3.6 Part ll : Dancing With The Devil

ในภาพเทอร์โบข้างบนที่ผมเอามาลง จะเห็นท่อน้ำมันเครื่อง ขนาดใหญ่สำหรับน้ำมันใหลกลับเข้าแคร้งเครื่อง หลังจากหล่อลื่นแกนเทอร์โบแล้ว โปรดสังเกตุความใหญ่ของมันด้วยครับ มันจึงจำเป็นต้องใช้ปั๊มน้ำมันเครื่องที่สามารถปั๊มน้ำมันเครื่องปริมาณมากๆ และมีแรงดันสูงๆ กว่าเครื่องธรรมดานะครับ
 
ตอนผมเป็นเด็กวัยรุ่น(ราวๆ 18 ปีก่อน ปี 2531) เพื่อนพ่อผมคือ อภิชาติ ฟุ้งลัดดา เอา 230 E ใหม่ๆ มาถอดเครื่องออก ใส่ วี แปดสูบ 4200 ซีซี ควบด้วย ทวินเทอร์โบ
เคยนั่งไปด้วย วิ่งได้ 270 แบบสบายๆ เรื่องความแรง ไม่รู้กี่แรงม้า แต่คงแรงกว่า 560 sel เยอะ เพราะเคยลองอัดกัน โดนทิ้งหายเลย
ถ้าสนใจเรื่องเทอร์โบ น่าจะลองโทรไปถามกับแก ผมว่าน่าจะได้คำตอบอะไรดีๆบ้างนะครับ
 
วันนี้โทรไปคุยกะพี่สี่มาเรื่องแอร์..เลยโดนเลคเชอร์มาชุดใหญ่..เกือบบรรลุเลย...อิอิ..ขอบพระคุณจากใจครับพี่

เรื่องน่าห่วงสุดคือแรงดันน้ำมันเครื่อง ถ้าจะเอาง่ายก็ขโมยเอาจากสวิทช์แรงดันเลย มันน่ากลัวอย่างที่พี่สี่ว่าคือไม่รู้ว่าแรงดันที่ไปเลี้ยงเครื่องมันจะตกไปขนาดไหน จะเปลี่ยนปั๊มใหม่ก็ไม่อยากยกเครื่องลง น่าจะมองหาปั๊มน้ำมันเครื่องไฟฟ้ามาปั๊มน้ำมันไปเลี้ยงเเกนเทอร์โบอีกหนึ่งวงแยกไปต่างหากเลยจะปลอดภัยกว่า เด๋วลองหาแนวทางดูก่อนว่าจะออกมาอย่างไรได้มั่ง

ต่อมาคือเรื่องกำลังอัด ถึงจะบูสท์ไม่มากแล้วก็ใช้แก็สเป็นหลักก็ไม่น่าไว้ใจ น่าจะลดให้เหลือซัก 9:1 ด้วยการเปิดฝาออกมาใส่ปะเก็นเหล็ก ลองมาคำนวนแบบมั่วดู..

กำลังอัดที่มีอยู่ตอนนี้เท่าไรไม่รู้ แต่น่าจะเกิน 10:1 เพราะใช้น้ำมัน 95 แต่ปรับไฟไปที่ 91 ม่ายงั้นมันเขก ไม่เป็นไร เด๋ววัดดูด้วยน้ำมันออโตลู้บได้

เอ้าลองดู...

ความจุกระบอกสูบตามสเปครวม 6 สูบ 3,588 cc
ความจุต่อสูบก้อหารด้วยหก ได้เท่ากับ 598 cc ต่อสูบ

ให้
Vc = ปริมาตรห้องเผาไหม้
Vs = ปริมาตรกระบอกสูบหรือปริมาตรที่กระบอกสูบดูดได้ในการชักหนึ่งครั้ง (กรณีของเราก็เท่ากับ 598 )

กำลังอัด = Vc / Vs + Vc

สมมุติว่ากำลังอัด 10:1 ลองหาดูว่าปริมาตรห้องเผาไหม้ต้องเป็นเท่าไร ( หา Vc )แทนค่าในสูตร

1/10 = Vc / 598 + Vc ถอดสมการออกมา

ได้ค่า Vc = 66.5 ได้มาหนึ่งค่าล่ะ..

