กู้สภาพ ปลาวาฬ 140 (สมาชิกที่ขอนแก่น ครับ)

ขอบคุณทุกท่านที่กรุณาแบ่งปันการบำรุงรักษาปลาวาฬ ข้อมูลเป็นประโยชน์มากครับ
ขอบคุณครับ
 
มาต่อกันครับ

ลูกหมาก กันโคลงหลังข้างขวาแตก เวลาวิ่งเข้าโค้งแรงมันจะดีดไปตีกับอาร์มล้อหลังดัง ป็อกแรงมาก



ถอดออกมาก็เป็นอย่างที่เห็นตัวมันเป็นพลาสติกมาอายุการใช้งาน พอถึงเวลา กรอบแตกเลย



ของใหม่ใส่เข้าไปเรียบร้อย ตัวละ 450 บาท เปลี่ยนทั้ง 2 ข้างเลย

รูปบนสุดเห็นสายอ่อนเบรค ไม่ทราบว่า จขกท ได้เปลี่ยนหรือยัง
ผมกำลังจะเปลี่ยนทั้งชุด แต่ยังหาสายแข็งไม่ได้ ไม่รู้ซื้อที่ไหน
ร้านอะไหล่เบนซ์มีแต่สายดำ
 
รูปบนสุดเห็นสายอ่อนเบรค ไม่ทราบว่า จขกท ได้เปลี่ยนหรือยัง
ผมกำลังจะเปลี่ยนทั้งชุด แต่ยังหาสายแข็งไม่ได้ ไม่รู้ซื้อที่ไหน
ร้านอะไหล่เบนซ์มีแต่สายดำ

ยังไม่เคยเปลี่ยนเลยครับ ลองถามร้านอะไหล่ที่ไว้ใจได้หาของให้ นะครับ ลองเปรียบเทียบคุณภาพและราคาของของแท้ กับ OEM ครับ:):)
 
หลังจากใช้งานไป พลาสติกปิดแผ่นป้ายทะเบียนไม่ได้มีคุณสมบัติ ทนแดด ทนฝน ก็เลยเหลือง แล้วดูเป็นรถเก่าไปเลยครับ ผมเลยคิดที่จะหาวัสดุที่ดีกว่าไป ก็เลยลองไปร้านเครื่องเขียนดูอีกรอบก็เจอแผ่นอะคริลิค ความหนา 1 มิลลิเมตร เพราะถ้าใช้ขนาด 2 มิลลิเมตรจะหนาเกินไปและสกรูขันล็อกกรอบแผ่นทะเบียนตัวนอกจะขันไม่ได้


แผ่นพลาสติกเก่าที่เปลี่ยนสีจากสีใสเป็นสีเหลืองเฉพาะบริเวณพื้นที่ที่โดนแดดครับ



เปรียบเทียบความหนา ระหว่างแผ่นเดิมกับ แผ่นอะคริลิค แตกต่างกันชัดเจน ความคิดเห็นของผมแล้วน่าจะอยู่ได้นานล่ะที่นี้



การตัดก็ใช้คัดเตอร์กดแรงๆเมื่อทาบกับไม้บรรทัดครับ ผมใช้แผ่นทะเบียนแทนไม้บรรทัดเลยครับ 555 ลึกพอประมาณแล้วก็ฝืนหักครึ่ง (Search วิธีการตัดจาก You Tube) ไม่ยากครับลองทำดู...สนุกดีครับ...:):)
 
ผมอยู่ขอนแก่น รบกวนชี้ทางไปอู่ หรือขอเบอร์อู่ หน่อยครับ จะเอา"ลุงแก่แล้ว"ไปฮอลช่วงล่าง อู่เบนซ์แถวเมืองเก่าบ้านผมงานเยอะต้องเข้าคิวเป็นเดือน ครับ
 
ผมอยู่ขอนแก่น รบกวนชี้ทางไปอู่ หรือขอเบอร์อู่ หน่อยครับ จะเอา"ลุงแก่แล้ว"ไปฮอลช่วงล่าง อู่เบนซ์แถวเมืองเก่าบ้านผมงานเยอะต้องเข้าคิวเป็นเดือน ครับ


