ซื้อ w202 เผื่อเก็บงานก้อนแรกซักเท่าไหร่ครับ?

lerzze

New member
สนใจซื้อ w202 หาข้อมูลเค้าแนะกันควรซื้อปีค่อนข้างใหม่ 96 ขึ้น พอดีวันี้ไปเจอพี่สมช ท่านนึงใช้พอดี ความอยากเลยกำเริบ

อยากทราบว่าถ้าได้สภาพโดยรวมกลางๆควรเผื่อไว้เก็บงานซักเท่าไหร่ครับ
แล้วเฉลี่ยซ่อมบำรุงต่อปีประมาณเท่าไหร่ครับ ถูกหรือแพงยังไงถ้าเทียบกับ 124

ส่วนใหญ่เสียเครื่องหรือช่วงล่างหรือรวมๆครับ

รบกวนพี่ๆด้วยครับ
 
เตรียมไว้ 5 - 8 หมื่น

เริ่มที่เปลี่ยนถายของแหลว + กรอง ทั้งหมด

ถ้าเก็บงานหมดแล้ว ซ่อมบำรุง ไม่แพงกว่า รถตลาดทั่วไป เทียบกับ W124 ก็ไม่หนีกันครับ

เครื่องไม่น่าห่วง, ช่วงล่างก็ไม่น่ากลัว

มี ระบบแอร์ ติงต๊อง บ้าง, ระบบถังน้ำมันไม่เหมือน W124 บางคันวิ่งไปดับเพราะสาเหตุนี้



The fuel tank is a "saddlebag type".

There are two fuel level sensors, one on each side. These control the levels between both sides.

You have a faulty sensor or the interconnect pipe between the two is blocked.

The two fuel level sensors keep both sides of the tank level plus also send the reading back to the fuel guage on the dash. What has happened in your case is one side of the tank is empty and the other side still has fuel, but the fuel is not flowing from one side to the other.

... ensure that the pipe that connects the two sides of the tank are also blown clear with compressed air
 
เผื่องบไว้สัก 80,000-100,000 กำลังดีครับ อาจจะไม่ได้จ่ายทีเดียว แต่มันจะทยอยมาเรื่อยๆครับ เล่นรถเก่าต้องทำใจนิสส์นุง
 
สนใจซื้อ w202 หาข้อมูลเค้าแนะกันควรซื้อปีค่อนข้างใหม่ 96 ขึ้น พอดีวันี้ไปเจอพี่สมช ท่านนึงใช้พอดี ความอยากเลยกำเริบ

อยากทราบว่าถ้าได้สภาพโดยรวมกลางๆควรเผื่อไว้เก็บงานซักเท่าไหร่ครับ

เน้นเก็บงานให้หมด ซึ่งจะนำไปสู่ข้อต่อไป ข้อนี้อย่างน้อยสัก 50k แล้วแต่สภาพรถและราคาซื้อ สภาพดีมากราคาแพงซ่อมถูก ราคาถูกซ่อมแพง ปกติที่ดูๆกันก็80k-100kหากเก็บหมด เครื่อง ช่วงล่าง ภายใน ทำให้เนี๊ยบ ครับ

แล้วเฉลี่ยซ่อมบำรุงต่อปีประมาณเท่าไหร่ครับ ถูกหรือแพงยังไงถ้าเทียบกับ 124

ส่วนใหญ่เสียเครื่องหรือช่วงล่างหรือรวมๆครับ

รบกวนพี่ๆด้วยครับ

อะไรที่ยังไม่เคยทำเลยก็จะเสียทั้งนั้น ถึงเวลาทั้งนั้นครับไอเดิ้ล แอร์โฟล คอล์ย สายหัวเทียน หัวเทียน เซ็นเซอร์ต่างๆ ยางแท่นเครื่องแท่นเกียร์ โช๊คสายพาน คอมแอร์ ตู้แอร์ คอล์ยร้อน ระบบน้ำร้อนแอร์ เกียร์ โช๊ค ลูกหมาก เบรค ผ้าเบรค ยางเต้าคาน ปั๊มติ๊ก กรอง หม้อน้ำ ท่อทางหม้อน้ำ กระปุกน้ำร้อน ลูกปืนล้อ โอย อีกเีพียบครับ

