ปลาวาฬ "นิ่มตูด...นิ่มตูด"

ไม่ได้ไปทำที่ไหนหรอกครับ ผมทำเอง ไปซื้อตาข่ายจากคลองถมมาดัดตัดเองครับ มันเป็นมีเนียม ดัดและตัดให้เข้ารูปไม่ยาก ถอดฝาเดิมนั่นแหละครับ มาเป็นแบบ พอดีมีฝีมือทางด้านนี้ และเรียนมาทางด้านนี้ครับ เลยทำเองได้ :D:D ส่วนเรื่องพัดลมไฟฟ้า เดี๋ยวจะมาลงรูปและรายละเอียดให้เป็นแนวทางเพื่อนสมาชิกนะครับ เรื่องมันยาว(เดินตามรอยเท้าลุงสี่แหละครับ แต่อาจแตกต่างในบางลีลา) ต้องใช้เวลา เอารูปไปดูก่อนละกันครับ คำอธิบาย จะตามมาทีหลัง

SAM_0615.jpg


พัดลมหน้านี่ต้องเอาออกเลยนะครับ อย่างที่ลุงบอกไว้ ไม่ต้องเผื่อเหลือเผื่อขาด
แค่สองตัวนี้ก็เหลือๆครับ
SAM_0619.jpg

ตาข่ายแจ่มมากครับเดี่ยวไปหามาทำไว้โชร์พี่นกดีกว่าอิๆๆ
 
อยากจะถอดพัดลมหน้า 2 ตัวออกใจแทบขาด
มันดังไปถึงปากซอย....ยังกับ 190E เล็กสุด กับใหญ่สุด ใยต้องเหมือนกันด้วยเล่า....

มีคนทำปลาวาฬแล้ว จะได้ลอกซะเลย :n21:

ปูเสื่อคอยครับ :toast:



ปล. นี่กระทู้ผมนะครับ ห้ามนั่งบัง :n02:

มาขอเข้าชมรมนิ่มตรูด นิ่มตรูดด้วยคนนะครับ แต่ว่า ตอนนี้ยังไม่มีน้องปลาวาฬครับ
พอดีกำลังหาอยู่ (แต่หาให้คุณพ่อนะครับ) กำลังปรึกษาพี่นกอยู่นะครับ ถ้าได้รถแล้วจะนำลงมาอัพเดทครับ ยังไงก็รบกวนท่านที่มีข้อมูลตัว S500L แบบ fulloption ช่วยชี้เบาะแสอีกทางด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

โป้ง 0898959000
 
ขอเข้าแถวด้วยคนครับ
S280 ปี 95 สีดำ อยู่รังสิต ปทุมฯ ครับ
แก๊ส EMMI มีปัญหาอยู่ครับ
ใช้ไม่ได้ ต้องน้ำมันอย่างเดียวเลย
เอาไปให้ สหเฮงเช็ค (ติดตั้งที่นี่)ต้องเปลี่ยนเยอะ
รางหัวฉีด หม้อต้ม ฯลฯ เกือบๆ สองหมื่น
เลยรอก่อนครับ ใช้อีกคันที่ไม่ใช่ MB ไปก่อน
อาการแรกๆ คือ จอดติดไฟแดง สะดุด สะอึก
เหมือนจะดับ สลับเป็นน้ำมัน ไม่เป็นไร
พออีกซักระยะ ตัดมาเป็นแกีส มีเสียง หวีดที่ปุ่มตัดสลับนำามัน / แก็ส
เลยต้องใช้น้ำมันอย่างเดียว
คืบหน้ายังไงจะมา update อีกทีครับ
.
.
.
ฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ
ถ้าลงรูปได้จะเอามาลงให้ดูครับ
 