ตามลิ้งค์นี้ที่ลำดับการตอบกระทู้ที่ #230 || เมื่อวันที่
post_old.gif
19-01-2014, 11:19:44 AM ครับ :):)

http://www.benzowner.net/forum/showthread.php?t=32548&page=8
 
ขอบคุณมากครับ นึกว่าที่ไหน ที่แท้ปั่นจักรยานออกกำลังตอนเย็น ผ่านเกือบทุกวัน :D
 
รบกวนขอข้อมูลคนที่ใช้ 140 เครื่อง 8สูบที่ทำระบบพัดลมไฟฟ้ามาแชร์ข้อมูลกับรายละเอียดด้วยครับ หรือมีผู้รู้จะมาแบ่งปันประสบการณ์จะเป็นป๋พระคุณอย่างสูงครับ
 
ไปใช้บริการมาแล้วครับ ช่างอัธยาศัยดีมาก อยากให้ลุยช่วงล่างให้หมด ช่างเอาขึ้นฮ้อยซ์ บอกว่าช่วงล่างเจ้าของเดิมเขาเพิ่งเปลี่ยนมา โช้คก็เพิ่งเปลี่ยนมา ที่แข็งเพราะลูกยาง เพราะรถไม่ค่อยได้วิ่ง ลองสักระยะให้เข้าที่ก่อน ไม่ยอมเปลี่ยนให้ :D

อู่นี้มีลูกน้องคนเดียว ลูกน้องเก่าๆแยกย้ายกันออกไปทำมาหากินกันหมด ทำกันแค่ 2 คน รับงานแบบพอเพียง ไม่รับมาก

ตกลงเลยได้เปลี่ยนแค่ยางหิ้วเฟืองท้าย หน้าหลัง เสียงตอนถอนคันเร่งดังตึงๆ เงียบสนิท ครับ
 
เผื่อใครสนใจ อยากขับW140 S500 ครับ
http://showroom.one2car.com/carDetail.aspx?car_id=h19140392#
และ
http://www.one2car.com/MERCEDES-BENZ_S-CLASS/I04140379#

ราคาไม่แรงแล้ว คันสีน้ำเงินสีเดียวกันกับรถผมเลยครับไฟหน้าไฟท้ายสวยใสดีครับ
เช็คสภาพรถให้ดีนะครับถ้าไม่มีอุบัติเหตุหนักๆมา ที่เหลือเก็บงานให้เหมือนเดิมได้ครับ

กระทู้นี้ให้แนวทางในการเก็บงานหลักๆแล้วนะครับ รอคุณร่วมก๊วนขับW140 ครับ;):)
 
Last edited:
ในที่สุดก็หาสาเหตุเจอ สำหรับเสียงแต็กๆ (เสียงวาล์วไฮดรอลิคดัง) เป็นเพราะ น้ำมันเครื่องมีแรงดันไม่พอไปที่วาล์วไฮดรอลิค สาเหตุที่ทำให้แรงดันน้ำมันเครื่องไม่พอคือ กรองน้ำมันเครื่องที่ผมใช้ยี่ห้อ MAHLE มีกรองชั้นที่ 2 เป็นตาข่าย ที่รอบเดินเบา น้ำมันเครื่องไปอั้นที่กรองน้ำมันเครื่องผมสังเกตุดูที่เข็มแรงดันน้ำมันเครื่องจะ ค่อยๆดันไปที่แรงดันสูง พอน้ำมันเครื่องผ่านกรองทันที เข็มน้ำมันเครื่องตกลงมาทันทีที่แรงดันต่ำ เป็นสลับกันอยู่อย่างนี้แล้วก็มีเสียงแต็กๆ ที่เครื่องยนต์


กรองน้ำมันเครื่องที่ ผมซื้อมาครับ





ผมพึ่งจะเปลี่ยนน้ำมันเครื่องพร้อมกรองเมื่อวันเสาร์ก็เลยตัดตาข่ายกรองชั้นที่ 2 ออก เหลือนิดเดียวตรงบริเวณสีแดงดังรูปข้างล่าง