ต้องถามว่าเดิมเขาทำอะไรมามั่งครับ เช่น ถ้าเพิ่งฮอลเกียร์ เปลี่ยน ISC แอร์โฟล คอม ตู้แอร์ เปลี่ยนแล้วทำแล้วและหรือทำแล้วไม่นาน แนวโน้มก็คือคุณประหยัดไป อย่างน้อย 60 70 k หกเจ็ดหมื่น แล้วครับ

อยู่ที่ ตา ดูรถดีไหม อยู่ที่ ดวง ว่าจะเจอเจ้าของเดิมดีแค่ไหนตรงแค่ไหน และ จะเสียอะไร ครับ

เรื่องธรรมชาติของรถ ไม่จุกจิกครับ ค่าซ่อมบำรุงไม่ต่างจาก124 ใกล้เคียงกันมากครับ และต่อจากข้อแรก เก็บงานไปทีเดียวจบ หรือ ค่อยๆทำ
 
Last edited:
แนะนำจัด C240 เลยครับเครื่องแรง เกียร์.6 เตรียมงบไว้ซัก 1 แสน สำหรับเก็บงาน
 
หมวด รถหมวด 180 เอาไปลง 240 เลย

แนะนำจัด C240 เลยครับเครื่องแรง เกียร์.6 เตรียมงบไว้ซัก 1 แสน สำหรับเก็บงาน
 
ผมสงสัยจังว่าอะไรเป็นเครื่องชี้วัดว่าต้องหลังปี 96
แล้วก่อนปี 96 มีจุดด้อยตรงไหน
ถ้าคุณเจอรถปี 94 แต่จดทะเบียนปี 96
แล้วจะถือว่าเป็นรถปีไหน 94 หรือ 96

แล้วเบ้นซ์ ที่ต่างจากรถญี่ปุ่นทั่วไปอย่างนึง
ที่ผมได้พบเห็นเป็นประจำคือ เจ้าของรถมักไม่ค่อยใช้
ซื้อไว้จอดประดับบ้านเป็นส่วนใหญ่
ผมว่าปีรถ ไม่น่าเป็นตัวแปรที่สำคัญขนาดนั้น
ยกเว้น C240 อันนี้ยอมรับเพราะมันต่างจริง
แต่ราคาก็ต่างด้วย

โดยธรรมชาติรถสภาพดีราคาสูง
ยกเว้นดวงไม่ดี เจอรถราคาสูงแล้วสภาพยังแย่อีก
ถ้าตาถึง ก็รอดไป ส่วนใหญ่รถเต้นท์ มักเป็นเช่นนั้น
เพราะเต้นท์รถ ต้องเผื่อค่าดอกเบี้ย ค่าเก็บงาน ซื้อเข้าต่ำ ขายออกสูง
แต่ก็ไม่แน่ บางทีเจอบางเต้นท์ร้อนเงิน หรือต้องการระบายของออกบ้าง
เพราะมีของใหม่กำลังจะมา ก็อาจจะเจอราคาถูกๆ ก็เป็นได้

เรื่องค่าปรับสภาพ อย่างไปกังวลมาก ลองรถก็รู้
ส่วนมากก็มีแต่ช่วงล่าง แต่ก็บอกได้เลยว่าจะต้องเปลี่ยนอะไรบ้าง
ดีที่สุด เอารถไปลองเสร็จแล้ว วกเข้าร้านตั้งศูนย์เลย
แบบเซอร์ไพร์ จะได้รู้ว่าช่วงล่างเป็นไง
ส่วนเครื่องยนต์ ตรงนี้ต้องพิจารณาเองหรือ ถ้ามีช่างที่พอวางใจได้ก็
ให้ไปดูด้วย ถ้าบำรุงรักษาตามปกติเครื่องยนต์ไม่มีปัญหาหรอก

ผมคิดว่าทุกอย่างมีคำตอบอยู่ในตัวมันเอง
ไม่ต้องกังวล ส่วนที่เหลือก็ค่อยๆ ซ่อมไปตามสภาพ