มาแล้วครับ มาสาธยายให้ฟัง เรื่องเป็นมายังไง พัดลมไฟฟ้าใน140เนี่ย ผมติดมาได้ซักระยะหนึ่งแล้ว ก่อนติดก็ย้อนอ่านกระทู้มาตั้งแต่หน้าแรกๆศึกษามาเรื่อยๆอดตาหลับขับตานอนมาตลอด:D จนมาได้จังหวะ หม้อน้ำผมรั่วพอดี เปลี่ยนเสร็จมีหม้อน้ำไปให้เค้าเทียบตีบังลมมีเนียม(ผมอยากได้มีเนียม ยอมจ่ายแพงกว่า) หิ้วพัดลมสี่สายไป2ตัว ไม่ต้องจอดรถ ไม่ต้องรีบ แต่ที่ยังไม่มาโพสในทันทีทันใด เพราะผมต้องศึกษาข้อดีข้อเสียและ(เป็นหนู)ทดลองใช้ดูก่อนว่ามันมีปัญหาไรไหมจะได้ตอบได้ทุกคำถาม แต่กว่าจะสมบูรณ์ ผมก็ถอดเข้าถอดออกอยู่หลายรอบ เพื่อแก้ไขปรับปรุงข้อเสียข้อบกพร่องจนทุกอย่าลงตัว และใช้มาจนทุกวันนี้ไม่มีปัญหาอะไรแล้วจึงมาบอกเล่าเพื่อเป็นประโยชน์และแชร์ความรู้กับเพื่อนสมาชิก
จากการที่ได้ใช้มาสักระยะหนึ่ง บอกได้คำเดียวว่า ข้อเสียยังไม่เจอ ข้อดีก็มีตามสมควร อยากให้ลองพิจารณาดูเองดีกว่าครับ
การที่เราปรับเปลี่ยนเป็นพัดลมไฟฟ้านั้น ไม่ได้หมายความว่าเราอวดดีหรืออวดเก่งว่าเยอรมันทำมาไม่ดี เราเก่งกว่านั้นไม่ใช่ครับ แต่เราอาศัยอยู่ในเมืองไทยที่เป็นเมืองร้อน รถที่ผลิดจากเมืองหนาว เมื่อเอามาใช้เมืองร้อน ก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับภูมิประเทศนั้นๆ ถึงแม้ว่าบางคันจะผลิตที่บ้านเรา แต่ก็เป็นแค่การประกอบชิ้นส่วน ยังอ้างอิงตามบริษัทแม่ ไม่ได้มีการแก้ไขปรับปรุงเรื่องความร้อนแต่อย่างใด(เฉพราะรุ่นเก่าๆ รุุ่นใหม่ๆบางรุ่นจะเห็นว่าปรับปรุงแล้วเป็นพัดลมไฟฟ้ามาเลยไม่มีพัดลมคู่หน้า แผงรังผึ้งแอร์เปลือย) ดูได้จากพัดลมหน้าเครื่องที่ต้องมีบังลมปิดแผงรังผึ้งแอร์ เพื่อไม่ให้ลมปะทะ ใช้พัดลมคู่หน้าเป็นตัวควบคุมอุณภูมิ เพราะลมปะทะที่บ้านเค้าเป็นลมหนาวถึงเย็น ยิ่งวิ่งยิ่งเย็นเกินไปควบคุมอุณภิมิที่เหมาะสมไม่ได้ จึงต้องมีบังลมมาปิดแผงรังผึ้งแอร์เป็นต้น ดังนั้นจึงเป็นที่มาที่เราจะต้องมาคิดค้นเพื่อหาวิธีให้เหมาะสมกับวิถีชีวิตคนเมืองร้อนอย่างเราๆ
มาพูดเรื่องผลที่ได้จากการเปลี่ยนเป็นพัดลมไฟฟ้าก่อนละกัน จากที่ได้ทดลองใช้ทั้งในเมืองและนอกเมือง ไม่มีปัญหาใดๆ
-ในเมือง รถติด ความร้อนจะวิ่งอยู่ที่ 94-98 พัดลมจะทำงานตามจังหวะคอมแอร์ คอมตัด พัดลมก็หยุด คือพัดลมไม่ไดทำงานตลอดเวลา
-ในเมือง รถติด ถ้าไม่เปิดแอร์(ทดลองเฉยๆ ชีวิตจริงคงไม่มีใครทำ) พัดลมจะทำงานสเต๊ปสองเลยตอน 98ใช้เวลาเกือบนาที+ - ลงมาเหลือ 94
-วิ่งทางไกล หรือต่างจังหวัด เปิดแอร์ ความร้อนจะขึ้นลงอยู่ที่ 92-96 พัดลมทำงานตามจังหวะคอมแอร์
-วิ่งทางไกลกลางวัน ไม่เปิดแอร์ ความร้อนจะอยู่ที่ 84-86 กลางคืน 80-82 พัดลมไม่ต้องทำงานเพราะความร้อนไม่ถึงเกณฑ์ที่เซนเซอร์จะสั่งให้พัดลมทำงาน พัดลมจะทำงานเมื่อความร้อนถึง98 นั่นหมายความว่า ใช้พลังงานธรรมชาติล้วนๆมาระบายความร้อน ลดโลกร้อนได้เป็นอย่างดี มองอีกมุมหนึ่ง ถึงพัดลมเสียก็สามารถวิ่งกลับมาได้ช่วงที่รถไม่ติด(แต่พัดลมญี่ปุ่น ถึงเสียก็หาได้ทุกจังหวัด มีลุ้นกว่าพัดลมยุโรป) ถ้าต่างจังหวัดก็แทบไม่ได้ใช้พัดลมเลย(วิ่งไม่เปิดแอร์) ความร้อนจะมาขึ้นตอนติดไฟแดงนิดหน่อย(วิ่งข้ามจังหวัดแทบไม่มีไฟแดง) แตพอวิ่งก็ลงเหลือเท่าเดิม นั่นคือข้อมูลที่ผมได้ทดลองใช้มาระยะเวลาพอสมควร ผมคิดเผื่อเอาไว้แล้วว่า ถ้าเกิดวันนึงผมไปเที่ยวต่างจังหวัด แล้วเกิดพัดลมเสีย จะเสียตัวเดียวหรือสองตัวพร้อมกันก็ไม่หวั่น จะวิ่งกลับมาช่วงค่ำๆ ไม่เปิดแอร์ อากาศสบายๆรถไม่ติด มาถึงกรุงเทพดึกๆถนนโล่ง ไม่ต้องพึ่งรถยก :D
ทีนี้พอจะเห็นข้อดีข้อเสียของมันหรือยังครับ สำหรับผม ข้อเสียยังไม่เห็น ข้อดีมีมาเรื่อยๆ ลืมบอกไปแอร์เย็นปรกติ หรือมากกว่าเดิม นิดหน่อย (ผมไม่ค่อยรู้สึก เพราะตั้งไว้ 25องศา ตลอด)
ส่วนขั้นตอนและวิธีการ จะมาแจ้งให้ทราบอีกครั้งครับ บอกแล้วเรื่องมันยาว การเอาชนะความร้อนเนี่ย:D:D
 
