ายรูป แล้วมาลงรูปให้ดูครับ ตอนนี้อยู่ต่างจังหวัดและไม่ได้ใช้รถ ของเก่าก็ยังเก็บไว้อยู่) ดังนั้นจึงเห็นว่าสมควรที่จะเปลี่ยนดีกว่า อีกทั้งค่าตัวแค่ 1350 บาท ถ้าใช้ถึง 5 ปี ก็ตกค่าตัวปีละ 270 บาท ถือว่าคุ้มแล้วครับ ถ้าเห็นว่าสภาพไม่ดีเปลี่ยนใหม่ถึงเป็นของเทียบคุ้มอยู่ดีแต่ต้องถูกใช้งานมากกว่า 3 ปีนะครับ ;);) ขอใช้งานสักปีแล้วจะเอารูปมาให้ดูว่า ผิวที่สัมผัสกับสายพานสึกมากน้อยแค่ไหน ในระยะทางที่ X,XXX กิโลเมตร เราก็สามารถคำนวณการสึกหรอของผิววัสดุได้ และคาดการณ์ได้ว่า เราควรที่จะเปลี่ยนตัวใหม่เมื่อวิ่งได้ระยะทางที่เท่าไหร่ หรืออีกนานเท่าไหร่เราถึงต้องเปลี่ยน

อีกประเด็นที่สำคัญคือ สภาพของลูกปืนลูกรอกสายพาน ที่ไม่ 100% แล้ว สองสาเหตุรวมกันเลยได้ตัวใหม่มาใส่ครับ

รูปของเดิมที่เป็นร่องสายพาน เนื่องจากถูกใช้งานมาแล้วมากว่า 20 ปีครับ



ร่องสายพานอาจจะไม่ลึกมาก(น้อยกว่า 1 มิลลิเมตร )แต่ว่า คุณภาพของเหล็กโดยเทคโนโลยีปัจจุบัน ผมว่าน่าจะดีกว่าเมื่อ 20 ปีก่อน แค่ความเห็นของผมนะครับ ;)

ดูกันชัดๆอีกทีครับ ลองดูดีๆจะเห็นว่า ร่องสายพานนี้ไม่ตรง เป็นเส้นโค้งลักษณะโดยตรงกลางจะเป็นจุดต่ำสุดครับ เพราะแรงดึงของสายพานจะมากที่สุดที่ตรงกลางเส้น การสึกหรอของเนื้อเหล็กที่จุดนี้ก็เลยมากที่สุดครับ

 
Last edited:
Back
Top