เพื่อทำให้น้ำมันเครื่องไหลผ่านกรองได้สะดวกขึ้นเสียงแต็กๆ หายไปทันทีเลยครับ เพราะพอผมเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเสร็จ ผมใช้รถวิ่งทางไกลไปอำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย จากขอนแก่น ไป-กลับ ร่วม 400 กิโลเมตร แวะนั่นแวะนี่ตามรายทาง บ้าง อุดรบ้าง เสียงดังแต็กๆไม่มีให้ได้ยินตลอดการใช้งานที่รอบต่ำ คราวหน้าเมื่อผมเปลี่ยนน้ำมันเครื่องครั้งถัดไปจะเอาตาข่ายนี้ออกให้หมดเลยครับ

อีกเรื่องนึง อยากชวนเพื่อนๆสมาชิกทำสมุดบันทึกการซ่อมบำรุงรถตัวเองครับ จดรายการการซ่อมบำรุงเหมือนที่ศูนย์บริการทำให้เรา แต่นี่เราเข้าอู่นอก เราก็เขียนเอาเองครับ





เวลาเราอยากรู้เราก็สืบรายละเอียดการซ่อมรถของเราจากสมุดบันทึก ว่าเราเคยทำเคยแก้แล้วหรือยัง และทำให้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับรถเราครั้งถัดไป ถูกวิเคราะห์ให้แคบเข้าอย่างแม่นยำ เพราะเราระบุวันที่แก้ปัญหา รวมทั้ง เลขไมล์(กิโลเมตร) ซึ่ง จะทำให้แก้ปัญหาได้ตรงจุดเร็วขึ้นครับ

:):)
 
Last edited:
ด้วยความเคารพ
เสียงแต๊ก ๆ มันน่าจะขึ้นอยู่กับคุณสมบัติน้ำมันเครื่องนะครับพี่
ถ้าน้ำมันเครื่องใกล้ถึงเวลาต้องเปลี่ยน อาการจะมากกว่าน้ำมันเครื่องใหม่ครับ

ถ้าจะทดสอบทฤษฎีตาข่ายของพี่
เราก็ลองเปลี่ยนน้ำมันใหม่ กรองใหม่ที่สมบูรณ์
จากนั้นขับรถแบบปกติ 2 วัน เพื่อสังเกตุอาการ

จากนั้นเปิดกรองลูกเดิมที่เราพึ่งใช้ไปได้2วัน เอาตาข่ายออก(บางส่วน)
ถ้าเข็มแรงดันดีขึ้น เสียงหายไป

แบบนี้ยืนยันได้ 100% ครับ:n12:
 
ด้วยความเคารพ
เสียงแต๊ก ๆ มันน่าจะขึ้นอยู่กับคุณสมบัติน้ำมันเครื่องนะครับพี่
ถ้าน้ำมันเครื่องใกล้ถึงเวลาต้องเปลี่ยน อาการจะมากกว่าน้ำมันเครื่องใหม่ครับ

ถ้าจะทดสอบทฤษฎีตาข่ายของพี่
เราก็ลองเปลี่ยนน้ำมันใหม่ กรองใหม่ที่สมบูรณ์
จากนั้นขับรถแบบปกติ 2 วัน เพื่อสังเกตุอาการ

จากนั้นเปิดกรองลูกเดิมที่เราพึ่งใช้ไปได้2วัน เอาตาข่ายออก(บางส่วน)
ถ้าเข็มแรงดันดีขึ้น เสียงหายไป

แบบนี้ยืนยันได้ 100% ครับ:n12:

ด้วยความเคารพ ครับ
ผมคุยกับช่างหลายครั้ง ประสบการณ์ของช่างเรื่องเสียงของวาล์วไฮดรอลิคเขาเล่าให้ฟังคือ

1.แรงดันน้ำมันเครื่อง ไม่เพียงพอเพราะมีสิ่งอุดตันที่ทางเดินน้ำมันเครื่องที่ไหลไปยังวาล์วไฮดรอลิค
2.วาล์วไฮดรอลิคสึกหรอ

ทั้งสองกรณีข้างต้นต้องเปิดเครื่องเช็คซ่อมและเป็นงานที่มีค่าใช้จ่ายสูงดังนั้น ผมกลับมาวิเคราะห์ปัญหาและเริ่มจากแก้ปัญหาที่มีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุดก่อน โดยเริ่มที่น้ำมันเครื่องและกรองน้ำมันเครื่องครับ