ทำอย่างเดียวกัน จะได้ตัวเลขออกมาหยั่งงี้

กำลังอัด 11 : 1 ปริมาตรห้องเผาไหม้ต้องเท่ากับ 59.8 cc
กำลังอัด 10 : 1 ปริมาตรห้องเผาไหม้ต้องเท่ากับ 66.5 cc
กำลังอัด 9 : 1 ปริมาตรห้องเผาไหม้ต้องเท่ากับ 74.75 cc
กำลังอัด 8 : 1 ปริมาตรห้องเผาไหม้ต้องเท่ากับ 85.4 cc

สมมุติว่าตอนนี้กำลังอัดเท่ากับ 11:1 ต้องการลดเหลือ 9:1 ก็ต้องเพิ่มปริมาตรห้องเผาไหม้อีก = 74.75 - 59.8 = 14.95 cc หรือประมาณ 15 cc

ไปเพิ่มที่ไหนดี ขุดฝาหรือ เสริมปะเก็นให้มันหนาขี้น ....เอาเสริมปะเก็นละกัน...แล้วต้องหนาเท่าไรดีละ...ต้องคำนวนดู

ปริมาตรทรงกระบอก = Pi (r)^2 (h)

ปริมาตรที่ต้องการคือ 15 cc
Pi = 22/7
r คือรัศมี ก็คือขนาดลูกสูบเรา 8.99 cm หารสองก็เท่ากับ 4.495
^2 คือยกกำลังสอง
h คือความหนาที่ต้องการหา

ลองแทนค่าดู .......... 15 = (22/7) (4.495)^2 (h)

จะได้ค่าความหนาปะเก็นที่ต้องการ = 0.23 cm
หรือเท่ากับ 2.3 มิล ปะเก็นเดิมหนาประมาณ 1 มิล
เราก็ไปสั่งตัดปะเก็นเหล็ก 3.3 มิล (โห.. :roll:
icon_rolleyes.gif
...ไม่ถูกตรงไหนช่วยแย้งด้วยนะ
 
วันนี้ได้รับโทรศัพท์จากท่านผู้รู้ท่านหนึ่ง ท่านเป็นห่วงเครื่องตัวนี้น่ะ..อิอิ.. เลยโทรมาให้คำแนะนำหลายข้อ ขอขอบพระคุณมา ณ ที่นี้.. :twisted: :twisted: ..) แรงดันก็จะสะสมสูงขึ้นจนไปดันวาล์วโปโลให้เปิดเพื่อบายพาสน้ำมันเครื่องให้ไหลอ้อมไส้กรองไปเลย ม่ายงั้นต้องมีอะไรทะลักซักอย่างแน่ นี่แสดงให้เห็นว่าแรงดันน้ำมันเครื่องจะมีเหลือเสมอเมื่อถึงรอบเครื่องหนึ่ง ไม่งั้นจะมีวาล์วโปโลไปทำไม เพราะฉนั้น เรื่องแรงดันน้ำมันเครื่องจึงไม่น่าห่วง ขอรอดูผลการใช้งานหลังติดตั้งดูก่อน (กว่าจะรู้ว่าคิดผิดก็เครื่องพังพอดีมั้ง..อิอิ..)

อีกอย่าง ข้อเหวี่ยง 3.6 อันนี้มันแกะสลักมาจากเหล็กทั้งดุ้น มันแข็งกว่าพวกข้อเหวี่ยงทั่วไปที่ทำมาจากเหล็กหล่อ แบบว่าแข็งที่สุดแล้วอ่ะ ไม่ต้องไปห่วงมันมาก เกิดไรขึ้น ชาฟท์จะไปก่อนแน่ ไม่ต้องกลัว

ที่ว่ามานี่มันก็พอฟังได้ เลยต้องขอ "ไม่เข้าตาสี่" อีกทีนะครับพี่ ได้โปรดกรุณาอย่าถือสาว่าน้องไม่เชื่อฟังนะครับ..มันอยากลองน่ะครับพี่..พังเมื่อไร..จะมาให้พี่เขกกะบานถึงกะไดบ้านเลย..ภาษาเหนือเปิ้นอู้ว่า...ฮาบอกคิงแล้วววว....ยะหยังบ่าเจื้ออออออ..........อิอิ... :a13 :a13

