3.6 Part ll : Dancing With The Devil

เทอร์โบ SR นี่ก็ไม่รู้มันมีรูน้ำด้วยอ้ะเปล่า ลูกนึงประมาณสามพันสี่พัน ผมเลยตัดสินใจว่าไม่เสียดายเทอร์โบครับ พังช่างมัน เอาเครื่องไว้ก่อน...อิอิ...

อูย..พี่เสกครับ ถ้าโบพังเพราะแกนมันติดเนี่ย น่ากลัวว่าจะเกิด vibration ทำไบ crack หลุดเข้าเครื่องสิครับพี่
 
จริงๆแล้วระบบ K-Jet เหมาะกับเทอร์โบมากเพราะ Porsche ใช้กับรุ่น Turbo
อยู่ตั้งแต่ปี 75 จนถึงปี 80 ปลายๆ Volvo ก็ใช้อยู่เป็น 10 ปี ก่อนจะเป็นรุ่น 850T

แต่จะเอาแก็สด้วยนี่มันทำให้ชีวิตคุณเสกและ M 103 ลำบากมากขึ้นแยะ :wink:
 
อ้ายเจ้า บราบัสของผมนี้ตอนเข้ามามันมาเป็น short block น่ะครับพี่บั๊ก ไม่มีชุดเคเจ็ทกับกล่องมาด้วย ที่ขับมันส์ในระดับหนึ่งตอนนี้มันใช้ชุดระบบจ่ายเชื้อเพลิงของ 300E ไม่ใช่ 3.6 ถ้าไม่จูนให้มันหนาไว้ก่อนนี่ตอนรอบจัดมันจะบางจนเขก ระบบจ่ายเชื้อเพลิงตอนนี้จึงถือว่ายังไม่สมบูรณ์เท่าไร

ส่วนอ้ายระบบแก็สที่จะไปติดอาทิตย์หน้านี่ มันมีกล่องซึ่งสามารถจูนให้หนาบางได้ตามความต้องการของเครื่อง จูนด้วย wide band oxygen sencor จึงเชื่อว่าจะจ่ายเชื้อเพลิงได้แม่นกว่า เคเจ็ทของเครื่อง 3.0 บนเครื่อง 3.6 น่ะครับ

ช่วงนี้ช่อง CINEMAX กำลังเล่น STARTREK ทุกวันช่วงสองทุ่ม กับตันเคิร์กมักจะพูดเสมอว่า จงกล้าไปในที่ที่ไม่มีใครเคยไปมาก่อน ...อิอิ..ผมว่า โปรเจคนี้มันประมาณนี้เลย...เท่ห์มั้ยพี่.. :lol: :twisted:
icon_twisted.gif


ความจริงเคยมีประสบการณ์กับเทอร์โบมาสองคัน คือ Sirius Turbo ใน แลนเซอร์กล่องไม้ขีด เมื่อสิบกว่าปีก่อน กะ วอลโว่ 960 Turbo คันก่อนหน้า เพียงแต่ไม่ได้เล่นกับมันมากเท่าไร เพราะไม่มีพวกเหมือนตอนนี้น่ะครับ ยังติดใจตอนที่บสท์มาแล้วรถมันเหมือนกระโจนออกไปเรยน่ะ..มันส์จริงๆ..
 
เห็นน้องโว่ของพี่เสกแล้วนึกถึงความหลังจริงๆ
เครื่องคุณเสกเป็นเครื่อง B230FT เป็นเครื่องรุ่นหลัง ใช้ฝาสูบเรียบ หัวลูกสูบเป็นหลุมใช้เป็นห้องเผาไหม้ ลูกสูบหนักโคตร พอๆกับลูกสูบรถแลนด์ฯสมัยก่อน จะไม่สู้รอบสูงเหมือนรุ่น B23T ที่ผมเคยใช้ ทั้งสองรุ่น TORQUE ดีมากๆว่ากันว่าเครื่องรุ่นนี้วิ่งด้วย TORQUE ไม่ได้วิ่งด้วยแรงม้า!!