กลับมาที่กรณีรถของผมเสียงดังแต็กๆมีมาก่อนที่จะเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง(ใช้กรองตัวเดียวกันคือMahle ครั้งที่ 1และใช้น้ำมันเครื่องPtt 5w50) พอถึงระยะเปลี่ยนน้ำมันเครื่องพร้อมกรองที่มีตาข่ายชั้นที่สอง(ใช้ Ptt 5w50 พร้อมกรองMahle ครั้งที่2) วิ่งไม่ถึง1000กิโลเมตร ยังมีเสียงอยู่ผมเปลี่ยนน้ำมันเครื่องใหม่ของ Motul 5w40 โดยใช้กรองน้ำมันเครื่องตัวเดิม เสียงก็ไม่หาย ไปซื้อหัวเชื้อน้ำมันเครื่องมาใส่ดีขึ้นคือเป็นบ้างไม่เป็นบ้าง พอระยะทางใกล้จะเปลี่ยนครั้งนี้ ซึ่งพึ่งจะเปลี่ยนน้ำมันเครื่องพร้อมกรองเมื่อวันเสาร์ตามที่ได้เล่าไปแล้ว(ใช้กรองMahle ครั้งที่3) ได้ตัดกรองตาข่ายชั้นที่สองให้เหลือนิดเดียว

อาการที่พบอีกอย่างเมื่อเปลี่ยนน้ำมันเครื่องทั้งที่2 คือวิ่งที่120ไฟเตือนน้ำมันเครื่องรูปกาน้ำโชร์ เดี๋ยวเป็นที่ความ130บ้าง140บ้าง เลยวิเคราะห์ว่าน่าจะเป็นที่ความหนืดน้ำมันมากเกินไป เลยเปลี่ยนทิ้งเลยวิ่งแค่พันกิโลเมตรเอง

ใช้น้ำมันเครื่องที่ความหนืดลดลงเป็น 5w40 ขับที่ประมาณ170 ไฟเตือนน้ำมันเครื่องโชร์(แต่เป็นหลังจากใช้ไปแล้วเกิน5000กิโลเมตร ) แต่เสียงวาล์วไฮดรอลิคยังคงมีตลอดเป็นบ้างไม่เป็นบ้าง ตั้งแต่เริ่มใช้น้ำมันเครื่องใหม่ พอใช้น้ำมันเครื่องครั้งที่2เกิน5000 มีเสียงวาล์วไฮดรอลิคดังแต็กๆบ่อยขึ้น

คราวนี้กลับมานั่งวิเคราะห์ น้ำมันเครื่องความหนืดลดลงวิ่งแล้ว มีไฟเตือนน้ำมันเครื่องรูปกาน้ำโชร์ที่ความเร็วสูงแสดงว่าน้ำมันเครื่องที่อ่างไม่พอเพราะตอนเช้าวัดน้ำมันเครื่องก็เลยขีดmax นิดหน่อยพอวิ่งรถกลับมีรูประดับน้ำมันเครื่องไม่พอมาเตือนแรงดันน้ำมันเครื่องที่รอบเดินเบาก็แปลกๆ มันสูงขึ้นเกือบสุดช้าๆประมาณ1วินาทีแล้วพอถึงจุดนึงเข็มตกลงมาทันทีที่ระดับต่ำ ขึ้นๆลงๆอย่างนี้ตลอด มันต้องอั้นที่ไหนสักแห่งเลยกลับมาเพ่งเล็งที่กรองน้ำมันเครื่อง

หาข้อมูลเรื่องกรองน้ำมันเครื่องกรองน้ำมันไฮดรอลิคที่ที่ใช้ที่ทำงานก็เห็นมาเยอะไม่เคยเห็นกรองตาข่ายชั้นที่สองแบบนี้ แต่ก็แค่สมมติฐานลองตัดกรองตาข่ายออกให้เหลือพื้นที่น้อยลง แล้วใส่ลงไป ใช้เกรดน้ำมันเครื่องเหมือนเดิมคือ5w40 พอใช้งานแล้วอาการดีขึ้นเสียงหายวาล์วไฮดรอลิคหายไปเข็มแรงดันน้ำมันเครื่องแกว่งที่ระดับต่ำในช่วงแคบๆประมาณตำแหน่ง1วินาทีของนาฬิกาแบบเข็ม แต่ก็ดีขึ้นเยอะมากครับ ก็เลยมาเล่าให้ฟังครับ