2) เทอร์โบ SR20 น่าจะเหมาะสมดีแล้ว คิดง่ายๆว่า เทอร์โบใช้กับเครื่อง 2,000 เอามาใช้สองตัวกับเครื่อง 3,600 แบ่งครึ่งเป็นตัวละ 1,800 จะดีตรงที่ไอเสียมันจะได้ไม่อั้น เพราะถ้าขืนมันอั้น เครื่องมันก็จะร้อนน่ะสิ ถึงบูสท์มัน(อาจจะ)จะมาช้าไปซักหน่อยก็คงไม่ช้ามากขนาดสี่ห้าพันรอบ ราคาไม่แพง อะไหล่หาง่าย อีกอย่าง นี่ก็เป็นเพียง Pilot Project บูสท์น้อยๆขำๆ เพื่อทำความคุ้นเคยกับเทอร์โบให้มากขึ้น เพื่อพัฒนาไปหาของหนักต่อไปในอนาคต ไม่ได้จะบูสท์แบบเอาเป็นเอาตาย..ตัวนี้น่าจะโอเคน่า.. :lol:
 
สุดยอดเลยพี่เสก ผมชอบอ่านอะไรที่พี่เขียนมากๆ สนุกดี เหมือนทดลองวิทยาศาสตร์เลย
icon_razz.gif
ลุยเลยวัยรุ่น
 
จริงๆผมก็ไม่กล้าขัดใจพี่อยู่แล้ว
icon_lol.gif
เพียงแต่ท้วงว่า พี่ควรทำเครื่องให้รับกำลังบูทก่อนไม่ใช่รอให้เครื่องมันโวยวายก่อนแล้วค่อยมาแก้ภายหลังเท่านั้นเองคับ


ปั๊มน้ำมันเครื่องมีแรงดันเหลือเฟือที่รอบสูงก็ไม่เถียง แต่เราเป็นรถใช้งานที่ต้องติดไฟแดง หาใช่รถแข่งที่ไม่มีไฟแดงไม่ ทีนี้พอเครื่องเดินเบาแรงดันน้ำมันเครื่องจะตกมากไป ลำพังเครื่อง 103 ธรรมดาก็มีแรงดันน้อยที่รอบต่ำจนขึ้นชื่อ แล้วนี่พี่ยังต้องแบ่งน้ำมันเครื่องไปเลี้ยงแกนโบฯอีก แรงดันยิ่งตกไปอีกนิดนะพี่ เอาตัวอย่างของจริงของคนแถวนี้ ใช้ปั๊มน้ำมันเครื่องเก่าอายุแค่ 2แสนโล พวกยังเล่นซะชาร์ปใหม่ๆแยกชิ้นไปเลย ต้องใส่ปั๊มใหม่เอี่ยมให้ถึงได้วิ่งซนจนทุกวันนี้ ทางออกสำหรับพี่ ต้องเปลี่ยนปั๊มใหม่ก่อนพังซิพี่ ส่วนจะเป็นปั๊มของ 103ใหม่ๆ หรือ 104 ใหม่ๆก็ต้องถามอู่เขาดูว่าเอาของ 104 ที่ให้ปริมาณน้ำมันและแรงดันมากกว่า 103 มาใส่ได้ป่าว ปั๊มใหม่ตัวนึงไม่แพงเลย มันจะช่วยป้องกันชาร์ปพังได้ดีขั่นนึงนะพี่

หรือเอาผ้มเป็นตัวอย่างก็ได้ เครื่องธรรมดาแท้ ใส่ชาร์ปใหม่ๆ ยังใช้ได้แค่ปีเดียวเอง เพราะไม่ได้เปลี่ยนปั๊มฯด้วย

ข้อเหวี่ยงอันเท่าซุงของพี่ ผ้มก็ไม่กลัวว่ามันจะพัง แต่เกรงว่าชาร์ปมันจะอยู่ไม่ยืดน่ะพี่