Last edited:
เก็บข้อมูลมาก็มาก คิดจะทำแต่ก็ไม่พร้อม ด้วยไม่อยากไปจอดรถทิ้งไว้ ขี้เกียจรื้อหม้อน้ำ จนกระทั่งหม้อน้ำรั่ว เปลี่ยนเสร็จ คราวนี้แหละ ไม่ต้องจอดรถแล้วว พร้อมทำซะที พัดลมไฟฟ้าเก็บข้อมูลมานานจากเกจิอาจารย์ พร้อมทั้งเคยไปรับยามาจากที่บ้าน ลุงแกก็ดูแล้วว่า หม้อน้ำเดิมใหญ่พอแล้ว รังผึ้งเป็นแบบท่อแบน ไม่ต้องเปลี่ยนไรแล้ว ใส่พัดลมอย่างเดียว ลุยเลย
เริ่มด้วยการหิ้วหม้อน้ำใบเก่าเอาไปเป็นแบบทำบังลม(หิ้วพัดลมไปด้วยเลยนะครับ เค้าจะได้ทำขายึด) เพื่อความง่ายสำหรับช่าง งานจะได้ออกมาเนียน เอาแบบไม่รีบ และเลือกที่จะติดพัดลมแบบทะแยง ขวาอยู่บน ซ้ายอยู่ล่าง เพราะถ้าซ้ายอยู่บน จะติดท่อยาง(เฉพาะ w140นะครับ รุ่นอื่นผมไม่แน่ใจ) ในส่วนของผมเลือกบังลมแบบมีเนียม เป็นความชอบวัสดุส่วนตัวครับ ไม่ชอบเห็นสนิม ไม่ชอบพ่นสี สวยด้วยเนื้อวัสดุอยู่แล้ว ส่วนท่านอื่นจะไปทำเป็นแบบสังกะสี หรือเหล็กบาง ก็แล้วแต่ความชอบ แต่ข้อเสียของมีเนียมอย่างที่ลุงบอกไว้คือขายึดมันจะใหญ่ หนา บดบังทิศทางลม ทำให้ลมระบายได้ไม่ดี (ถ้าเป็นสังกะสีหรือเหล็กบาง คงใช้งานได้เลย) ซึ่งมันก็จริงอย่างที่ผู้ใหญ่ว่าไว้ ขายึดพัดลมมันใหญ่ ทดลองใส่ใช่วันนึง ผลยังไม่เป็นที่พอใจ ถอดออกมาก่อน(ใส่ระบบเดิมกลับเข้าไป) ผมซึ่งมีความชอบ และความสามารถในการ DIY อยู่บ้าง จึงจัดการ ตัดแต่ง ส่วนเว้าส่วนโค้งที่ไม่จำเป็นออก ให้มันได้พื้นที่ระบายมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยคำนึงถึงความแข็งแรงควบคู่กันไป ซึ่งก็ใช้เวลาทำๆพักๆ อยู่อีกหลายวัน(ไม่รีบ) หลังจากตัดแต่งพันธุกรรมเสร็จแล้ว ก็ลงมือใส่เข้าไปใหม่ ทดลองใช้ดูอีกวันสองวัน ผลที่ได้คือ รถติดความร้อนนึ่ง(95-98กำลังสวย) รถวิ่งความร้อนขึ้น โอละพ่อ ไหงเป็นงั้น :eek::eek: ขึ้นไป100 กว่าๆ น่ากลัว ไหงเป็นงั้น ยิ่งวิ่ง ยิ่งต้องเย็นสิ ลองถอดมาพิจารณาใหม่ และศึกษาสอบถามจากหลายๆทาง ได้ความว่า ตอนที่รถวิ่ง ลมมันพาความร้อนเข้าไปสั่งสมอยู่ในส่วนพื้นที่ว่างในบังลมรอการดูดดออกไป ซึ่งไม่ทัน ได้ยินมาว่าเค้าจะเจาะให้เป็นทางลมเพื่อให้ลมมีทางออก มันจะได้ไม่สั่งสมความร้อน เอาหล่ะสิ งานงอกอีกแล้ว พัดลมไฟฟ้ามันไม่ง่ายอย่างที่คิด ถอดดดดด อีกรอบ แล้วมานั่งคิดอยู่อีกหลายวันว่าเราจะทำแบบไหนที่เวลารถวิ่ง ฝามันจะเปิด พอรถหยุดมันต้องปิดเพื่อเพื่อที่พัดลมจะดูดความร้อนได้สมบูรณ์ การบ้านยากแฮะ ช่างแนะนำว่าจากที่เคยทำให้ลูกค้ารุ่นอื่น เค้าใช้ยางแผ่นบางๆปิดฝาที่เจาะรูไว้ พอรถวิ่งลมพัดเข้ามาฝาจะอ้าระบายความร้อนออกไป พอรถติดหรือพัดลมทำงาน ฝาก็จะปิด อืม เข้าท่าๆ เลยจัดแจงเจาะอีกรอบบบ หลังจากตัดต่อพันธุกรรมรอบที่สองสมบูรณ์ ก็ทดลองใส่อีกครั้ง หลังจากเหน็ดเหนื่อยกับมันมาเป็นเดือน ใส่เข้าถอดออก คราวนี้ผลออกมาเป็นที่พอใจ วิ่งยังไงความร้อนก็ไม่ขึ้น นิ่งอยู่ที่ 84-86 (ไม่เปิดแอร์) รถติดเปิดแอร์ก็จะอยู่ที่ 94-98 หลังจากที่ทุกอย่างลงตัว ก็ไปให้ช่างเดินสายไฟให้ พร้อมสวิทความร้อนสามขาสีเทา(อันนี้ต้องเปลี่ยน เพราะสวิทเดิมของเครื่องตัวนี้พัดลมสเต๊ปสองจะทำงานที่ความร้อน110 ) เป็นอันจบ อย่าถามผมเรื่องเดินสายไฟนะครับ เพราะตั้งแต่ต้นที่พูดมาผมไม่เคยพูดถึงระบบสายไฟเลยเพราะผมไม่มีความรู้เรื่องนี้ ช่างจัดการ(ซึ่งก็ใช้เวลาไม่นาน เดินสายนิดหน่อย ต่อรีเลย์เพิ่ม แค่นั้น ถ้าเป็นช่างที่ชำนาญระบบรถเบ๊นซ์) ส่วนผมมีแค่ความคิดสร้างสรรค์ กับฝีมือการตัดต่อพันธุกรรม DIY เท่านั้น ถือแค่บังลมกับพัดลมที่แก้ปัญหาทุกอย่างสมบูรณ์แล้วไปให้เค้าเดินไฟให้ เท่านั้น :D:D:D:D
ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าท่านไม่ได้ทำบังลมมีเนียมแบบผม อะไรๆก็คงง่ายกว่าที่ผมอธิบายมาข้างต้น :D เพราะถ้าตัดสินใจจะทำบังลมมีเนียม ก็ต้องนำมันกลับมาแก้งาน ก่อนติดตั้ง แต่ถ้าทำเป็นสังกสีหรือเหล็กบาง อาจไม่ต้องแก้งาน แค่เจาะรูระบาย ติดยาง เดินสาย ใช้ได้เลย
 