ปล มีแต่เกียร์ที่ซ่อมแพง ตรงนี้ ต้องขอประวัติจากคนขาย (ถ้าขอได้นะครับ)
 
กราบขอบคุณพี่ทุกท่านเลยครับ:n20:

ตัว c240 ดีหลักๆคือเรื่องอัตราเร่งรึเปล่าครับ? ตัวนี้ถ้าอะไหล่เครื่องบางตัวจะแตกต่างหรือหายากมั๊ยครับเนื่องจากรถในตลาดค่อนข้างน้อย
 
กราบขอบคุณพี่ทุกท่านเลยครับ:n20:

ตัว c240 ดีหลักๆคือเรื่องอัตราเร่งรึเปล่าครับ? ตัวนี้ถ้าอะไหล่เครื่องบางตัวจะแตกต่างหรือหายากมั๊ยครับเนื่องจากรถในตลาดค่อนข้างน้อย

C240 เครื่องใหม่กว่า ประหยัดกว่า แรงกว่า และเกียร์ออโต้เป็นระบบไฟฟ้าแล้ว

อะหลั่ยตัวถังไม่ต่างกับ C220 แต่ภายใน ไม่เหมือนกันหลายอย่าง ครับ
 
กราบขอบคุณพี่ทุกท่านเลยครับ:n20:

ตัว c240 ดีหลักๆคือเรื่องอัตราเร่งรึเปล่าครับ? ตัวนี้ถ้าอะไหล่เครื่องบางตัวจะแตกต่างหรือหายากมั๊ยครับเนื่องจากรถในตลาดค่อนข้างน้อย


c180-220 กับ C240 แท้ๆ มันคนละเรื่องหนังคนละม้วนกันเลย มีแต่ตัวถังเท่านั้นที่เหมือนกัน
ทั้งค่าซ่อม ค่าบำรุงรักษา และความมันส์ ในการขับขี่ มันก็คนละเรื่องเหมือนกัน
เปรียบกันแทบไม่ได้
 
ได้ข่าวว่า
C240 ช่วงล่างต่างจากน้องๆรหัสเดียวกัน
และออกจะอึดกว่า
เท็จจริง ผมยังไม่เคยเห็นเทียบดูนะครับ
ได้แต่ฟังจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ครับ

ขอผู้รู้โปรดให้ความกระจ่างด้วยครับ
ขอขอบคุณล่วงหน้าครับ
 
ได้ข่าวว่า
C240 ช่วงล่างต่างจากน้องๆรหัสเดียวกัน
และออกจะอึดกว่า
เท็จจริง ผมยังไม่เคยเห็นเทียบดูนะครับ
ได้แต่ฟังจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ครับ

ขอผู้รู้โปรดให้ความกระจ่างด้วยครับ
ขอขอบคุณล่วงหน้าครับ

โครงสร้างช่วงล่างเหมือน C220 ครับ แต่ ... บางชิ้นส่วนอาจจะออกแบบใหม่ ให้เบาขึ้น ทนขึ้น เช่น อาร์ม หรือ ลูกหมาก เป็นต้น

ที่ต่างแน่ๆ ก็ระบบเบรค ครับ ดีกว่า C220
 
ความเห็นส่วนตัวกับ C240 กับ C220 นะครับ
ถ้างบถึงอย่างได้รถที่ spec สูงกว่าก็น่าสนครับ
แต่ถ้าอยากจะซื้อเพราะความแรง จริงอยู่กาง spec มา C240 มันก็แรงกว่าครับ
แต่อัตราเร่ง 0-100 หรือ 1/4 mile หรือ เร่งแซง มันไม่ได้ต่างกันมากขนาดเห็นได้ชัด
C220 กดเต็มๆ 0-100 สัก 11 วิ ผมว่า C240 ต่ำกว่า 10วิ ไม่เยอะ
ยิ่งวิ่งลอยตัวแล้ว ผมว่าไม่ต่างกันมากขนาดที่จ่ายแพงขึ้นไปแล้วคุ้มว่าได้รถที่แรงขึ้น
ถ้า C280 จะไม่มีประเด็นเลย อิอิ
 