พี่จะบูทน้อยๆ พอหอมปากหอมคอก็แล้วแต่ .... ขอแต่ทำอินเตอร์ให้ดี ให้อากาศเข้าเครื่องมันเย็นที่สุด แล้วที่จะได้กำลังตามฝัน แต่ปัญหาที่ตามมาจะน้อยลงด้วยคับพี่
 
สงสัยพี่ได้ลอง Pilot Project ในเร็ววันนี้แน่เพราะมีข้อมูลเพิ่มขึ้นทุกวันแลย ผมว่าอีกไม่นานพี่เสกสามารถรวมเล่มเกี่ยวกับการ Modify ได้แล้วครับ เผื่อจะได้มีทุนไปทำรถต่อไป ถ้าจะทำรวมเล่มจริงผมขอจองเอาไว้ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมด้วยนะครับ

ขอเป็นอีกหนึ่งแรงใจนะครับ
 
หนูขอพูดก่อนเลยได้เปล่าคะ...
...
...


...ฮาบอกคิงแล้วววว....ยะหยังบ่าเจื้ออออออ....

พี่อ่ะ...อยู่เฉยๆ มั่งไม่เป็นรึไง...
ไอ้เครื่องตัวนี้พี่ยังไม่ค่อยจะได้ชื่นชมเลย หาอย่างอื่นมาเล่นอีกแล้ว
เดี๋ยวได้เจ๊งกะบ๊งกันพอดี

เฮ้อ.อ.อ......พี่เนี่ยน๊า.....ไม่รู้จะคึกอะไรกันนั๊กกันหนา...
คิดดีๆ นา...หนูรู้คะ...ของอย่างงี้มีตังส์อย่างเดียวไม่ได้...
แต่พี่ลองคิดดูดีๆ นา...
...
...
หนูไม่เชียร์เลย..
ไม่เอาใจช่วยด้วย...
...ไม่แช่งก็บุญแล้ว....



เฮ้อ.อ..อ.อ.อ....
...แล้วจะแวะมาเยี่ยมบ่อยๆ แล้วกันนะ...
 
อย่างพี่เสกนี่น่าจะไปออกช่อง 9 อ่ะคับตอนค่ำๆของวันพฤหัสอ่ะคับ
รายการอารายน๊า........... อ่า ฉลาดสุดๆอ่ะคับ มันส์ดี
icon_biggrin.gif
 
เห็นความตั้งใจคุณเสกที่จะพัง..เอ๊ย โมเครื่องแล้วประทับใจมาก
ขอฝากข้อห่วงใยไว้ให้พิจารณาในฐานะที่เคยอัดเครื่องวอลโว่ B 23 T
จนลูกสูบกระจายโดยบูสท์แค่ 1.2 Bar!!!

1) การลดแรงอัดที่จะใช้ปะเก็นเหล็กหนา 3.3 มิล หรือประมาณ 1 หุน
จะทำให้โซ่ราวลิ้นตึงมาก ถ้าแก้ด้วยการปรับ chain tensioner ก็จะทำให้
cam timing เพี้ยนไปมาก

2) ถ้าเลือกการขุดห้องเผาไหม้รับรองผนังบางจ๋อย ยิ่งเจอบูสท์ก็...กระจาย

3) ถ้าจะปาดลูกกระเดือก..เอ๊ย ลูกสูบก็จะทำให้ผนังด้านบนบางเนื่องจากต้อง
เอาออกหลายมิล รับรองกระจายแน่นอนเช่นเคย

4) ทางสุดท้ายแต่ยังไม่ใช่วาระสุดท้ายคือ หาลูกสูบที่ deck ต่ำกว่าเดิม
คือระยะระหว่างสลักลูกสูบถึงด้านบนของลูกสูบ น่าจะลองหาลูกสูบเบนซ์ดีเซล
เพราะทนเป็นแรด หรือไม่ก็สั่งทำลูกสูบ forge จาก USA ซึ่งมี 1 ท่านที่ได้ทำ
เป็นตัวอย่างแล้ว ผมว่า block แตกแล้วลูกสูบยังไม่พังเลย!!