เดี๋ยวผมจะกลับมายืนยันอีกครั้งเมื่อจะเปลี่ยนน้ำมันเครื่องครั้งถัดไป อาการเสียงวาล์วไฮดรอลิคจะกลับมาดังอีกหรือไม่ในระหว่างที่ใช้น้ำมันเครื่องครั้งที่ 3 นี้
โปรดติดตามตอนต่อไปครับ;);)
 
ผมเดาว่า
1.ปั้มน้ำมันเครื่องมีระยะรุนมาก สร้างแรงดันไม่พอ
2.มีการรั่วทางฝั่งซัคชั่น

ผมเคยเจอรถอาการแบบนี้แต่เป็นรถญี่ปุ่น หากันแทบตาย สุดท้ายมาเจอโอริงตรงคอฝักบัวฉีก ครับ

สำหรับท่าน ท่านให้น้ำหนักฝั่งแรงดันมาก ส่วนผมให้น้ำหนักฝั่งดูด ครับ

ปัญหาคือถ้ามันรั่วทางฝั่งซัคชั่นมันหาที่รั่วยากต่างจากด้านแรงดันครับ

ก็หวังว่าการที่ท่าตัดตะแกรงออกแล้วสังเกตว่าน้ำมันเครื่องไหลโฟลว์ดี คงไม่เกิดจากน้ำมันเครื่องไหลโดยไม่ผ่านกระดาษกรองนะครับ
 
Last edited:
ผมเดาว่า
1.ปั้มน้ำมันเครื่องมีระยะรุนมาก สร้างแรงดันไม่พอ
2.มีการรั่วทางฝั่งซัคชั่น

ผมเคยเจอรถอาการแบบนี้แต่เป็นรถญี่ปุ่น หากันแทบตาย สุดท้ายมาเจอโอริงตรงคอฝักบัวฉีก ครับ

สำหรับท่าน ท่านให้น้ำหนักฝั่งแรงดันมาก ส่วนผมให้น้ำหนักฝั่งดูด ครับ

ปัญหาคือถ้ามันรั่วทางฝั่งซัคชั่นมันหาที่รั่วยากต่างจากด้านแรงดันครับ

ก็หวังว่าการที่ท่าตัดตะแกรงออกแล้วสังเกตว่าน้ำมันเครื่องไหลโฟลว์ดี คงไม่เกิดจากน้ำมันเครื่องไหลโดยไม่ผ่านกระดาษกรองนะครับ

กรองของเบนซ์แท้ ก็ไม่มีตัวตะแกรงนี้อ่ะครับ แม้แต่ของ Bosch หรือ Mann ก็ไม่มีตัวนี้ มีแต่ยี่ห้อ Mahle นี่แหละครับ พึ่งจเะเคยเห็น ดังนั้นก็เลยขอแก้ปัญหาที่ใช้ค่าใช้จ่ายที่น้อยที่สุด ก่อนนะครับ ยังไม่ฟันธงซะทีเดียว ต้องใช้เวลาพิสูจน์อยู่ครับ แต่ เจ้าตะแกรงตัวนี้ ดูยังไงก็ทำให้ flow ของน้ำมันเครื่อง ไหลช้าอยู่ดีอ่ะครับ ไหลผ่านกระดาษกรองแล้ว ยังมาผ่านตะแกรงกระดาษที่ทำให้พื้นที่การไหลออกลดลงครับ
 
ปกติน้ำมันเครื่องจะไหลผ่านด้านนี้ ผ่านตะแกรงกระดาษแล้วออกทางรูตรงกลาง ครับ ผมไม่แน่ใจแต่ขอเดาว่าเกิดจาก แผ่นกระดาษมีความหนาแน่น หรือพูดง่ายๆคือรูมันละเอียดไปหรือเปล่าจนเกิดอาการเหมือนใส้กรองตัน หรือเขาอาจจะทำมาสำหรับน้ำมันเกรดเฉพาะหรือเปล่า ลองพลิกดูตามกล่องอาจจะเขียนไว้ ครับ
 