C240 น่าใช้ เพราะ

ภายนอก สวยกว่า มีการปรับปรุง กันชน, ชายล่าง ดูสวยขึ้น

ภายใน สวย, วัสดุ ดูดีกว่าเดิม

เครื่อง V 6 สูบ 170 แรงม้า แรงบิด 240 Nm (C220 4 สูบแถวเรียง 150 แรงม้า 210 Nm) เดินเบานิ่ง เร่งนุ่ม ครับ

เกียร์ .6 ออโต้ 5-Speed นี่แหละ ยิ่งน่าใช้ เกียร์ฉลาด


C220
0338527-Mercedes-Benz-c-class-C220-Diesel-Esprit-1995.jpg


C240
1957-859-16001.jpg
 
Last edited:
ความเห็นของผมนะครับ ผมเพ่ิงซื้อ c180 w202 ปี 97 ประกอบนอกมีครุยซ์คอนโทรลมาครับ เมื่อวันที่ 4 มค. 56 ในราคา 310,000 บาท ตอนแรกผมก็ปรึกษาพี่ ๆ ในนี้แหละครับ แต่ไม่มีใครเชียร์ 180 สักคน ผมก็เชื่อครับ แต่อังเอิญว่ารถคันนี้ที่ผมไปลองมา สภาพมันค่อนข้างสมบูรณ์ครับ เจ้าของเพ่ิงเปลี่ยนคอมแอร์ใหม่ ตู้แอร์ใหม่ ปั๊มลมใหม่ ผมลองขับแล้วก็ชอบใจครับ เลยตกลงซื้อ ๆ เสร็จออกจากเต็นท์รถมุ่งหน้าขึ้น กทม. ทันที มาเปลี่ยนน้ำมันเคร่ืองที่ กทม. เปลี่ยนน้ำมันเกียร์ กรองเกียร์ น้ำมันเฟืองท้าย สายพานหน้า โช๊คสายพาน ที่พิษณุโลก อัดคันชักคันส่งที่พิษณุโลก ตั้งศูนย์ถ่วงล้อ
แล้วก็วิ่งตะบี้ตะบัน เดือนต่อมาเปลี่ยนจานเบรคหน้ามันบาง เปลี่ยนผ้าเบรคหลัง ทำพัดลมไฟฟ้า ใส่หม้อลมเบรคชั้นครึ่ง จนปั้มน้ำรั่วตอนถึงบ้านพอดีช่วงสงกรานต์ ซ่อมไปยังหมดไม่ถึงหมื่นเลยครับ เคร่ือง 1800 ตอนออกตัวมันอืดจริง แต่พอแช่ 100 แล้วกดต่อ มันขึ้นถึง 160 เร็วมาก ไม่น่าเชื่อแล้วไหลไปเร่ือย ๆ เลย 160 ผมก็ไม่ได้มองหน้าปัดแล้วครับ มองแต่ถนน
ถ้าท่านคิดว่าจะซื้อไปแข่งกับรถญี่ปุ่นตอนออกตัวก็เล่นเครื่องใหญ่ ๆ เข้าไว้ แต่ถ้าขับเรื่อย ๆ ไม่สนใจใครถือคติว่า ถ้าแข่งแพ้ก็ไม่ได้เสียอะไร ถ้าแข่งชนะก็ไม่ได้อะไร(แบบผมคิด) จะเอารุ่นไหนก็ได้ครับ พยายามหาที่ตัวถังและภายในสมบูรณ์มากที่สุด
 