5) ปั๊มน้ำมันเครื่องต้องเปลี่ยนแน่นอน อาจเอาของ 104 หรือ 112 มาแก้เอา
ท่อกลับต้องโตเพราะน้ำมันเครื่องโดนปั่นด้วยแกนน้องโบเป็นแสนรอบจะเหมือน
whipped cream เป็นฟองฟ่อด ท่อเล็กๆระบายไม่ทัน อย่าลืมเจาะรูที่ sumpไว้ด้วย

6) หอยเล็กสองตัวย่อมดีกว่าหอยใหญ่หนึ่งตัว ผมว่าทุกคนคงยอมรับในข้อนี้
turbo lag น้อยลงแน่ๆ

7) intercooler ควรอยู่หน้ารังผึ้งแอร์ แต่เตรียมตัวแก้โรคเป็นไข้ตัวร้อนไว้แต่เนิ่นๆ
ถ้าไม่มีทางเลือกก็ต้องหันมาใช้แบบ heat exchangerหล่อน้ำ แต่ไม่ใช่น้ำหล่อเย็นเครื่องนะครับจะร้อน 90 องศา ต้องมีหม้อน้ำเล็กและมีปั๊มไฟฟ้าแยกอีกชุด

อ่านแล้วขอให้หลับสบายและฝันดีนะครับ
 
...โอยๆๆๆๆๆ...มันจะไปกันใหญ่แล้ว..แค่เก็บข้อมูลมาบันทึกไว้หน้าเว็บเอง ไม่ได้กำลังจะค้นพบยารักษาโรคเอดส์ซะหน่อย...จามายกยอปอปั้นกันขนาดนี้ได้งัย..อายเค้าน่า..ความรู้แค่หางอึ่ง...อิอิ... :lol:

...ให้เขียนตำรางี้...อืมม์..ไม่เลว..เอาเป็นตำรายักยอกเงินเมียมาทำรถน่าจะเข้าท่ากว่านา..
....ให้ไปออกรายการฉลาดสุดๆงี้..ถ้ามีรายการโง่สุดๆหรือบ้าอิ๊บอ๋ายเมื่อไรผ้มอาจจาลองไปสมัครดู..อิอิ.. :a22

บ้างก็เข้ามาส่ายหัว..ม่ายพอ..ทวงบุญคุณที่ไม่แช่งอีก..ผ้มละซึ้งใจเจงงๆ... :evil: ...เราไม่สน...จะมันส์ซะอย่าง..อิอิ.. :n29 ..ร่อแร่..ร่อแร่..:n29 ...ชู่ววว..ไปขับเครื่องกระป๋องตองหนึ่งไป๊...:n29 ..ร่อแร่..ร่อแร่..:n29


อิอิ..ความจริงเเล้วขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมครับ.. :a27
 
ขอบคุณพี่สี่และพี่บั๊กที่มาช่วยครับ..ถ้าโปรเจคนี้มัน NO GO ก็ถือว่าเมาท์กันมันส์ๆละกัน..

อยากจะมีเงื่อนไขซักข้อคือ ไม่อยากยกเครื่องลงมารื้อไรต่อมิไรข้างในน่ะครับ กลัวมันช้ำ..อิอิ..(แต่ดันไม่กลัวพัง..มันยังไงเนี่ย :lol:

เพราะฉนั้น เรื่องแรงดันน้ำมันเครื่องขอไปตายเอาดาบหน้าละกันครับ.. :lol: ...เค้ายังยัดกันเข้าไปทุกยี่ห้อเรยอ่ะ..ทำไมเบนซ์เราจะทำไม่ได้... :lol: ขุดฝานี่คงไม่เอาแล้วล่ะครับ ขุดไปรอบนึงแล้ว ฝาเครื่องนี้มันไม่เหมือนใครด้วย ขัดพอร์ทมาแล้ว วาล์วไอดีก็ใหญ่ยักษ์ แคมก็ทู่ๆ มันหาไม่ได้อีกแล้ว ถ้าโบไม่เวิร์คเด๋วกลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้
:lol: ลูกสูบที่หลังคาต่ำกว่านี่ยังหาไม่เจอเลยครับ ถ้ามีใส่ไปตั้งแต่คราวที่แล้ว
:a22

เรื่องโซ่ราวลิ้นตึงขึ้นอีกสามมิลนี่ยังไม่เคยคิดเลยครับ เป็นประเด็นใหม่ที่นึกไม่ถึงจริงๆ ขอบคุณพี่มากเลยครับ ถ้าจะต้องเปิดฝาใส่ปะเก็นหนาเมื่อไรต้องทำการบ้านเรื่องนี้อีกที..