Last edited:
รูปประกอบพร้อมคำอธิบายปิดท้ายครับ
จากรูป จะเห็นขายึดมอเตอร์มีเนียมทั้งสามขา ที่มีส่วนเว้านั้น เดิมทีมาเต็มๆเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าแท่งยาวๆ ไม่ได้เว้าิอย่างที่เห็น ผมมาจัดการเจียรออกซะ ส่วนวงกลมตรงฐานมอเตอร์ด้านนอก จริงๆก็ใหญ่กว่าในรูป ผมเจียรออกไปครึ่งนึง มันดูแล้วอาจจะไม่เยอะ แต่มันก็ช่วยได้ระดับนึงครับ ส่วนสี่เหลี่ยมที่เขียนไว้นั้นเตรียมเจาะเพื่อทำฝาปิดเปิดประตูลมครับ ตรงส่วนนั้นแหละครับ ที่ผมบอกไปแต่แรกว่ามันทำให้ความร้อนสั่งสม ระบายไม่ทัน ยิ่งวิ่งยิ่งร้อน เลยต้องเจาะติดฝาเปิดปิดประตูลม พอเจาะแล้ว ทุกอย่างลงตัวเลยครับ เป็นอันจบ สรุปคือบังลมในรูป ถ้าติดตั้งแบบไม่เจาะประตูลม รถติดความร้อนปรกติ แต่ถ้ารถวิ่ง ความร้อนขึ้นร้อยกว่า แต่ถ้าเจาะประตูลม รถติดความร้อนปรกติ ถ้ารถวิ่ง ความร้อนลง เฮ้อ เป็นอันเสร็จสมบูรณ์ พัดลมไฟฟ้าปลาวาฬ ที่เค้าว่าซับซ้อน ในที่สุดก็ลุล่วงไปได้ด้วยดี ผ่านการใช้งานมาพอสมควรยังไม่เจอข้อบกพร่อง
แต่ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมในรถญี่ปุ่น บังลมเดิมติดรถเค้าก็คล้ายๆที่ผมตีขึ้นมา แต่เค้าไม่ต้องเจาะรูระบายหรือทำประตูลม ลมออกได้แค่ทางพัดลมเท่านั้น ทำไมของเค้าความร้อนไม่สั่งสม วิ่งแล้วความร้อนไม่ขึ้น ไม่เข้าใจ มันคาใจครับ ใครรู้ช่วยตอบที :confused::confused::confused:

SAM_0572.jpg


SAM_0614.jpg
 
Last edited:
รูปประกอบพร้อมคำอธิบายปิดท้ายครับ
จากรูป จะเห็นขายึดมอเตอร์มีเนียมทั้งสามขา ที่มีส่วนเว้านั้น เดิมทีมาเต็มๆเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าแท่งยาวๆ ไม่ได้เว้าิอย่างที่เห็น ผมมาจัดการเจียรออกซะ ส่วนวงกลมตรงฐานมอเตอร์ด้านนอก จริงๆก็ใหญ่กว่าในรูป ผมเจียรออกไปครึ่งนึง มันดูแล้วอาจจะไม่เยอะ แต่มันก็ช่วยได้ระดับนึงครับ ส่วนสี่เหลี่ยมที่เขียนไว้นั้นเตรียมเจาะเพื่อทำฝาปิดเปิดประตูลมครับ ตรงส่วนนั้นแหละครับ ที่ผมบอกไปแต่แรกว่ามันทำให้ความร้อนสั่งสม ระบายไม่ทัน ยิ่งวิ่งยิ่งร้อน เลยต้องเจาะติดฝาเปิดปิดประตูลม พอเจาะแล้ว ทุกอย่างลงตัวเลยครับ เป็นอันจบ สรุปคือบังลมในรูป ถ้าติดตั้งแบบไม่เจาะประตูลม รถติดความร้อนปรกติ แต่ถ้ารถวิ่ง ความร้อนขึ้นร้อยกว่า แต่ถ้าเจาะประตูลม รถติดความร้อนปรกติ ถ้ารถวิ่ง ความร้อนลง เฮ้อ เป็นอันเสร็จสมบูรณ์ พัดลมไฟฟ้าปลาวาฬ ที่เค้าว่าซับซ้อน ในที่สุดก็ลุล่วงไปได้ด้วยดี ผ่านการใช้งานมาพอสมควรยังไม่เจอข้อบกพร่อง
แต่ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมในรถญี่ปุ่น บังลมเดิมติดรถเค้าก็คล้ายๆที่ผมตีขึ้นมา แต่เค้าไม่ต้องเจาะรูระบายหรือทำประตูลม ลมออกได้แค่ทางพัดลมเท่านั้น ทำไมของเค้าความร้อนไม่สั่งสม วิ่งแล้วความร้อนไม่ขึ้น ไม่เข้าใจ มันคาใจครับ ใครรู้ช่วยตอบที :confused::confused::confused:

SAM_0572.jpg


SAM_0614.jpg

ขอดูรูป ที่เจาะประตูลมเรียบร้อยแล้ว หน่อยได้ไหมครับ ใช้ยางในรถยนต์ ใส่เป็นประตูลมเหรอ
 
แวะเข้ามารอชมครับ

ไม่ทราบว่าใช้พัดลมของรถรุ่นไหนครับ? ขนาดกี่นิ้วครับ?
 