ออปชั่นc240 ก็ประมาณรถญี่ปุ่น ปี 2010ละครับ
ครุยคอนโทรล กระจกพับ ไฟส่องพื้นประตู ปัดน้ำฝนมีเรนเซนเซอร แอร์จอยาว
แอร์แบกข้าง บังแตตมีไฟ แผงประตูทรงมน ที่วางแก้วเบาะหลังข้างหน้าไม่มีเช่นเดิม
มีตาข่ายใส่ของตรงที่วางเท้าเพราะเกะหน้ารถเล็กจัด ไฟเพดานแถวหลัง ล็อคประตูเองที่20กม/ชม
กุญแจน้ำเต้ามีรีโมทเปิดกระโปรงท้าย+สวิทเปิดกระโปรง(ท้าย)ตรงคอนโซล
มีไฟเตือนเซอรวิส ไฟบอกเกียร์ บิดกุญแจสตารทแล้วปล่อยได้เลยเดี๋ยวสตาร์ทให้เอง
มี esp ba กันโคลงหน้า 27.5 เบรคตากลม พัดลมไฟฟ้า เกียร์ไฟฟ้า5เกียร์มีชิฟท์+-
ไฟหน้าสว่างกว่านิดๆ เท่าที่สืบทราบมาได้เท่านี้ครับ:D
 
Last edited:
C240 เครื่องใหม่กว่า ประหยัดกว่า แรงกว่า และเกียร์ออโต้เป็นระบบไฟฟ้าแล้ว

อะหลั่ยตัวถังไม่ต่างกับ C220 แต่ภายใน ไม่เหมือนกันหลายอย่าง ครับ

ฟังดูเรื่องการขับขี่น่าจะสนุกนะครับ แต่เรื่องซ่อมอาจจะหาอะไหล่บางชิ้นยาก น่าจะคล้ายๆceเลยนะครับ caseนี้
 
ฟังดูเรื่องการขับขี่น่าจะสนุกนะครับ แต่เรื่องซ่อมอาจจะหาอะไหล่บางชิ้นยาก น่าจะคล้ายๆceเลยนะครับ caseนี้

ถ้าชอบอะไหล่มือสองเหมือนผม ก็เลือก C220 เพราะอะไหล่มือสองมีเพียบ
ของ C240 มีน้อยกว่า
พวก C180-C220 ถึงมีก็แพงกว่าอะไหล่ C180-C220 โขอยู่

ถ้านิยมอะไหล่มือ 1 และไม่แคร์เรื่องราคาอะไหล่ ถ้าเบิกห้างฯมันก็มีทุกชิ้น
ที่ห้างฯ ไม่มี ก็สั่งจากต่างประเทศได้
เลือก C240 โลด เพราะอ๊อฟชั่นมันดีกว่า C180-C220 มากมาย
ระบบต่าง ๆ ใหม่กว่า เครื่องยนต์ V6 นิ่งนุ่มกว่ามากมาย
เกียร์ดีกว่า (แต่เวลาซ่อมก็แพงกว่าและเปลืองเชื้อเพลิงมากกว่า เป็นธรรมดา)


ส่วนพวก C180-C220 จะปี ต่ำกว่า 96 หรือสูงกว่า 96-2000 เครื่องยนต์กะตัวถังก็อันเดียวกัน
ต่างกันที่รายละเอียดปลีกย่อย และเฟอร์นิเจอร์ เช่นแอร์จอใหญ่ /จอเล็ก .
หน้าปัทม์ปุ่มกลาง/ ปุ่มข้าง คิ้วข้างรถ ปัดน้ำฝนไฟหน้า โคมไฟหน้าฯลฯ แต่จะดูจากปีจดทะเบียน
อย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูจากรถจริงๆ มันต่างกันในรายละเอียดปลีกย่อยจริงๆ ช่วงล่างเหมือนกัน
เครื่องยนต์เหมือนกัน
 
Last edited:
ผมสงสัยจังว่าอะไรเป็นเครื่องชี้วัดว่าต้องหลังปี 96
แล้วก่อนปี 96 มีจุดด้อยตรงไหน
ถ้าคุณเจอรถปี 94 แต่จดทะเบียนปี 96
แล้วจะถือว่าเป็นรถปีไหน 94 หรือ 96

แล้วเบ้นซ์ ที่ต่างจากรถญี่ปุ่นทั่วไปอย่างนึง
ที่ผมได้พบเห็นเป็นประจำคือ เจ้าของรถมักไม่ค่อยใช้
ซื้อไว้จอดประดับบ้านเป็นส่วนใหญ่
ผมว่าปีรถ ไม่น่าเป็นตัวแปรที่สำคัญขนาดนั้น
ยกเว้น C240 อันนี้ยอมรับเพราะมันต่างจริง
แต่ราคาก็ต่างด้วย