ส่วนเรื่องหอยเล็กสองตัว กะอินเตอร์น้ำแยกรังผึ้งนี่อยู่ในแผนอยู่แล้วครับ...

ท่านใดมีอินพุทใดๆ จะช่วยกรุณามาแชร์กันแบบนี้จะเป็นพระคุณอย่างยิ่งครับ.. :a27
 
..ต่ออีกหน่อยเด่ะ..เรื่องน้ำมันเครื่องที่ไปเลี้ยงเทอร์โบ..

เอาน้ำมันออกจากสวิทช์แรงดันน้ำมันเครื่องน่ะแหละ ทำเป็นสามทางแยกออกมา ต่อสายไปเข้าแกนเทอร์โบ ไม่มีปัญหา..

อีตอนจะเอามันกลับเครื่องนี่ยังหาทางไม่เจอ มันมีเงื่อนไขสองอย่างคือ
:evil: ต้องไม่จุ่มอยู่ในน้ำมัน ในแครงค์น้ำมันเครื่อง มันจะไหลลงยาก ต้องให้ปลายมันโล่งๆ น้ำมันจะไหลกลับได้ดีกว่าเยอะ..ปลอดภัยกว่า

ตอนนี้ยังหาที่เจาะรูให้มันกลับยังไม่ได้เลย..

ท่านใดมีไอเดียช่วยคิดหน่อยครับ.. :idea:
icon_idea.gif
....มาช่วยหน่อยเร้ววว..
 

Attachments

  • MiTAC Mio 168.jpg
    MiTAC Mio 168.jpg
    4.7 KB · Views: 582
ควรหาเทอร์โบที่แกนมีน้ำหล่อเย็นด้วยจะทำให้น้ำมันเครื่องเย็นขึ้น และควรติดตัวหอยให้ห่างจากเครื่องอย่างน้อยสองนิ้วจะทำให้หอยไม่ร้อนมากเกินไป มิฉนั้นน้ำมันเครื่องจะใหม้เร็วกว่าเวลาอันควร ต้องหา oil cooler ดีๆมาช่วยระบายความร้อนหน่อย เรื่องความดันน้ำมันเครื่องนั้นหอยไม่ชอบความดันมากเท่าไร ที่รอบเดินเบาเครื่องร้อน หอยจะต้องการความดันไม่ต่ำกว่าเพียง 5 psi เท่านั้น และที่ Max load จะต้องการเพียงไม่ต่ำกว่า 25 psi เท่านั้น แต่ถ้าความดันน้ำมันเครื่องสูงเกิน 65-70 psi เมื่อใด น้ำมันเครื่องจะทะลักผ่านซีลเข้าไปในแกนหอย จะเกิดอาการควันออกตูดทันที :)

เรื่องกำลังอัดนั้นไม่ต้องเป็นห่วง ถ้าอยากแรงมากๆคงต้องปรับแน่ ดูจากตำราที่มีอยู่บอกว่า ถ้าคิดว่าใช้น้ำมัน 95 เนี่ยถ้ามีกำลังอัดแตนๆประมาณ 9.2:1 จะบูสได้ไม่เกิน 8 ปอนด์ แต่ถ้ากำลังอัดเป็นแถวๆ 10 จะบูสได้ไม่เกิน 5 ปอนด์กว่าๆ และถ้ากำลังอัดเป็น 11 จะบูสได้สูงสุดแค่ 3 ปอนด์เท่านั้น(คงไม่พอยาไส้ :twisted:

: ความรู้จากหนังสือ Maximum Boost ของ Corky Bell
 
ถ้ากำลังอัดเป็น 11 จะบูสได้สูงสุดแค่ 3 ปอนด์เท่านั้น(คงไม่พอยาไส้ ) ทั้งนี้จะต้องมีอินเตอร์คูลเลอร์เจ๋งๆมาระบายความร้อนให้อากาศด้วยนะครับ ไม่งั้นน้อคระบิดเถิดเทิง