เออ คือพอดีไม่ได้ถ่ายไว้หน่ะครับ ตอนนั้นรีบใส่ อยากรู้ผล พอใส่แล้ว ใช้ยาวเลย ลืม:D:D ไว้วันไหนถอดออกมาจะถ่ายไว้ครับแล้วจะมาลงให้ดู ใช้ยางอย่างบาง หรือ หนังแผ่น หรือไรก็ได้ครับ ที่จะมาทำประตูลม ขอที่ทนความร้อนได้หน่อย เพราะในห้องเครื่องมันร้อน ถ้ายางเกรดไม่ดีอาจละลายได้ อันนี้คือแบบง่ายๆที่ผมพอแนะนำได้ ส่วนผมเล่นของยากครับ เพราะนั่งคิดและออกแบบเองอยู่หลายวัน :D:D พอคิดแบบได้ก็ออกไปเดินหาวัสดุอุปกรณ์ที่จะมาใช้ทำ ผมใช้สแตนเลสอย่างบางที่สุด ตัดเผื่อนิดหน่อย ตามขนาดสี่เหลี่ยมที่ขีดเอาไว้ครับ แล้วติดบานพับแบบเล็กที่สุดเช่นกัน ผมไม่แน่ใจว่าถ้าเราไม่ทำเอง ช่างเค้าจะทำให้เราหรือเปล่า ถ้าจะเอาแบบผมคงต้องลงมือทำเอง เลยแนะนำแบบง่ายๆไป หรือถ้ามีความคิดสร้างสรรค์แบบอื่นก็ลองดูครับ ทำไงก็ได้ให้เวลารถวิ่งแล้วประตูลมต้องอ้าตามแรงลม และดูดปิดเวลาพัดลมทำงาน คำแนะนำนี้ผมได้มาจากลุงครับ ตอนที่ดูรถลุง บังลมของลุงก็มีประตูลมเหมือนกันครับ รูปไว้ถ่ายมาจะมาลงให้ดูครับ ส่วนขนาดพัดลมที่วัดมาน่าจะ 13นิ้ว นิดๆหน่ะครับ
 
ขอบคุณครับ

เคยเห็นของจริงแล้วครั้งนึง แต่พอเห็นว่าใช้ยาง ก็เลยคิดตามไปถึงการใช้ยางในรถ เลยอยากเห็นรูป
ไม่เป็นไร เข้าใจแล้วขอบคุณมากครับ แต่ถ้ามีโอกาสจะเอามาลงเพื่อเป็นประโยชน์ กับผู้รู้บ้าง ไม่รู้บ้างก็ดีครับ


คุณ punlopw

พัดลมที่เขาใช้กันเป็นพัดลมตินา มีรูปและสถานที่ซื้อ อยู่ในห้องสมุด
" เรื่องการทำหม้อน้ำและพัดลมไฟฟ้าครับ"
 
จะรบกวนสอบถามพี่ๆว่า เครื่อง500ใน Sหลังกับ Sหน้า มันต่างกันตรงไหนรึป่าวครับ กำลังหาข้อมูลเพื่อใช้ในการตัดสินใจ ว่าจะขยับจาก 124 เป็น140 ครับ
 
จะรบกวนสอบถามพี่ๆว่า เครื่อง500ใน Sหลังกับ Sหน้า มันต่างกันตรงไหนรึป่าวครับ กำลังหาข้อมูลเพื่อใช้ในการตัดสินใจ ว่าจะขยับจาก 124 เป็น140 ครับ


คนไข้มารอตั้งแต่ 6 โมงครึ่งแล้่ว :n02:

ง่าย ๆ คือ
S หลัง ผลิตก่อน เป็นตัวเก่า กาบข้างรถเรียบ 1991-1993
S หน้า ผลิตหลัง เป็นตัวใหม่ กาบข้างรถมีร่อง 1993-1998
ถ้าจำไม่ผิดนะครับ :p