โดยธรรมชาติรถสภาพดีราคาสูง
ยกเว้นดวงไม่ดี เจอรถราคาสูงแล้วสภาพยังแย่อีก
ถ้าตาถึง ก็รอดไป ส่วนใหญ่รถเต้นท์ มักเป็นเช่นนั้น
เพราะเต้นท์รถ ต้องเผื่อค่าดอกเบี้ย ค่าเก็บงาน ซื้อเข้าต่ำ ขายออกสูง
แต่ก็ไม่แน่ บางทีเจอบางเต้นท์ร้อนเงิน หรือต้องการระบายของออกบ้าง
เพราะมีของใหม่กำลังจะมา ก็อาจจะเจอราคาถูกๆ ก็เป็นได้

เรื่องค่าปรับสภาพ อย่างไปกังวลมาก ลองรถก็รู้
ส่วนมากก็มีแต่ช่วงล่าง แต่ก็บอกได้เลยว่าจะต้องเปลี่ยนอะไรบ้าง
ดีที่สุด เอารถไปลองเสร็จแล้ว วกเข้าร้านตั้งศูนย์เลย
แบบเซอร์ไพร์ จะได้รู้ว่าช่วงล่างเป็นไง
ส่วนเครื่องยนต์ ตรงนี้ต้องพิจารณาเองหรือ ถ้ามีช่างที่พอวางใจได้ก็
ให้ไปดูด้วย ถ้าบำรุงรักษาตามปกติเครื่องยนต์ไม่มีปัญหาหรอก

ผมคิดว่าทุกอย่างมีคำตอบอยู่ในตัวมันเอง
ไม่ต้องกังวล ส่วนที่เหลือก็ค่อยๆ ซ่อมไปตามสภาพ

ปล มีแต่เกียร์ที่ซ่อมแพง ตรงนี้ ต้องขอประวัติจากคนขาย (ถ้าขอได้นะครับ)

ปีต่างกันออพชั่นมันต่างกันครับ รุ่นแรกๆแอร์กด กุญแจรีโมทธรรมดา รุ่นหลังแอร์ดิจิตอล กุญแจพับ มันคงเป็นรายละเอียดเล็กๆน้อยบางคนไม่ค่อยสนใจ แต่บางคนซื้อทั้งที เสียเงินเหมือนกันก็อยากได้ออพชั่นเต็มๆ
 
ปีต่างกันออพชั่นมันต่างกันครับ รุ่นแรกๆแอร์กด กุญแจรีโมทธรรมดา รุ่นหลังแอร์ดิจิตอล กุญแจพับ มันคงเป็นรายละเอียดเล็กๆน้อยบางคนไม่ค่อยสนใจ แต่บางคนซื้อทั้งที เสียเงินเหมือนกันก็อยากได้ออพชั่นเต็มๆ

ที่บ้านก็มีจอดอยู่คันนึงครับ ปี94 แย่กว่าอีกเพราะแอร์ลูกกลิ้ง
หน้าตาแบบเดียวกับ 124 เลยครับ รีโมทก็ใช้ไม่ได้แล้ว
ใส่อีควอเตอร์แทน เพราะรีโมทติดรถงอแงแต่ละทีเหนื่อย

เข้าใจครับว่าเสียเงินทั้งที ก็อยากได้อ๊อฟชั่นเต็มๆ
แต่วันนี้ไม่ใช่รถใหม่ครับ อ๊อฟชั่นที่ว่ามานั่นแหระที่จะทำให้
เราต้องเสียเงินเพื่อซ่อมแซมโดยไม่จำเป็น
โดยเฉพาะรุ่นหลังๆ แอร์จอยาวไม่ต้องบอกก็น่าจะพอทราบ
แต่อย่างว่าแหระเงินในกระเป๋าแต่ละคนไม่เท่ากัน
บางคนพร้อมสำหรับทำทุกอย่างเพื่อให้รถสมบูรณ์
 
Back
Top