ปกติน้ำมันเครื่องจะไหลผ่านด้านนี้ ผ่านตะแกรงกระดาษแล้วออกทางรูตรงกลาง ครับ ผมไม่แน่ใจแต่ขอเดาว่าเกิดจาก แผ่นกระดาษมีความหนาแน่น หรือพูดง่ายๆคือรูมันละเอียดไปหรือเปล่าจนเกิดอาการเหมือนใส้กรองตัน หรือเขาอาจจะทำมาสำหรับน้ำมันเกรดเฉพาะหรือเปล่า ลองพลิกดูตามกล่องอาจจะเขียนไว้ ครับ

แสดงว่าผมเข้าใจผิดนึกว่า ไหลเข้ารูตรงกลางแล้วผ่านกรอง 555 แต่ถึง อย่างไร ผมก็รอดูว่า สมมติฐานของผมจะถูกหรือจะผิด ครับ รอเวลาพิสูจน์อยู่ครับ :D
 
ด้วยความเคารพ
เสียงแต๊ก ๆ มันน่าจะขึ้นอยู่กับคุณสมบัติน้ำมันเครื่องนะครับพี่
ถ้าน้ำมันเครื่องใกล้ถึงเวลาต้องเปลี่ยน อาการจะมากกว่าน้ำมันเครื่องใหม่ครับ

ถ้าจะทดสอบทฤษฎีตาข่ายของพี่
เราก็ลองเปลี่ยนน้ำมันใหม่ กรองใหม่ที่สมบูรณ์
จากนั้นขับรถแบบปกติ 2 วัน เพื่อสังเกตุอาการ

จากนั้นเปิดกรองลูกเดิมที่เราพึ่งใช้ไปได้2วัน เอาตาข่ายออก(บางส่วน)
ถ้าเข็มแรงดันดีขึ้น เสียงหายไป

แบบนี้ยืนยันได้ 100% ครับ:n12:

ด้วยความเคารพ ครับ
ผมคุยกับช่างหลายครั้ง ประสบการณ์ของช่างเรื่องเสียงของวาล์วไฮดรอลิคเขาเล่าให้ฟังคือ

1.แรงดันน้ำมันเครื่อง ไม่เพียงพอเพราะมีสิ่งอุดตันที่ทางเดินน้ำมันเครื่องที่ไหลไปยังวาล์วไฮดรอลิค
2.วาล์วไฮดรอลิคสึกหรอ

ทั้งสองกรณีข้างต้นต้องเปิดเครื่องเช็คซ่อมและเป็นงานที่มีค่าใช้จ่ายสูงดังนั้น ผมกลับมาวิเคราะห์ปัญหาและเริ่มจากแก้ปัญหาที่มีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุดก่อน โดยเริ่มที่น้ำมันเครื่องและกรองน้ำมันเครื่องครับ

กลับมาที่กรณีรถของผมเสียงดังแต็กๆมีมาก่อนที่จะเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง(ใช้กรองตัวเดียวกันคือMahle ครั้งที่ 1และใช้น้ำมันเครื่องPtt 5w50) พอถึงระยะเปลี่ยนน้ำมันเครื่องพร้อมกรองที่มีตาข่ายชั้นที่สอง(ใช้ Ptt 5w50 พร้อมกรองMahle ครั้งที่2) วิ่งไม่ถึง1000กิโลเมตร ยังมีเสียงอยู่ผมเปลี่ยนน้ำมันเครื่องใหม่ของ Motul 5w40 โดยใช้กรองน้ำมันเครื่องตัวเดิม เสียงก็ไม่หาย ไปซื้อหัวเชื้อน้ำมันเครื่องมาใส่ดีขึ้นคือเป็นบ้างไม่เป็นบ้าง พอระยะทางใกล้จะเปลี่ยนครั้งนี้ ซึ่งพึ่งจะเปลี่ยนน้ำมันเครื่องพร้อมกรองเมื่อวันเสาร์ตามที่ได้เล่าไปแล้ว(ใช้กรองMahle ครั้งที่3) ได้ตัดกรองตาข่ายชั้นที่สองให้เหลือนิดเดียว

อาการที่พบอีกอย่างเมื่อเปลี่ยนน้ำมันเครื่องทั้งที่2 คือวิ่งที่120ไฟเตือนน้ำมันเครื่องรูปกาน้ำโชร์ เดี๋ยวเป็นที่ความ130บ้าง140บ้าง เลยวิเคราะห์ว่าน่าจะเป็นที่ความหนืดน้ำมันมากเกินไป เลยเปลี่ยนทิ้งเลยวิ่งแค่พันกิโลเมตรเอง