เอากระทู้เบนซ์ควายของพี่เสกไปอ่านเล่นก่อนครับ

http://www.benzowner.net/forum/showthread.php?t=14102
 
พี่ๆ ครับ s500 w140 บาลานซ์ พวง เมม ฟูลออฟ

รบกวนช่วยชี้เป้าด้วยนะครับ อยากได้มาร่วมแก๊ง นิ่มตูด ด้วยครับ นัส /รังสิต :ylsuper:
 
Last edited:
คนไข้มารอตั้งแต่ 6 โมงครึ่งแล้่ว :n02:

ง่าย ๆ คือ
S หลัง ผลิตก่อน เป็นตัวเก่า กาบข้างรถเรียบ 1991-1993
S หน้า ผลิตหลัง เป็นตัวใหม่ กาบข้างรถมีร่อง 1993-1998
ถ้าจำไม่ผิดนะครับ :p

เอากระทู้เบนซ์ควายของพี่เสกไปอ่านเล่นก่อนครับ

http://www.benzowner.net/forum/showthread.php?t=14102

คืออยากทราบถึงความแตกต่างของเครื่องยนต์อ่ะครับว่า 5000cc.ในSหลัง ต่างจาก 5000ในSหน้ายังไงครับ ได้อ่านกระทู้พี่เสกแล้ว เรื่องบอดี้ กะออฟชั่นพอเข้าใจอ่ะครับ ถ้าเครื่องมันเหมือนกันจะได้วัดกันที่ความชอบของบอดี้กะออฟชั่น ขอบคุณครับพี่
 
Last edited:
เอ้า ขณะนี้ ...จขกท. ไฟไม่ชาร์ท จอดอยู่ สำโรง มุ่งหน้า เมืองชล

แนะได้แค่ว่า หาปั๊มจอดนอน พอเช้า ค่อยวิ่งไปชล แบบไม่เปิดแอร์ และ ถอดหลอด ไฟเบรคออก

ตอนนี้ต้องการเพื่อนนอนคับ :n06: หรือ ท่านใดมีหนทางที่ดีกว่าคับ ?
 
เอ้า ขณะนี้ ...จขกท. ไฟไม่ชาร์ท จอดอยู่ สำโรง มุ่งหน้า เมืองชล

แนะได้แค่ว่า หาปั๊มจอดนอน พอเช้า ค่อยวิ่งไปชล แบบไม่เปิดแอร์ และ ถอดหลอด ไฟเบรคออก

ตอนนี้ต้องการเพื่อนนอนคับ :n06: หรือ ท่านใดมีหนทางที่ดีกว่าคับ ?


ลุงคับ

นั่นหนะ ทางเดียว เลือกไม่ได้หรอก


นี่เป็นโอกาส พิสูจน์ ความนิ่มตูด นิ่มหลัง แล้วคับ



หาหมอนข้างซักใบก็ดีนะ:p:p




เช้ามา ถอดแบตไปชาร์ทด่วนซักชั่วโมง

ถึงบ้าน แล้ว ค่อยว่ากัน
 
ขอให้รถเป็นปกติ กลับชลบุรีได้โดยง่ายนะครับ
 
เอ้า ขณะนี้ ...จขกท. ไฟไม่ชาร์ท จอดอยู่ สำโรง มุ่งหน้า เมืองชล

แนะได้แค่ว่า หาปั๊มจอดนอน พอเช้า ค่อยวิ่งไปชล แบบไม่เปิดแอร์ และ ถอดหลอด ไฟเบรคออก

ตอนนี้ต้องการเพื่อนนอนคับ :n06: หรือ ท่านใดมีหนทางที่ดีกว่าคับ ?


กลับถึงแล้วครับ :n44:

ขอบพระคุณลุงสี่ที่ให้คำปรึกษาแนะนำ แม้ว่าจะดึกดื่นเที่ยงคืนก็ยังเมตตา :n20:

วันนี้วันอาทิตย์ ไม่มีอู่ไหนเปิด คงต้องจอดไว้ก่อน
ปัญหาไดชาร์ทนี่น่ากลัวมากเลย ขนาดผมมีตัววัดไฟ(เค้าเรียกอะไรหว่า)นะนี่
ถ้าคนที่ไม่มีแล้ววิ่งไป จะเกิดอะไรขึ้น

ข้าวลิงหลังรถก็มีเพียงไวน์ BIN2 1 ขวด กับน้ำที่แถมตอนเติมน้ำมันหล่อถัง เอ้า....เชียร์สสสสส
(หลานมันว่าเอาว่า หล่อถังอะไรเป็นพัน ของมันเกือบเต็มถัง........1 พันนี่มันแค่ 1 ใน 4 ถังเองนะฟร๊อย)