ถ้าคุณเสกยังอยากเล่นกับ K Jet ใน M 103 ต้องไปหา Warm up regulator ที่หน้าตาคล้ายๆวาล์วรถถัง ต้องหารุ่นของ Volvo Turbo หรือ Porsche Turbo รุ่น K Jet มันจ่ายน้ำมันได้เกิน 200 ม้าสบายๆ ถ้าให้มันไปกว่านั้นต้องหาชุดฝักบัวของน้องปอร์ฯ รุ่น 911 เทอร์โบซึ่ง calibrateไว้ราวๆ 300 ม้า รับรองกระฉูดแน่นอนครับ

ถ้าผมเป็นคุณเสก(ซึ่งจริงๆไม่ได้อยากเป็นเท่าใดนัก!) จะแกะชุด K ทิ้งให้หมดแล้วเอา L Jet มาลงแทน ผมเคยเห็นเบนซ์ทับ 8 ของคุณชาญชัยที่ซ่อมวอลโว่แถวๆหลังวัดลาดพร้าวแกเอา L Jet มาใส่ วิ่งระเบิด กินน้ำมันน้อย ถ้าคิดจะลงแก็สก็ง่ายมากๆ

ลองนอนคิดและตัดสินใจก่อนทำ แต่ห้ามปรึกษาคนข้างๆนะครับ จะมีปัญหามากๆ ขอบอก
icon_lol.gif
 
Small world จริงๆครับพี่บั๊ก !!..พี่ชาญชัยเป็นก๊วนกอล์ฟของผมเอง ที่กัดกันทุกวันอาทิตย์ ไม่รู้ว่าพี่บั๊กเป็นนักขุดดินรึเปล่า ถ้าเป็นมาจอยได้ทุกวันอาทิตย์ 8.30 น.ที่สนามเพรสซิเดนท์ ขอเรียนเชิญเลยครับ มีหวังได้ฝอยกันมันส์..
icon_lol.gif


เมื่อเช้านี้ยังถามแกว่า วอลโว่มีรุ่นไหนเป็นเครื่องเทอร์โบ ลูกสูบไซส์ 90 มิลมั่งอ้ะเปล่า จะได้ยืมมาใส่เครื่องบราบัสได้..

เคยเห็นทับแปดของแกแล้ว สภาพเจ๋งจริงๆ แต่ผมยังไม่ประทับใจ หัวฉีดบีเอ็มที่แกเอามาใส่เท่าไร....

..กล่องแก็สที่จะไปใส่อาทิตย์หน้านี้ น่าจะมีความยืดหยุ่นในการปรับจูนมากกว่า เพราะคิดค้นโดยนักวิจัยของ NECTEC คนไทยเราเอง สามารถปรับแต่งได้เองไปถึงระดับซอฟ์ทแวร์เลยล่ะครับ..
 
นั่งเสิรช์อินเตอร์เนทอยู่หลายวัน วันละนิดละหน่อย เรื่องของอินเตอร์คูลเลอร์ อ่านจนเเทบจะหลับคาจอ.. :lol: ประสิทธิภาพสูงสุดของอินเตอร์คูลเลอร์ที่สูงสุด 100% ในทางทฤษฎี คือ ทำให้อุณหภูมิอากาศที่เข้าห้องเผาไหม้เท่ากับ อุณหภูมิแวดล้อม -Ambient temperature ไม่มีทางสูงกว่านี้ได้ถ้าไม่ใช้อุปกรณ์ทำความเย็นพิเศษ(ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีอุปกรณ์ใดเหมาะกับงานนี้) ทั่วไปที่ทำได้ทุกวันนี้คือ 70% ก็เจ๋งมากแล้ว สมมุติว่าอุณหภูมิตอนเที่ยงวันเท่ากับ 40 องศา อินเตอร์ดีๆ จะทำอุณหภูมิอากาศหลังเทอร์โบเย็นสุดๆ ได้ประมาณ 60 องศา ซึ่งก็นับว่าเย็นมากแล้ว
:lol: อินเตอร์น้ำ(หมายถึงแบบที่มีรังผึ้งระบายความร้อนเป็นของตัวเอง)ลดอุณหภูมิอากาศได้ดีกว่าอินเตอร์อากาศแต่ยุ่งยากกว่า แบบอากาศเป็นที่นิยมมากกว่าเพราะยุ่งยากน้อยกว่า ไม่ต้องมีการดูแลรักษา แต่ใช้พื้นที่มาก ไม่เหมาะกับ 124 เราเท่าไร
:lol: ต้องมีปั้มไฟฟ้าที่จะปั้มน้ำไประบายความร้อนที่รังผึ้งที่ปั้มน้ำได้ประมาณ 15-30 ลิตรต่อนาที ปั้มนี้อาจควบคุมด้วยบูสท์สวิทช์หรือเทอร์โมสวิทช์
icon_lol.gif
ต้องมีถังพักน้ำ เพื่อตรวจสอบระดับน้ำ
 