ใช้น้ำมันเครื่องที่ความหนืดลดลงเป็น 5w40 ขับที่ประมาณ170 ไฟเตือนน้ำมันเครื่องโชร์(แต่เป็นหลังจากใช้ไปแล้วเกิน5000กิโลเมตร ) แต่เสียงวาล์วไฮดรอลิคยังคงมีตลอดเป็นบ้างไม่เป็นบ้าง ตั้งแต่เริ่มใช้น้ำมันเครื่องใหม่ พอใช้น้ำมันเครื่องครั้งที่2เกิน5000 มีเสียงวาล์วไฮดรอลิคดังแต็กๆบ่อยขึ้น

คราวนี้กลับมานั่งวิเคราะห์ น้ำมันเครื่องความหนืดลดลงวิ่งแล้ว มีไฟเตือนน้ำมันเครื่องรูปกาน้ำโชร์ที่ความเร็วสูงแสดงว่าน้ำมันเครื่องที่อ่างไม่พอเพราะตอนเช้าวัดน้ำมันเครื่องก็เลยขีดmax นิดหน่อยพอวิ่งรถกลับมีรูประดับน้ำมันเครื่องไม่พอมาเตือนแรงดันน้ำมันเครื่องที่รอบเดินเบาก็แปลกๆ มันสูงขึ้นเกือบสุดช้าๆประมาณ1วินาทีแล้วพอถึงจุดนึงเข็มตกลงมาทันทีที่ระดับต่ำ ขึ้นๆลงๆอย่างนี้ตลอด มันต้องอั้นที่ไหนสักแห่งเลยกลับมาเพ่งเล็งที่กรองน้ำมันเครื่อง

หาข้อมูลเรื่องกรองน้ำมันเครื่องกรองน้ำมันไฮดรอลิคที่ที่ใช้ที่ทำงานก็เห็นมาเยอะไม่เคยเห็นกรองตาข่ายชั้นที่สองแบบนี้ แต่ก็แค่สมมติฐานลองตัดกรองตาข่ายออกให้เหลือพื้นที่น้อยลง แล้วใส่ลงไป ใช้เกรดน้ำมันเครื่องเหมือนเดิมคือ5w40 พอใช้งานแล้วอาการดีขึ้นเสียงหายวาล์วไฮดรอลิคหายไปเข็มแรงดันน้ำมันเครื่องแกว่งที่ระดับต่ำในช่วงแคบๆประมาณตำแหน่ง1วินาทีของนาฬิกาแบบเข็ม แต่ก็ดีขึ้นเยอะมากครับ ก็เลยมาเล่าให้ฟังครับ

เดี๋ยวผมจะกลับมายืนยันอีกครั้งเมื่อจะเปลี่ยนน้ำมันเครื่องครั้งถัดไป อาการเสียงวาล์วไฮดรอลิคจะกลับมาดังอีกหรือไม่ในระหว่างที่ใช้น้ำมันเครื่องครั้งที่ 3 นี้
โปรดติดตามตอนต่อไปครับ;);)


ต้องรบกวนพี่ช่วยพิสูจน์ กับกรองตาข่ายนี่แล้วครับ
ผมรอติดตามชม เพราะกระทู้พี่ ทำให้ผมคัน อยากมีปลาวาฬกับเขาบ้าง:n12:
 
ขออนุญาตแทรกถามตรงนี้หน่อยครับ
ผมอาจข้ามรายละเอียดบางอย่างไป

ทำไมไม่ลองเปลี่ยนยี่ห้อกรองน้ำมันเครื่องดูบ้างครับ

เครื่องอาจเหมาะกับยี่ห้ออื่นก็ได้ครับ
ตาข่ายนั่นอาจถูกออกแบบมาป้องกันน้ำมันเครื่องกระแทกผิวไส้กองโดยตรง
ซึ่งอาจแบบบางกว่ายี่ห้ออื่นก็เป็นได้

ใช้มโนล้วนๆครับ
ไม่ได้อิงความรู้ใดๆทั้งสิ้น
 
Back
Top