ลงบูรพาวิถีนี่เกิดปัญหาใหม่
วิ่งข้างบนมา 160 - 180 ไม่มีปัญหา
พอลงข้างล่าง วิ่งแต่ 60 สั่นเป็นเจ้าเข้า
สั่นหมดตั้งแต่ 60 ไป ยิ่งเร็วยิ่งสั่น สั่นจนน่ากลัว
เลี้ยวเข้าอู่ (ที่เมืองชล เค้าเรียกที่จอดรถว่า อู่) รู้สึกเหมือนกับยางหน้าบวม
มันโยกขึ้นโยกลงตามจังหวะล้อหมุน

แล้วมันไปบวมตอนไหนกันนี่ :confused:

สงสัยต้องเปลี่ยนเป็น 235*50*18 ก่อนกำหนดซะแล้ว :n28:

ตอนนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบ.....ขอนอนห้องแอร์เย็น ๆ ให้ฉ่ำใจก่อน
ซัก 11 โมงค่อยว่ากัน


ลุงคับ

นั่นหนะ ทางเดียว เลือกไม่ได้หรอก
นี่เป็นโอกาส พิสูจน์ ความนิ่มตูด นิ่มหลัง แล้วคับ
หาหมอนข้างซักใบก็ดีนะ:p:p
เช้ามา ถอดแบตไปชาร์ทด่วนซักชั่วโมง

ถึงบ้าน แล้ว ค่อยว่ากัน


โฮ่ ๆ ๆ พี่สมชาย
นิ่มตูด น่ะนิ่มแน่ เพราะเข้าไปใส่โช๊คหน้าไฟฟ้าคืนที่อู่บ้าน

ปัญหาคือมันจอดอยู่ ไม่ได้วิ่ง มันก็ไม่ทำงานนี่ซิ :curse:
นิ่มหลัง ต้องอาศัยความนิ่มของเบาะเอา

คิดถึงหมอนข้างใบใหม่ ท๊างคืน.......


ขอให้รถเป็นปกติ กลับชลบุรีได้โดยง่ายนะครับ

ขอบคุณครับเทพเอ๊าะ
ขอเป็นหมอนข้างซักใบซิ :n25:


คืออยากทราบถึงความแตกต่างของเครื่องยนต์อ่ะครับว่า 5000cc.ในSหลัง ต่างจาก 5000ในSหน้ายังไงครับ ได้อ่านกระทู้พี่เสกแล้ว เรื่องบอดี้ กะออฟชั่นพอเข้าใจอ่ะครับ ถ้าเครื่องมันเหมือนกันจะได้วัดกันที่ความชอบของบอดี้กะออฟชั่น ขอบคุณครับพี่

ขออภัยครับ ไม่ได้เข้ามานาน
มัวแต่หาโช๊คหน้าไฟฟ้ามายัดคืน

ผมมันแค่ยูสเซ่อร์นะครับ

รบกวน ลุงสี่ , พี่นา รังสิต , พี่อ้วน ณ ศรีราชา , พี่เกชา , พี่กิ๊ก ตอบรายละเอียดให้หน่อยครับ
ชุดนี้เทพตัวจริง
ส่วนพี่เสก คงต้องคอยให้กลับจากกินไข่ดาว หมูแฮมก่อน คงอาทิตย์หน้า:n35:
 
พี่นก โทรหาผมได้นะครับ มือถือเปิด 25 ชม.อยู่แล้ว (ถ้าไม่ได้ไปไหนนะครับ )
อาการของรถพี่ สงสัย น่าจะเป็นของที่ลุงฝากมาให้ผมรึเปล่าครับ:icon_rolleyes::icon_rolleyes::icon_rolleyes:
 
พี่นก โทรหาผมได้นะครับ มือถือเปิด 25 ชม.อยู่แล้ว (ถ้าไม่ได้ไปไหนนะครับ )
อาการของรถพี่ สงสัย น่าจะเป็นของที่ลุงฝากมาให้ผมรึเปล่าครับ:icon_rolleyes::icon_rolleyes::icon_rolleyes:

อิอิอิ
สงสัยจะเป็นเพราะของที่ฝากจริง ๆ

ว่าง ๆ เดี๋ยวเอาของไปส่งให้ครับพี่อ้วน เผื่อรถจะหายป่วย :n30:


เอ่อ...พี่ รบกวนตอบกระทู้ท่าน K3748 ด้วยครับ ผมไม่สามารถตอบได้:n44:
 
Back
Top