เสก said:
บ้างก็เข้ามาส่ายหัว..ม่ายพอ..ทวงบุญคุณที่ไม่แช่งอีก..ผ้มละซึ้งใจเจงงๆ... :evil: ...เราไม่สน...จะมันส์ซะอย่าง..อิอิ.. :n29 ..ร่อแร่..ร่อแร่..:n29 ...ชู่ววว..ไปขับเครื่องกระป๋องตองหนึ่งไป๊...:n29 ..ร่อแร่..ร่อแร่..:n29



...เฮาบอกคิงแล้วววว....ยะหยังบ่อเจื้อ..ออ.อ..อ..อ....

ร่อแร่...ร่อแร่....แบร่ร.ร.ร..ร....
 
วันนี้ส่งเข้าช๊อป NECTEC ไปติดแก็สแล้ว..พรุ่งนี้หรือมะรืนคงออกมาแร่ดได้... 8) ขนาดรูทางเข้าอย่างน้อย 3.2 มิลเองอ่ะ
8) ไม่น้อยกว่า 0.7 bar หรือประมาณ 10 psi ที่รอบเดินเบา
icon_cool.gif
คิดที่อุณหภูมิน้ำมันเครื่องต่ำกว่า 130

อุณหภูมิน้ำมันเครื่องในเครื่อง NA ปกติประมาณ เก้าสิบกว่า ใส่โบอาจสูงกว่านี้แต่ก็ไม่น่าถึง 130 แปลว่ามันน่าจะหนืดกว่าเพราะอุณหภูมิต่ำกว่าที่กำหนด เมื่อปั้มน้ำมันเครื่องหมุนเท่ากัน น้ำมันหนืดก็จะได้แรงดันสูงกว่า..น่าจะเบาใจไปได้อีกหน่อย เรื่องแรงดันน้ำมันเครื่อง
 
โอ้โห แรงใจ แรงหนับหนุน เยอะน่าดูเลย โปรเจคนี้

ไม่ลุยก็ไม่รู้จะว่าไงแล้ว คำสิงห์ โม้ไม่ได้
icon_lol.gif
 
..หวัดดีคับพี่หมง..ไม่เจอเป็นเดือนแล้วนะเนี่ย..รถไม่เสียบ้างเลยหรือไงครับ..หรือวีซ่าขาดถาวรล่ะครับ...อิอิ... :lol:

ขอบคุณพี่มานิตย์ครับ ลิงค์ที่ให้มาทำให้เห็นไรต่อไรชัดขึ้นมากเลยครับ...

วันนี้เอาปั้มฮีตเตอร์ที่ถอดออก มาลองดูยังเวิร์คดี น้ำแรงดีใช้ได้ แต่ไม่ได้วัดโฟลว์ว่าเท่าไรเพราะอุปกรณ์ไม่พร้อมเท่าไร ดูแรงน้ำที่พุ่งออกจากท่อมาแล้วใช้ได้เลย

ยังขาดเทอร์โมสวิทช์แบบปรับได้ ไว้สั่งให้มันทำงาน ใครอยู่ใกล้บ้านหม้อมั้งเนี่ย..อิอิ..
icon_lol.gif
 