งี้ พี่เสกก็บูทได้แค่ 1.5 ปอนด์ดิ :cry:
icon_cry.gif
 
...โห..ในที่สุดพี่มานิตย์ก็มาได้ตามคำเรียกร้อง..ขอบคุณครับพี่ :a27

ว่าแต่ว่า หมู่นี้ไม่ค่อยเห็นทางหน้าบอร์ดเลยนะครับ ผมว่ามีคนคิดถึงพี่หลายคนอยู่นา.....อิอิ.. :n28 ..หมู่นี้โดนบังคับให้ดูละครน้ำเน่าบ่อย..แรมพิศวาศงี้..อิอิ) เชื้อเพลิงหลักคือแก็สที่มีออคเทน 110 อยากจะรบกวนพี่มานิตย์ช่วยเปิดตำราอีกทีว่า ถ้ากำลังอัด 11 คู่กะแก็สออคเทน 110 เนี่ย มันจะบูสท์ได้ซัก 8psi มั้ยครับ

ส่วนเรื่องเทอร์โบที่แกนมีน้ำมาเลี้ยงด้วยเนี่ย มีท่านผู้รู้ได้แนะนำไว้ว่า ไม่น่าใช้ เพราะน้ำที่ไหลกลับจากเทอร์โบเนี่ยมันจาร้อนจัด จนอาจทำให้เครื่องร้อนจัดได้ เพราะไหนจะต้องรีบระบายความร้อนจากการจุดระเบิดทีได้ปริมาณความร้อนมากกว่าเดิมๆแล้ว ยังต้องมาช่วยระบายความร้อนของน้องโบอีก มันจะไม่ไหวเอา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มันคงต้องสังเกตุจากการใช้งานจริงดูอีกที

เทอร์โบ SR นี่ก็ไม่รู้มันมีรูน้ำด้วยอ้ะเปล่า ลูกนึงประมาณสามพันสี่พัน ผมเลยตัดสินใจว่าไม่เสียดายเทอร์โบครับ พังช่างมัน เอาเครื่องไว้ก่อน...อิอิ...
 
ถ้าให้สะใจแบบพี่สี่ว่า คือบูสท์กันแถวๆ 15 ปอนด์ละก็จะต้องลดกำลังอัดเหลือ 6 กว่าๆเท่านั้น ซึ่งตอนนั้นปริมาตรห้องเผาใหม้อาจไปเท่ากับเครื่อง 4,000 cc ไปแล้วก็ได้ แต่ก็คงต้องเปลี่ยนใส้กันอุดตลุด ไม่งั้นมันคงจะกระจายในไม่ช้า 8)

เมื่ออากาศเพิ่มน้ำมันก็ต้องเพิ่มด้วย ไม่งั้นส่วนผสมบางเครื่องจะร้อนจัด โดยใช้ Wide band O2 มาช่วยจูนส่วนผสมให้ได้ที่ก่อน(O2 sensor ธรรมดาอาจใช้ไม่ได้เพราะจะทำงานได้ดีเป็นย่านแคบๆเท่านั้น ถ้าส่วนผสมผิดไปมากจะอ่านได้แต่เพียงว่าหนาหรือบางเท่านั้น จะจูนยาก) การเพิ่มน้ำมันเชื้อเพลิงทำได้หลายวิธี เช่นการติดหัวฉีดเพิ่มให้ฉีดเฉพาะเมื่อบูสท์หนักๆ สำหรับ K Jet ถ้าบูสท์ไม่มากนักอาจปรับได้หลายจุด เช่น เพิ่มความดันของน้ำมันโดยใช้ Pressure Regulator ที่ให้ความดันสูงกว่าเดิม ,เปลี่ยนหัวฉีดให้มีสปริงอ่อนลง , ปรับวาวล์รถถัง(ถ้ามี)ฯลฯ
icon_smile.gif
 
พักนี้มัวแต่ยุ่งอยู่กับเรื่องย้ายบ้าน ก็เลยลดความถี่ในการเข้าเวบไปหน่อย ต้องขออภัย :-D ) ความหวังที่มันจะระเบิด..เอ้ย มันส์ระเบิด ก็กลับมาส่องประกายเจิดจ้าอีกครั้ง :shock:
 
Back
Top