เ็ป็นความเชื่อส่วนบุคคลครับ เมื่อก่อนผมใช้แก๊สใหม่ๆ ไม่ได้ตัดปั๊มติ๊ก
ผลที่เจอคือ เปลี่ยนปั๊มติ๊กปีละคู่ หลังจากนั้น ลดปั๊มติ๊กลงเหลือลูกเดียว
พร้อมกับตัดปั๊มติ๊กด้วย จนถึงวันนี้จะะครบสี่ปีแล้ว ผมยังใช้ปั๊มลูกเดิมลูกนี้อยู่
ผมก็เลยเชื่อว่า การตัดปั๊มติ๊กน่าจะทำให้ยืดอายุการใช้งานออกไปได้อีก
ส่วนเรื่องวิธีการตัด ผมชอบอะไรที่มันธรรมดาที่สุด
เพราะเชื่อว่าอะไรที่ธรรมดาๆ มักจะไม่ค่อยก่อปัญหา
ก็เลยเลือกใช้การตัดปั๊มติ๊กแบบโบราณคือ รีเลย์ลูกเต๋า คือตัดแล้วตัดเลย
ก็เห็นว่ามีปัญหาว่าท่อน้ำมันแห้ง ตรงนี้ผมก็ยังสงสัยว่าถ้าหัวฉีดน้ำมันตัดแล้ว
น้ำมันในท่อ ทำไมถึงหาย มันหายไปไหนไหลกลับถังหมดทางท่อน้ำมันไหลกลับรึป่าว
ถึงทำให้ท่อน้ำมันแห้งได้
แล้วก็อีกปัญหาก็คือ เวลาเปลี่ยนระบบไม่ว่าจะแก๊สไปเป็นน้ำมัน
หรือน้ำมันไปเป็นแก๊ส จะมีอาการกระตุก เพราะเชื้อเพลิงมันหายไปทันที
แต่เชื้อเพลิงอีกชนิดนึงยังมาไม่ถึงห้องเผาไหม้ มีช่วงดีเลย์เกิดขึ้น
ถ้าเรายอมรับตรงจุดนี้ได้ แล้วพยามปรับตัวนิดหน่อยแค่ตอนเหยียบคันเร่ง
อย่ากดแรงค่อยๆ กดแล้วปล่อยตอนจังหวะที่น้ำมันสลับไปแก๊ส
ก็จะไม่กระตุก หรือถ้าจะมีก็รู้สึกน้อยมากๆ
แล้วก็ปัญหาตอนจูนแก๊ส ไม่ว่าจะออโต้จูนหรือ วิ่งจูน จะยากมาก
ในตอนที่เราต้องการสลับไปมาระหว่าง น้ำมันกับแก๊ส จะมีวูบ
สำหรับปัญหาข้อนี้ ผมแก้ปัญหาโดยทำบายพาสสวิทซ์ไว้ตัวนึง
เอาไว้ใช้ตอนจูนแก๊สโดยเฉพาะ ก็แค่กดเปิดสวิทซ์ตัวนี้ไฟก็ผ่านไปเลี้ยงปั๊มติ๊กตลอด
ทั้งที่กล่องแก๊สสั่งตัดไฟไปแล้ว
ทั้งหมดที่เล่ามายาว แค่มุมมองส่วนตัวเท่านั้น
แต่มีจุดนึงที่อยากฝากไว้ คือ จะตัดติ๊กด้วยวิธีไหนก็ตาม
ไม่อยากให้เอาอุปกรณ์ที่ตัดไปไว้ไต้พรมรองเท้า
เพราะผมเองเคยเจอมากับตัว ตอนที่ฝนตกหนักแล้วท่อปากเป็ดตันน้ำล้นเข้ามาในรถ
รีเลย์ลูกเต่าผมจมน้ำ ทำให้ใช้น้ำมันไม่ได้ ยังโชคดีที่ยังสตาร์ทแก๊สติด
แต่ไฟแก๊สกระพริบตลอด ขับไปร้องไป แต่ก็ยังดีที่ยังยอมให้ผมขับไปถึงอู่ข้างบ้าน
เลยให้ช่างจัดการย้ายทุกอย่างไปไว้ใต้พวงมะลัย