เสก said:
ยังขาดเทอร์โมสวิทช์แบบปรับได้ ใครอยู่ใกล้บ้านหม้อมั้งเนี่ย..อิอิ.. :-D
 
เสก said:
..หวัดดีคับพี่หมง..ไม่เจอเป็นเดือนแล้วนะเนี่ย..รถไม่เสียบ้างเลยหรือไงครับ..หรือวีซ่าขาดถาวรล่ะครับ...อิอิ... :lol:

.. :lol: :lol:
 
..เพิ่งได้รถคืนมาจากติดแก็สหัวฉีดตะกี้นี่เอง..ปล้ำกันจนดึกจนดื่นอ่ะแหละ..หลังจากตาไอซ์ ผู้ดำเนินการเอารถไปดองซะหลายวัน..อีมัวแต่ไปปล้ำกะรถเมล์อยู่นั่นแหละ..:evil: ..เด๋วต้องจ่ายเงินช้าซะให้เข็ด..อิอิ... :twisted: ..

ยังจูนหาตารางแม็บที่เหมาะสมได้ไม่สมบูรณ์ เนื่องด้วยข้อจำกัดเรื่องเวลา จูนแค่พอวิ่งได้ก่อน คนจูนบอกว่าจูนไปได้แค่ถึงเกียร์สอง รอบเดินเบาก็เอาหนาบึ๊กไว้ก่อน กลัวเบาดับ ปลายก็ตั้งแบบกะๆเอาไปก่อน กว่าคนจูนจะว่างอีกทีก็ต้องวันอังคารนู่น..

มีกล่องตัดการทำงานของฝักบัว ที่เราเรียกกันว่ากล่องตัดเคเจ็ทใส่ให้ด้วย ออกแบบโดยคนคิดค้นกล่องสมองนั่นแหละ ไม่รู้ว่าไส้ในต่างจากกล่องตัดเคเจ็ทที่มีขายกันทั่วไปอย่างไรเหมือนกัน โดยให้ปั๊มติ๊กทำงานตลอด ขณะใช้แก็ส ผลที่ได้คือ สตาร์ทด้วยน้ามันได้ทันทีหลังจากดับเครื่องด้วยแก็ส ไม่ต้องลากยาวเหมือนตอนใช้วาริแล้วตัดปั๊มติ๊กแล้ว เพราะจะมีน้ำมันเต็มฝักบัวตลอดเวลาที่ใช้แก็ส อันนี้เจ๋งมาก

ลองวิ่งดูแล้วมีแววดีมาก ที่บอกว่าจูนได้ถึงเกียร์สองนั่น ลากรอบไปได้สุดๆและดึงดี หากได้จูนละเอียดอีกทีครบทุกย่านรอบเครื่องน่าจะออกมาโอเค และควรจะวิ่งดีกว่าน้ำมันด้วยเพราะทีนี้ จ่ายเชื้อเพลิงได้แม่นยำกับความต้องการของเครื่องแล้ว

รอบเดินเบายังไม่เนียนนิ่ง เพราะยังจูนแบบหนาไว้ก่อนอยู่ ลองขับไปแล้วประมาณ 40 กม. ยังไม่ปรากฎอาการเบาดับหรือสำออยใดๆ

มีอาการแปลกๆอยู่หนึ่งอย่างคือ ตอนที่วิ่งอยู่รอบต่ำๆ แบบคลานๆ แล้วลงคันเร่ง มีอาการเหมือนมันต้องหยุดคิดประมาณเสี้ยววินาที แล้วรถถึงจะกระตุกพุ่งออกไป ไม่เป็นไร..เด๋วค่อยว่ากัน

หลังจากจูนละเอียดได้ที่แล้วค่อยมาแจ้งอีกที แต่มีแววดีมากครับ... :lol: ตอนนี้ใช้แบบ Open Loop ไปก่อน อันนี้ไม่เกี่ยวเรื่องความแรง แต่จะเสียแก๊สส่วนเกินจากการจูนให้หนาไว้ก่อนน้อยลง จะได้ความประหยัดมากขึ้น..(ลิตรละสิบบาทยังจะประหยัดอีกแน่ะ..อิอิ.. :twisted:

ถามว่าจะเอากล่องมาสั่งหัวฉีดน้ำมันอีกชุดจะได้หรือไม่ คำตอบคือได้อีกนั่นแหละ แต่ต้องมีกล่องให้มันอีกใบ พร้อมกับต้องเขียนซอฟท์แวร์เพิ่มเติมให้มันสามารถสั่งงานตัว ISC ได้ด้วยก็เป็นอันจบข่าว หมดห่วงเรื่องรอบเดินเบา สามารถถอดชุดแอร์โฟลว์ ปากกระโถน วาล์วรถถัง ออกได้เลย(ขายกินได้อีกหลายตัง..อิอิ.. :lol: :lol:
 
เสก said:
รอบเดินเบายังไม่เนียนนิ่ง เพราะยังจูนแบบหนาไว้ก่อนอยู่ ลองขับไปแล้วประมาณ 40 กม. ยังไม่ปรากฎอาการเบาดับหรือสำออยใดๆ
แล้วตกลงว่าหลอกสัญญาณแอร์โฟลว์ให้ด้วยรึปล่าว


เสก said:
มีอาการแปลกๆอยู่หนึ่งอย่างคือ ตอนที่วิ่งอยู่รอบต่ำๆ แบบคลานๆ แล้วลงคันเร่ง มีอาการเหมือนมันต้องหยุดคิดประมาณเสี้ยววินาที แล้วรถถึงจะกระตุกพุ่งออกไป ไม่เป็นไร..เด๋วค่อยว่ากัน
เป็นดีเลย์ที่หัวฉีดทำงานตามแม๊ปเซนเซอร์ น่าจะต้องทำบูสต์อ๊อพชั่นเหมือนในชุดแลมด้าคอนโทรลของแก๊สมิ๊กเซอร์


เสก said:
เฟสต่อไปคือการเขียนซอฟท์แวร์ให้กล่องสั่งการทำงานแบบ Close Loop คือมี O2 sensor มาคอยสั่งให้จ่ายบางลงเมื่อเชื้อเพลิงหนา กำลังจะทำได้เร็วๆนี้แหละ เด๋วมาอัพเกรดทีหลังเอาได้ ..เจ๋งป่ะ.. :lol: )
เฟสนี้คงอีกน๊าาาาานนาน หรือประเภทหลอกให้รอ


เสก said:
เฟสต่อไปอีกคือการเปลี่ยนลิ้นปีกผีเสื้อ ที่มีขนาดเท่าเดิม แต่สามารถส่งสัญญานบอกองศาการเปิดมากน้อย ไปให้กล่องได้ (ลิ้นปีกของ 103 มีแค่สัญญานเปิดกะปิด บอกเปิดมาก เปิดน้อยไม่ได้) ก็จะได้อินพุทเพิ่มอีกหนึ่งอย่าง ทำให้การสั่งจ่ายแก็สแม่นยำขึ้นไปอีก..อิอิ..ชักมันส์มั้ยล่ะ...
icon_twisted.gif
ไม่เห็นต้องเปลี่ยนลิ้นปีกเลย ระยะแกนหมุนของเดิมประมาณ 1/4 รอบ สามารถเอามาหมุนหรือเลื่อน Potentiometer ได้เลย


เสก said:
ความล่าช้าในเรื่องแก็สนี่ทำให้โปรเจรเทอร์โบชักลูกผีลูกคน เพราะมีเวลาอาทิตย์หน้าอีกอาทิตย์เดียว เดือนหน้าจะไปเริ่มงานใหม่ คงไม่มีเวลามาทำรถมากเท่าตอนนี้แล้ว อาจต้องไปเรียนรู้งานใหม่ และหันไปบ้างานซักสี่ห้าเดือน ถึงน่าจะพอมีเวลาและพลังที่จะมาปล้ำกะรถต่อได้...
ง๊านก็แย่เลยดิ กลับมาอีกทีทีมงานก็ไม่อยู่แล้วนะ
 
เอ... ถ้าทำได้ยั่งงี้

ทำเครื่องสูบน้ำเป็น common rial ได้สิเนี่ย


แต่จะเอาปั๊มแรงดันสูงได้จากไหนล่ะเนี่ย



ปล. แค่คิดเล่นๆ นะครับ
 
Back
Top